หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ลาวาสีน้ำเงิน" (Burning Sulfur) ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่ง

โพสท์โดย dukedick

        นี่คือหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงามและน่าทึ่งที่สุดของโลกเกิดขึ้นที่ภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน บนเกาะชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย เพราะว่าที่แห่งนี้คือบ้านของทะเลสาบกรดกำมะถันที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่สามารถพบเห็น “เปลวไฟสีน้ำเงิน” หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “ลาวาสีน้ำเงิน” ได้

        สิ่งที่ผู้คนเห็นและหลงใหลนั้น แท้จริงแล้วมิใช่ลาวาหลอมเหลวที่เปล่งประกายเป็นสีน้ำเงิน แต่คือ เปลวไฟจากการเผาไหม้ของก๊าซกำมะถัน ที่ถูกปล่อยออกมาจากรอยแยกบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ กระบวนการนี้เกิดขึ้นเพราะใต้เปลือกโลกยังคงมีหินหนืดที่คุกรุ่น ส่งความร้อนมหาศาลขึ้นมา ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) ที่ปะปนอยู่ในนั้น เมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิสูงและออกซิเจนในอากาศ ก็เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ กลายเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินสดที่พริ้วไหวราวกับสายธารเวทย์มนตร์ในยามค่ำคืน

        แสงสีฟ้าที่ลุกโชนมีความเข้มมากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณก๊าซกำมะถันที่ถูกปลดปล่อยและความร้อน ณ เวลานั้น หากก๊าซถูกปล่อยออกมาอย่างหนาแน่น เปลวไฟสีน้ำเงินก็จะลุกโชนราวกับแม่น้ำแห่งแสงที่ไหลลงมาตามเชิงเขา ท่ามกลางความมืดมิดของคืนเงียบสงัด ภาพนั้นงดงามจนถูกขนานนามว่าเป็น “เปลวไฟจากนรกที่ส่องสว่างดั่งสวรรค์”

        แต่เบื้องหลังความงดงามนี้แฝงด้วยความอันตราย บริเวณคาวาอีเจี้ยนเต็มไปด้วยก๊าซพิษที่อาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์โดยตรง นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสความมหัศจรรย์จำเป็นต้องสวมหน้ากากกรองอากาศและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพราะแม้ความสวยงามนั้นจะดึงดูดใจ แต่ก็เป็นความงามที่เกิดขึ้นท่ามกลางเงื่อนไขแห่งความเสี่ยง

        นอกจากนี้ บริเวณภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยนยังเป็นแหล่งทำเหมืองกำมะถันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย คนงานเหมืองจำนวนมากยังคงใช้แรงกายแบกก้อนกำมะถันหนักหลายสิบกิโลกรัมลงจากปล่องภูเขาไฟทุกวัน พวกเขาต้องทำงานท่ามกลางควันกำมะถันที่แสบตาและกัดกร่อนปอด เป็นภาพสะท้อนของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในด้านที่ทั้งงดงามและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน

        “ลาวาสีน้ำเงิน” แห่งคาวาอีเจี้ยนจึงไม่ใช่เพียงการแสดงออกของพลังงานใต้พิภพ แต่ยังเป็นปรากฏการณ์ที่สอนให้เราเห็นถึงความเปราะบางของชีวิตมนุษย์ต่อพลังมหาศาลของธรรมชาติ มันคือความงามที่มาพร้อมกับอันตราย คือแสงไฟที่งดงามเกินบรรยาย แต่ก็เตือนใจว่าโลกที่เราอาศัยอยู่นั้นยังคงมีพลังที่เหนือการควบคุมของมนุษย์

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: lo73l1
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกนักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดูทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?แนวทางเลขธูป 3 ตัวตรงจากเจ๊ฟองเบียร์ งวด 17 มกราคม 2569Flash Express ประกาศยุติกิจการในมาเลเซีย สิ้นเดือนมกราคม 69 นี้จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดการเดินทางของรสชาติ: เปิดตำนาน "แกงกะหรี่ญี่ปุ่น" มรดกวัฒนธรรมที่เปลี่ยนโลกผ่านความกลมกล่อมจข.ร้านยอมรับ "เจ็บ..แต่จบ" เมื่อรู้ว่าขายน้ำสมุนไพรจีน ผิดกฏหมาย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นกแก้วที่ไม่สามารถบินได้ ที่มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นบนโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งหนังคนล่ะม้วน เมื่อ ICE ยิงเด็กตๅย!จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีอายุหลังก่อตั้งจังหวัดไม่ถึง 20 ปีแร่ที่เบาและอ่อนนุ่มมากที่สุด ที่สามารถพบได้บนพื้นผิวของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่