หลอกคน หลอกใคร ใครหลอกใคร
หลอกคน หลอกใคร ใครหลอกใคร
โดย อักษราลัย
เมื่อความดีไม่มีค่าเท่าเงินตรา คำลวงจึงงอกงามอย่างไม่รู้จบ
.
.
เสียงจากปลายสายดังลอดลำโพงโทรศัพท์หัวโตที่วางตะแคงอยู่บนโต๊ะเหล็กขึ้นสนิม
“ใช่คุณวันวิสาไหมคะ ตอบมาสิคะ เงียบทำไม?”
หญิงสาวเจ้าของเสียงนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะไพเราะแต่เคลือบด้วยยาพิษ กัดคำ “คะ” อย่างจงใจให้ห้วนและแรงพอจะตบหน้าใครบางคนได้โดยไม่ต้องลงมือ
ห้องที่เธอนั่งอยู่คือโกดังเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นศูนย์ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผนังลอก ฝ้าเพดานมีรอยน้ำซึมจากฤดูฝนปีก่อนที่ยังไม่เคยได้รับการซ่อมแซม แสงไฟฟลูออเรสเซนส์กะพริบ ๆ ‘เป็นจังหวะเหมือนพร้อมจะดับตลอดเวลา กลิ่นอับชื้นเปียกผสมกลิ่นมาม่าจากมื้อเช้า และน้ำหอมราคาถูกจากตลาดนัด ช่วยแต่งแต้มความขื่นขมให้กับบรรยากาศอันหนาวเย็นแม้ไร้แอร์ แต่หนาวเหน็บมาจากความเย็นชาด้านใน
เสียงเคาะคีย์บอร์ดดังระงม ราวคณะนักดนตรีบรรเลงเพลงประกอบการปล้น เหยื่อรายใหม่กำลังถูกเชือดด้วยถ้อยคำหวานหู จากเหล่าพนักงานในโต๊ะข้าง ๆ ที่ทำตัวเสมือนสิงโตหมอบในพงหญ้า รอเวลาเข้าตะปบเหยื่ออย่างชำนาญ และไม่มีวันพลาด
ทรายหรือชื่อจริง ณัฐธิดา คือหนึ่งในบรรดานักเชือดเหล่านั้น เธอคือนักแสดงนำประจำโต๊ะ A5 ฉายาที่เพื่อนร่วมวงการตั้งให้คือ “ทรายพิฆาต”
ไม่ใช่เพราะเธอสวย หรือพูดหวานกว่าคนอื่น แต่เพราะเธอ “ฆ่า” ได้ด้วยเสียงและความเลือดเย็นที่ไมาเคยรู้สึกผิดหรือเห็นใจใคร
วันนี้เหยื่อของเธอชื่อ “วันวิสา” ระบบแจ้งว่า “หญิงวัยกลางคน แม่บ้าน มีบัญชีเงินฝากเดียว โทรศัพท์ระบบเติมเงิน น่าจะอยู่บ้านคนเดียว”
ทุกอย่างคือเป้าชั้นดี ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เธอยิ้มมุมปาก คนแบบนี้แหละที่ทรายมักประสบความสำเร็จในการทำงาน แบบไม่พลาดเป้า แทบจะทุกรายกลายเป็นสถิติในผลงานของทราย จนเธอมักได้รับคำชมที่หวานหูจากหัวหน้า ความสำเร็จที่ได้มาจากหยาดน้ำตาที่ทรายไม่แม้แต่จะนึกถึง
“คุณวันวิสาคะ ดิฉันเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร กำลังตรวจสอบรายการผิดปกติในชื่อของคุณค่ะ กรุณายืนยันตัวตนทันที ไม่เช่นนั้นระบบจะส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอัตโนมัติภายใน 30 วินาที”
ปลายสายเงียบ
ทรายเหยียดยิ้ม คล้ายแมวที่เห็นหนูหลับตา
“ดิฉันให้โอกาสคุณพูดแล้วนะคะ ถ้ายังเลือกจะเงียบ เราจะอายัดบัญชีคุณเดี๋ยวนี้”
เสียงปลายสายเริ่มสั่นเครือบะล่ำละลัก “อย่านะคะ...อย่าทำแบบนั้นเลย ฉันไม่รู้เรื่องเลยค่ะ...”
---
ทราย…เคยเป็นคนธรรมดา เคยนั่งรถเมล์เบียดเหงื่อกับคนแปลกหน้า เคยกินข้าวราดแกงสามสิบบาทจากร้านหน้าปากซอย เคยเก็บเศษเหรียญไว้ให้แฟนเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์เพื่อให้ถึงบ้าน
เธอเคยฝันถึงการมีบ้านหลังเล็ก ๆ มีโต๊ะกินข้าว มีเครื่องซักผ้าที่ไม่ต้องหยอดเหรียญ
แต่โลกความจริงกระชากเธอลงมาจากความฝันได้ไวยิ่งกว่ากะพริบตา
หลังโควิด เธอตกงาน เงินเก็บไม่มี พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดล้มป่วย สามีถึงจะขยันแต่รายได้ก็เบาบางเกินกว่าจะพาใครรอด ค่าห้องยังต้องผัดวัน ข้าวสารในกระปุกเหลือแค่ให้ใส่น้ำต้มให้ขุ่นได้พออุ่นใจ
จู่ ๆ เพื่อนเก่าทักแชตมา
“มึงอยากได้เงินไหม? งานง่าย แค่ใช้ปาก”
เธอหัวเราะในลำคออย่างหยามเหยียด ไม่แน่ชัดว่าเหยียดเพื่อน เหยียดอาชีพ หรือเหยียดตัวเอง
แต่สุดท้าย...เธอก็ไป
---
“วันแรกที่โกหก หลายคนจะมือสั่น เสียงสั่น บางคนร้องไห้เลยก็มี” หัวหน้าฝ่ายฝึกอบรมพูดขณะยื่นสคริปต์ให้เธอ “แต่เธอจะชิน...ก็เหมือนคนฆ่าไก่ ฆ่าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็เหมือนไม่ใช่เลือดแล้ว”
ทรายกดสายแรกตอนบ่ายวันอังคาร เหยื่อคนนั้นคือชายวัยหกสิบที่อยู่ลำพัง เธอทำตามสคริปต์ทุกคำ จนได้เงินส่วนแบ่งแรกเข้าบัญชีของตัวเอง จำได้ว่าตอนนั้นหัวใจเธอเต้นแรงเหมือนเพิ่งรอดชีวิตจากการจมน้ำ
มันไม่ใช่ความภูมิใจ
แต่เป็นความโล่ง
โลกนี้สอนเธอว่า…
ความดีให้คำชม
ความเลวให้ค่าคอม
และเงิน...จะทำให้ทุกอย่างดูเหมือนถูกต้อง
---
ทรายอยู่กินกับ “เอก” ชายร่างสูง ผิวกร้านคล้ำจากแดด กล้ามแขนเป็นมัดแน่นจากงานเหล็ก เขาพูดไม่เก่ง ไม่ทันคน ซื่อ พูดจาสุภาพ แต่ทำกับข้าวอร่อย ๆ รอเธอเสมอ ที่สำคัญเขาไม่เคยทำให้เธอร้องไห้ ไม่ว่าจะลำบากขนาดไหน
ตอนเธอเริ่มงานวันแรก เขาแค่บอกว่า
“ขอให้ได้เงินเยอะ ๆ แล้วกัน อย่าเครียดมากก็พอ”
ทรายไม่กล้าบอกว่ากำลังจะไปทำงานอะไร เธอรู้ดีว่าเอกจะค้าน และเธอคงต้องใจอ่อน เธอเลยบอกไปว่าทำงานขายประกันทางโทรศัพท์
เขาเคยพูดว่าอยากเปิดร้านล้างรถเล็ก ๆ ข้างถนน
“ล้างรถแถมข้าวกล่อง” เขาหัวเราะ
“คนผ่านไปผ่านมาจะได้อิ่มท้องด้วย”
ทรายมองความฝันนั้นเหมือนการ์ตูนบนซองข้าวสาร
เชยแต่จริงใจ แม้จะอดขำในใจไม่ได้แต่เธอก็ไม่ได้ค้าน เพราะเธอรู้ว่า...เขาจริงใจและเป็นคนแบบนั้น คนแบบที่เธอรักในความดีความใสซื่อจนหมดใจ
---
ที่โกดัง คำว่า “หลอก” ไม่ใช่คำหยาบ มันคือหน้าที่ประจำวัน
ฝ่ายหนึ่งจัดหา “เหยื่อ” ตามฐานข้อมูลจริงจากแหล่งไม่เปิดเผย
ฝ่ายหนึ่งเขียนบทพูด หยอดคำว่า “เจ้าหน้าที่”, “หมายจับ”, “บัญชีต้องสงสัย”
อีกฝ่ายหนึ่งคือมือถอน คนที่คอยจับจ้องหน้าจอพร้อมกดสั่งโอนเหมือนนักบินบังคับโดรน
ที่นี่…ไม่มีใครร้องไห้…นอกจากเหยื่อ
---
ค่ำวันนั้น หลังหลอกชายชราคนหนึ่งได้เงินมาพอสมควร ทรายกลับห้องพร้อมต้มยำกุ้งกับเบียร์เย็น ๆ ตั้งใจจะยื่นถุงเบียร์ให้เอกแล้วบอกว่า “กูได้โบนัสแล้วโว้ย”
แต่พอเปิดประตูเข้าไป ทั้งห้องมืดสนิท พัดลมหยุดหมุน ทีวีดับ เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงหายใจเงียบ ๆ ของเอกที่นั่งอยู่บนเตียง
“ทราย...กูโดนหลอก”
เสียงนั้นแผ่ว...จนเธอไม่แน่ใจว่านี่คือเสียงคนหรือวิญญาณ
“เขาบอกว่าบัญชีกูไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ให้กูโหลดแอป ให้รีโมต กู...โอนเงินไปหมดแล้ว”
“เท่าไหร่?”
“แสนนึง”
ทรายยืนนิ่ง เหมือนเวลาหยุดหมุน แสนนั้นคือเงินทั้งหมดของพวกเขา ถุงต้มยำตกพื้น น้ำซุปค่อย ๆ ไหลซึมเข้าเสื่อน้ำมันเก่าเหมือนเลือดหยดจากร่างบาป
“มึงโง่เ...้ยอะไรขนาดนั้น!” เธอตะโกน “กูหลอกคนมาเป็นร้อย ยังไม่เคยเจอใครงี่เง่าเท่าผัวตัวเอง!”
เอกไม่ตอบ น้ำตาเขาไหลออกมาเงียบ ๆ
ทรายรู้ทันที...เสียงที่เอกได้ยินจากปลายสายนั้น
มันเหมือนเธอ เหมือนที่เธอทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนมีเงินแสนในบัญชี ทรายอยากจะพูดปลอบใจว่า “ขอโทษนะ ฉันเป็นคนโทรเอง”
---
หลังจากนั้น ทุกคืนของเธอไม่เหมือนเดิม
เธอฝันถึงเสียงของตัวเอง ฝันว่าตัวเองพูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ กับคนไม่มีหน้า บางคืนเธอละเมอพูดว่า “ระบบจะดำเนินคดีนะคะ...”
จนเอกต้องเขย่าปลุก
เธอเห็นข่าวหญิงชราในนครปฐมหัวใจวายหลังโดนหลอก
เธอเห็นเด็กสาวตัดพ้อในคลิปว่า “หนูอยากตาย เพราะไม่เหลืออะไรเลย”
ทรายต้องนั่งนิ่งนานหลายนาทีหน้าจอ บางครั้งเธออยากโทรกลับไปหาเหยื่อเก่า แล้วพูดว่า “ขอโทษค่ะ”
แต่เธอก็ไม่กล้า
วันสุดท้ายในโกดัง เธอเปิดรายชื่อเหยื่อรายใหม่
“คุณกนกวรรณ – 67 ปี – พักอยู่คนเดียว – บัญชีเงินฝาก 280,000 บาท – หมายเหตุ: มีโรคหัวใจ”
ทรายจ้องหน้าจอนิ่งนานกว่าสิบห้านาที
นิ้วชี้แตะบนปุ่ม “โทรออก” แต่ไม่กด
เธอลุก เดินไปที่ห้องน้ำ ล้างหน้าช้า ๆ มองตัวเองในกระจก ลิปสึแดงยังติดอยู่ คิ้วยังหนาเหมือนเดิม
แต่ดวงตา...ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ไม่ตั้งแต่วันที่เอกโดนหลอกเงินไป
---
สองวันต่อมาเธอยื่นใบลาออก
ไม่มีคำลา ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีใครถามหาเธอ
เธอหางานใหม่ เป็นแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อเล็ก ๆ ได้ค่าแรงวันละ 345 บาท ไม่มีโบนัส ไม่มีเหยื่อ และไม่มีเสียงร้องไห้
เอกกลับมาล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยว บางวันทำข้าวกล่องขายข้างไซต์งาน วันหนึ่งเขาหยิบเหรียญสิบที่ร่วงในกระเป๋าขึ้นมาแล้วพูดกับเธอว่า
“ยังดีนะที่เรายังอยู่ด้วยกัน”
ประโยคนั้นทำให้ทรายร้าวไปทั้งหัวอก มันบีบแน่นจนน้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ เธอเดินเข้าไปกอดเขาไว้โดยไม่พูดอะไร กอดนิ่งนานเหมือนต้องการซึมซับความดีให้แผ่มาถึงตัวเธอ ให้รู้ว่าเธอคิดถูกที่ลาออก
---
ค่ำวันหนึ่ง โทรศัพท์ของเธอสั่น เบอร์แปลกขึ้นว่า “ไม่แสดงหมายเลขโทรเข้า”
ทรายไม่กล้ากดรับสาย
เธอเพียงนั่งนิ่ง ปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังผ่านไป
หัวใจเต้นแรงเหมือนวันที่กดโทรหาเหยื่อครั้งแรก
เสียงในหัวเธอดังชัด...เหมือนสะท้อนจากทุกชีวิตที่เธอเคยทำลาย
“ใช่คุณวันวิสาไหมคะ
ตอบมาสิคะ
เงียบทำไม?”
-จบ–
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
เซอร์อังกฤษวัย 79 ปี เสนอเงินเดือนให้สาวที่จะมาผลิตทายาท เพื่อรักษาตระกูลในคฤหาสน์ 5,000 ไร่
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพยาบาลยุภารักษ์ สุขวรรณดี ที่เสียชีวิตขณะดูแลผู้ป่วย
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?



