หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

15 เดือนบนเกาะร้าง เด็กตองกา 6 ชีวิต ปั้นไฟ กินเลือดนก อยู่รอดกลางแปซิฟิก

เขียนโดย coffeeman

วันนี้ผมมีหนึ่งในเรื่องจริงที่อ่านแล้วเหมือนหนังผจญภัย แต่บอกเลยว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่บทแต่งเติมจากฮอลลีวูดครับ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1965 เกี่ยวกับเด็กชายตองกา 6 คน ที่อยากหนีออกจากโรงเรียนประจำที่พวกเขาเบื่อสุดขีด แล้วดันไปเจอชะตากรรมที่ไม่มีใครคาดคิด

จุดเริ่มต้นจากความเบื่อโรงเรียน

เด็ก ๆ ทั้ง 6 คน อายุระหว่าง 13 – 18 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำที่ตองกา ซึ่งในยุคนั้นเข้มงวดสุด ๆ กฎก็เยอะ ครูดุก็เยอะ ใครเคยอยู่โรงเรียนประจำคงพอจินตนาการออกว่ามันอึดอัดแค่ไหน

จนวันหนึ่ง พวกเขาทนไม่ไหว เลยวางแผน “ภารกิจหลบหนีครั้งใหญ่” ด้วยความฝันว่าอยากไปฟิจิหรือนิวซีแลนด์ สองประเทศที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร!

เครื่องมือเดียวที่พวกเขามีคือ เรือประมงเล็ก ๆ ที่ขโมยมาจากท่าเรือ กับความฝันที่ยังไม่รู้ว่าจะไปได้จริงหรือเปล่า

พายุที่เปลี่ยนชีวิต

ไม่นานหลังจากออกเดินทาง ท้องฟ้าที่สดใสกลับกลายเป็นพายุใหญ่ กลางมหาสมุทรแปซิฟิกคลื่นสูงราวกับกำแพงบ้าน เรือเล็ก ๆ โดนซัดจนแตกกระจาย เด็ก ๆ ต้องลอยคอกลางทะเลโดยไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ และไม่มีทิศทางที่จะไป

8 วันเต็ม ๆ ครับ ที่พวกเขาเอาชีวิตแขวนอยู่บนแพชั่วคราวที่ทำขึ้นแบบลวก ๆ จะว่าไปก็เหมือนปาฏิหาริย์เลย เพราะสุดท้ายคลื่นลมก็พัดพาพวกเขามายัง เกาะ ʻAta เกาะร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มานานแล้ว

เกาะร้างที่ไม่มีใครรอต้อนรับ

ตอนแรกทุกคนดีใจที่รอดตายจากทะเล แต่พอขึ้นฝั่งก็เจอความจริงที่โหดร้าย—ไม่มีบ้าน ไม่มีน้ำจืด ไม่มีอาหารสำเร็จรูปใด ๆ สิ่งเดียวที่มีคือธรรมชาติ และสัญชาตญาณเอาตัวรอด

ในช่วงแรก พวกเขาต้องทนทั้งหิวทั้งกระหายน้ำ จนถึงขั้นต้องดื่มเลือดนกทะเลเพื่อประทังชีวิต  แต่แล้วความหวังก็เริ่มส่องแสงเมื่อเด็ก ๆ ตัดสินใจปีนขึ้นไปบนปล่องภูเขาไฟที่เกาะ ใช้เวลาสองวันเต็ม ๆ แล้วไปเจอ ซากหมู่บ้านโบราณ Kolomaile ที่ถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

ซากเหล่านั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “บ้านใหม่”

การจัดระบบแบบผู้ใหญ่

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าทึ่งไม่ใช่แค่การอยู่รอดครับ แต่คือการที่เด็ก 6 คนนี้สามารถจัดระบบชีวิตได้เหมือนผู้ใหญ่เลย

ไฟกองนั้นลุกโชนต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 ปีเต็ม และมันคือสัญลักษณ์ของความหวังที่ไม่เคยมอด

น้ำฝนและการเอาตัวรอด

เรื่องน้ำก็คือหัวใจสำคัญที่สุด พวกเขาแก้ปัญหาด้วยการขุดร่องในลำต้นไม้เพื่อรองรับน้ำฝน ใช้ทุกหยดที่ได้อย่างคุ้มค่า และในวันที่ฝนไม่ตก ก็ต้องพึ่งเลือดนกทะเลเหมือนเดิม

การอยู่รอดของพวกเขาไม่ใช่แค่เรื่องโชค แต่เต็มไปด้วยการคิดสร้างสรรค์ และความสามัคคีอย่างแท้จริง

15 เดือนแห่งความหวัง

เวลาผ่านไปทีละวัน จากเดือนแรกกลายเป็นสามเดือน จากครึ่งปีกลายเป็นหนึ่งปีเต็ม เด็ก ๆ ทั้งหกไม่เคยยอมแพ้ พวกเขาร้องเพลง สวดมนต์ และให้กำลังใจกันเสมอ เพื่อไม่ให้ใครตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง

จนในที่สุด หลังจากผ่านไป 15 เดือน หรือกว่าหนึ่งปีครึ่ง ปาฏิหาริย์ก็มาถึง

ชายผู้เห็นกองไฟ

ปีเตอร์ วอร์เนอร์ นักผจญภัยชาวออสเตรเลีย กำลังแล่นเรือผ่านมหาสมุทร เขาเหลือบไปเห็น “กองไฟขนาดใหญ่” บนเกาะร้าง ʻAta ซึ่งดูผิดปกติสุด ๆ เขาเลยหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดู

สิ่งที่เห็นทำให้เขาตกตะลึง…เด็กผู้ชาย 6 คน รูปร่างผอมโซ ผมเผ้ายุ่งเหยิง วิ่งโบกไม้โบกมือร้องเรียกให้ช่วย

ตอนแรกวอร์เนอร์ยังไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะเคยได้ยินตำนานว่าเกาะร้างในแถบนั้นอาจมีนักโทษถูกทิ้งไว้ แต่พอได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เขาก็ต้องยอมรับว่านี่คือการเอาชีวิตรอดที่เหลือเชื่อเกินจริง

วอร์เนอร์ช่วยพวกเขาขึ้นเรือ และพากลับไปตองกาอย่างปลอดภัย

จากเกาะร้างสู่จอทีวี

ข่าวนี้ดังไปทั่วโลกทันที! เพราะมันเหมือน “Lord of the Flies” เวอร์ชันจริง แต่กลับไม่ใช่เรื่องราวของความป่าเถื่อนหรือการห้ำหั่นกันเอง ตรงกันข้ามเลยครับ เด็ก ๆ ทั้ง 6 คนแสดงให้เห็นถึง มิตรภาพ ความอดทน และการสามัคคี

ภายหลังมีการสร้างสารคดีขึ้นมา โดยใช้เด็กชายชาวตองกาตัวจริงมาแสดงในเรื่องราวการผจญภัยบนเกาะ ʻAta ด้วย

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ตำนานการเอาชีวิตรอด แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า มนุษย์เราสามารถเผชิญความยากลำบากที่สุดได้ด้วย “ความหวัง” และ “การร่วมมือกัน”

ไม่มีใครรอดชีวิตได้เพราะเก่งคนเดียว แต่เพราะทุกคนรู้จักพึ่งพากันและกัน

โพสท์โดย: coffeeman
อ้างอิงจาก: coffeeman
Vice, Wikipedia (Tongan castaways), Youtube (Six Tongan Castaways in Ata Island)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
coffeeman's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 585 ครั้ง
เขียนโดย coffeeman
หยิบยก เรื่องใกล้ตัว หรือ เรื่องแปลกๆ มาเล่า แนว ความรู้ และ เรื่องไร้สาระ ปนๆกันไป
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?กล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆเสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตานาคาหอบทรัพย์ เปิดเลขเด่น 2 ตัวเน้น ๆ งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว"Dolmen of Soto" สถาปัตยกรรมเมกะลิธ 5,000 ปีแห่งสเปน และปริศนาวัตถุประสงค์การสร้าง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยทำไม “สัปดาห์อวกาศโลก” ต้องเป็นวันที่ 4–10 ตุลาคม และปี 2026 ทำไมถึงพูดเรื่อง “Rocket Revolution”?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
นกฮูกกับนกแสกแตกต่างกันอย่างไรเปิดรายได้คนขับรถบรรทุกในไทย วิ่งงานหนึ่งเที่ยวมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างงู 8 ชนิดที่อาจพบได้ใกล้บ้าน วิธีสังเกตและข้อควรระวังเมื่อพบเจอ10 สะพานที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไรและมีความสำคัญอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่