ทาครีมกันแดดยังไงให้เอาอยู่? 5 วิธีง่าย ๆ ที่ทำตามได้จริง
ทาครีมกันแดดยังไงให้เอาอยู่? 5 วิธีง่าย ๆ ที่ทำตามได้จริง
แสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำร้ายผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวคล้ำเสีย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ไปจนถึงปัญหาริ้วรอยก่อนวัยและมะเร็งผิวหนัง การใช้ ครีมกันแดด อย่างถูกวิธีจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนการดูแลผิวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถึงแม้จะใช้ครีมบำรุงที่ดีแค่ไหน แต่หากไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ผิวก็ยังคงถูกทำร้ายได้อยู่เสมอ
ในบทความนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปกป้องผิวที่ดีที่สุด และเลือกใช้ครีมกันแดดได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง
รังสียูวีคืออะไร?
รังสียูวี (Ultraviolet: UV) คือรังสีชนิดหนึ่งที่มาพร้อมกับแสงอาทิตย์ มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นรังสียูวีได้ แต่สามารถสัมผัสผลกระทบได้โดยตรง เช่น ผิวคล้ำ ผิวไหม้ หรือแม้แต่ปัญหาผิวระยะยาวอย่างริ้วรอยและมะเร็งผิวหนัง
รังสียูวีแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก ๆ ตามช่วงความยาวคลื่น ได้แก่
- รังสียูวีเอ (UVA)
- มีความยาวคลื่น 320–400 นาโนเมตร
- สามารถทะลุผ่านกระจกและเมฆได้
- เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด ผิวคล้ำ ริ้วรอย และการเสื่อมสภาพของผิว (Photoaging)
- มีผลในระยะยาวต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว
- รังสียูวีบี (UVB)
- มีความยาวคลื่น 280–320 นาโนเมตร
- เป็นสาเหตุของ ผิวไหม้แดด (Sunburn) และกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน
- มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
- แม้จะไม่ทะลุผ่านกระจกได้ดีเท่า UVA แต่ก็มีอันตรายต่อผิวมากกว่าในระยะสั้น
- รังสียูวีซี (UVC)
- มีความยาวคลื่น 100–280 นาโนเมตร
- เป็นรังสีที่รุนแรงที่สุด แต่โชคดีที่ ถูกชั้นบรรยากาศโลก (Ozone Layer) ดูดซับไว้เกือบทั้งหมด
- โดยทั่วไปมนุษย์ไม่สัมผัสรังสีนี้โดยตรง
วิธีป้องกันรังสียูวี
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA เหมาะสมกับกิจกรรม
- สวมเสื้อผ้าแขนยาว หมวก และแว่นกันแดด
- หลีกเลี่ยงการออกกลางแดดช่วงเวลา 10.00–16.00 น.
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสริม เช่น ร่ม หรือเสื้อผ้าเนื้อพิเศษกัน UV
5 วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง
- ทาครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว
การเลือกครีมกันแดดควรพิจารณาจากสภาพผิว เนื่องจากแต่ละสภาพผิวมีความต้องการแตกต่างกัน หากเลือกผิดอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
- ผิวมัน
ควรเลือกครีมกันแดดสูตร Oil-Free หรือแบบเจล เซรั่ม และเอสเซนส์ที่มีเนื้อบางเบา ซึมซาบง่าย เพื่อลดโอกาสการอุดตัน ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ และช่วยควบคุมความมันได้ดี - ผิวแห้ง
เหมาะกับครีมกันแดดที่มีส่วนผสมช่วยเติมความชุ่มชื้น เช่น กลีเซอรีน เซราไมด์ คอลลาเจน หรือไฮยาลูรอนิคแอซิด เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อน้ำนมหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในตัว เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและลดการแห้งกร้าน - ผิวแพ้ง่าย
ควรเลือกครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน เนื้อบางเบา ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง โดยมักมาในรูปแบบครีมเจลหรือเซรั่มที่ซึมง่ายและไม่หนักผิว
- ทาครีมกันแดดให้ถูกเวลา
หลายคนมักทาครีมกันแดดเฉพาะตอนเช้าหลังล้างหน้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้วควร ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 15–20 นาที เพื่อให้สารกันแดดซึมเข้าสู่ผิวและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ครีมกันแดดไม่ได้อยู่ติดผิวตลอดวัน เมื่อผ่านไป 2–3 ชั่วโมง ประสิทธิภาพจะลดลง จึงควร ทาซ้ำระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่อมีกิจกรรมกลางแจ้ง เหงื่อออก หรือหลังว่ายน้ำ เพื่อคงการปกป้องผิวอย่างต่อเนื่อง
- เลือกค่า SPF และค่า PA ให้เหมาะสม
ในการเลือกครีมกันแดด ควรทำความเข้าใจความหมายของค่า SPF และ PA ก่อน
- SPF (Sun Protection Factor)
เป็นค่าที่วัดความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้แดด - SPF 15 ป้องกันได้ราว 93%
- SPF 30 ป้องกันได้ราว 96.7%
- SPF 50 ป้องกันได้ราว 98%
- PA (Protection Grade of UVA)
เป็นค่าที่บอกความสามารถในการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิวคล้ำเสียและเกิดริ้วรอย - PA+ ปกป้องได้ 2–4 เท่า
- PA++ ปกป้องได้ 4–8 เท่า
- PA+++ ปกป้องได้ 8–16 เท่า
- PA++++ ปกป้องได้มากกว่า 16 เท่า
การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสม จึงขึ้นอยู่กับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ หากอยู่ในร่มเป็นส่วนใหญ่ ค่า SPF 15–30 ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30–50 และค่า PA+++ ขึ้นไป รวมถึงควรใช้สูตร Water-Resistant หากต้องเผชิญน้ำหรือเหงื่อมาก
- ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม
แม้จะเลือกครีมกันแดดที่มีคุณภาพ แต่ถ้าทาไม่เพียงพอ ก็อาจไม่ได้รับการปกป้องเต็มที่ ปริมาณที่เหมาะสมคือ
- บริเวณใบหน้า: ควรใช้ครีมกันแดดเทียบเท่ากับปริมาณ 2 ข้อนิ้ว (ถ้าเป็นครีมกันแดดเนื้อครีม) หรือขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท (สำหรับเนื้อเจลหรือน้ำ)
- บริเวณร่างกาย: ควรทาให้ทั่วถึง ไม่เว้นบริเวณคอ แขน และขา
การทาครีมกันแดดในปริมาณที่พอดีจะช่วยให้สารกันแดดทำงานได้เต็มที่ และไม่ปล่อยให้ผิวสัมผัสกับรังสี UV โดยตรง
- ทาครีมกันแดดระหว่างวัน
หลายคนอาจคิดว่าการทาครีมกันแดดเพียงครั้งเดียวตอนเช้าก็เพียงพอแล้ว แต่ในความจริง ครีมกันแดดไม่ได้คงประสิทธิภาพอยู่บนผิวตลอดทั้งวัน เมื่อเวลาผ่านไป 2–3 ชั่วโมง สารกันแดดจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพ อีกทั้งเหงื่อ การสัมผัสผิว หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ยังเร่งให้ครีมกันแดดหลุดออกเร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวเผชิญรังสี UV โดยตรง
ดังนั้น การทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวัน จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อคงการปกป้องผิวให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง นักกีฬา หรือผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแดดแรงตลอดเวลา
เพื่อความสะดวก ปัจจุบันครีมกันแดดถูกพัฒนาให้อยู่ในหลายรูปแบบ เช่น
- ครีมกันแดดแบบสเปรย์ เหมาะสำหรับการเติมระหว่างวัน ใช้ง่าย พกสะดวก และไม่ทำให้เครื่องสำอางเลอะเลือน
- แป้งผสมครีมกันแดด ช่วยควบคุมความมันระหว่างวันไปพร้อมกับการปกป้องผิวจากแสงแดด
- ครีมกันแดดแบบซองหรือขนาดพกพา สำหรับทาซ้ำเมื่อออกกำลังกายหรือท่องเที่ยว
สรุปคือ หากต้องการปกป้องผิวจากแดดอย่างต่อเนื่อง ควร หมั่นทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง โดยเลือกสูตรและรูปแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง
ทำไมต้องป้องกันรังสียูวี?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมแพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจึงย้ำเสมอว่าต้อง ป้องกันรังสียูวี คำตอบคือเพราะรังสีจากแสงแดดมีผลกระทบต่อผิวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากไม่ได้รับการป้องกันที่ดี ผิวอาจเกิดความเสียหายสะสมจนยากต่อการแก้ไข โดยสาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้
- ป้องกันผิวไหม้แดดและคล้ำเสีย
รังสี UVB เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ แสบ แดง และคล้ำเสีย หากผิวสัมผัสแดดโดยตรงเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน อาจเกิดการอักเสบหรือบวมแดงได้ และเมื่อสะสมไปนาน ๆ ผิวจะคล้ำเสียยากต่อการฟื้นฟู - ลดความเสี่ยงของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ
รังสี UVA สามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่าย ยิ่งหากไม่ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาเหล่านี้จะยิ่งสะสมและแก้ไขได้ยาก - ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
รังสียูวีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยเร็วกว่าที่ควร การป้องกันรังสียูวีจึงช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้นานขึ้น - ลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง
หนึ่งในอันตรายร้ายแรงที่สุดของรังสียูวี คือการทำให้เซลล์ผิวเกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานานหรือไม่ใช้ครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง
สรุป
การทาครีมกันแดดที่ถูกวิธีไม่ใช่แค่การทาบาง ๆ บนผิว แต่ต้องคำนึงถึง สภาพผิว เวลา ค่า SPF และ PA ปริมาณที่ใช้ รวมถึงการทาซ้ำระหว่างวัน เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ปัจจุบันมีครีมกันแดดหลายสูตรที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย เจ้าของแบรนด์หรือผู้บริโภคจึงสามารถเลือกใช้ได้อย่างตรงจุด และหากใครสนใจสร้างแบรนด์ครีมกันแดด ปัจจุบันก็มีโรงงานที่รับผลิตพร้อมให้คำปรึกษาและพัฒนาสูตรที่เหมาะสมกับตลาด เพื่อให้ครีมกันแดดไม่ใช่แค่ไอเทมดูแลผิวทั่วไป แต่เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและความมั่นใจให้กับผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
พลังน้ำใจคนไทย! ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
52Hz เสียงเรียกแห่งความเหงา
รีวิวหนังดัง THIS MEANS WAR สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย
เอาตลกหรือเอาฮา เต้ มงคลกิตติ์ เตรียมทาบทาม อีลอน มัสก์ เป็น ประธานที่ปรึกษา นายกฯด้านเทคโนโลยีอวกาศไทย หากได้รับเลือกเป็นนายก
แขกตี้ของแทร่! ร้านขายยาไม่มีผ้าอนามัยขาย..แขกเลยตดใส่ ฝากเอาไว้ให้จำ
ปิดฉาก..ยุติออกอากาศ ช่อง JKN18 ของ แอน จักรพงษ์
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน




