กรุ่นไอรัก
เขียนโดย อักษราลัย
เคยได้ยินมาว่า ความรักไม่เคยจางหายไปไหน เพียงแค่ย้ายที่จากดวงตา...มาอยู่ที่หัวใจ คิดว่าใช่แบบนั้นไหม
กรุ่นไอรัก
อักษราลัย
บางความรัก…แม้ไม่ส่งเสียง
แต่ยังอวลกรุ่นอยู่ในใจ
ในสายลมยามเย็น
และในทุกวันที่ยังคิดถึงเสมอ
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังแผ่วเบาเหมือนลมหายใจที่ไม่ตั้งใจอยากให้ใครได้ยิน
ชายชราร่างผอมบางคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับไม้เท้าทำจากไม้เรียบกลมกลึงที่ดูเหมือนของคู่กาย กลมกลืนไปกับร่างกายเหมือนเป็นอวัยวะอีกชิ้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าพับขึ้นถึงข้อศอก ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดเป็นพิเศษ นอกจากความเคยชินและความเข้าใจกับโลกที่ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
ร้านของผมเพิ่งเปิดได้ไม่ถึงปี และเขาเป็นหนึ่งในลูกค้าประจำคนแรก ๆ ที่เดินเข้ามาตั้งแต่วันเปิดร้าน
“กาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล” เขาสั่งในวันนั้น
นั่งลงที่โต๊ะริมระเบียงไม้ — มุมเงียบที่สุดของร้าน
วันต่อมาเขาก็มาอีก…และอีก ในเวลาเกือบตรงกันทุกครั้ง — บ่ายสี่โมงยี่สิบ
ไม่มีหนังสือ ไม่มีโทรศัพท์
เขาเพียงแค่นั่ง มองออกไปที่ทิวไม้ด้านนอก ลูบขอบถ้วยกาแฟเบา ๆ เหมือนสัมผัสของสิ่งมีชีวิต
ผมเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ จนหลายเดือนผ่านไป เขายังมาที่ร้านไม่เคยขาดเลยแม้แต่วันเดียว
---
วันหนึ่ง ผมอดไม่ได้ จึงยกกาแฟไปเสิร์ฟด้วยตัวเอง
“คุณลุงครับ…สงสัยมานานแล้ว ทำไมถึงเลือกนั่งมุมนี้ทุกวันครับ”
เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ รอยยิ้มบางผุดขึ้นตรงมุมปากอย่างใจดี
“ตรงนี้ลมพัดดี” เขาว่า ก่อนเว้นช่วงเล็กน้อย
“…แล้วก็เป็นมุมที่เธอน่าจะชอบนั่ง”
ผมไม่ทันได้ถามว่า “เธอ” คือใคร
แต่เขาพูดต่อเหมือนรู้ว่าผมกำลังสงสัย
“ภรรยาผม เคยชอบร้านกาแฟแบบนี้ ร้านเล็ก ๆ ไม่วุ่นวาย กลิ่นกาแฟแรงหน่อย มีเสียงใบไม้แกว่งไกวตอนลมมา แล้วก็มีโต๊ะริมระเบียงให้แสงบ่ายตกกระทบหลังมือพอดี”
เขาหยิบถ้วยกาแฟขึ้นช้า ๆ “เธอจากไปนานแล้ว แต่ผมก็ยังหาที่แบบนั้นมาตลอด จนมาเจอร้านนี้”
ผมเงียบไป ไม่มีคำตอบที่เหมาะไปกว่าการรับฟัง
วันนั้นเขานั่งนานกว่าทุกที เหมือนย้อนบางสิ่งให้กลับมาเรียงตรงหน้าอีกครั้ง
---
หลังจากวันนั้น เขายังคงมาเสมอ บางวัน เขาจะวางถ้วยอีกใบบนโต๊ะฝั่งตรงข้าม วางให้ไอน้ำอุ่น ๆ จากกาแฟลอยขึ้นเหมือนมีใครมาร่วมจิบด้วย
ไม่มีคำพูด ไม่มีคำอธิบาย
เพราะไม่จำเป็น
แค่กลิ่นกาแฟ
ลมยามบ่าย
เงาไม้ที่ทอดยาวบนพื้นกระเบื้อง
มันก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคน…ยังรู้สึกว่าเขาไม่เดียวดาย
---
กระทั่งวันหนึ่ง…เขาหายไป
วันนั้น บ่ายสี่โมงยี่สิบ โต๊ะริมระเบียงยังว่าง
วันที่สอง วันที่สาม
ผมนั่งมองนาฬิกาเหมือนเด็กคอยพ่อกลับบ้าน
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์..หญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกล่องเล็ก ๆ ในมือ เธอยิ้มให้ผม เศร้า ๆ ก่อนยื่นซองจดหมายเล็ก ๆ สีน้ำตาล
“พ่อฝากไว้ก่อนจากไปค่ะ
บอกว่าให้ส่งถึง ‘คุณเจ้าของร้านกาแฟที่ลมพัดดี’”
ผมรับมา มือเย็นเฉียบ
เปิดอ่านเงียบ ๆ ตรงนั้น
“ขอบใจที่เธอเปิดร้านในมุมที่ภรรยาฉันคงชอบ
ขอบใจที่ไม่ถามมาก
ขอบใจที่ให้ฉันได้อยู่กับเธออีกครั้งในแต่ละวัน”
— ลุงคนเดิม
ผมไม่รู้จะพูดอะไร
จึงทำแค่เงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยเบา ๆ
“โต๊ะของลุงจะยังอยู่ตรงนั้นเสมอครับ”
---
หลังจากวันนั้น
ทุกวันยามบ่ายที่ลมพัดใบไม้โบกไกว
ผมจะวางกาแฟดำไว้สองแก้วตรงโต๊ะริมระเบียง
แ
ก้วหนึ่งเพื่อคนที่ยังคิดถึง
อีกแก้ว…เพื่อคนที่ยังรออยู่ในความทรงจำ
...... จบ .......
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
สวนหอมในฝัน: 10 อันดับไม้ดอกยอดนิยม ปลูกง่าย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน
เมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
จังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
จังหวัดในไทยที่มีถนนทางโค้งมากที่สุด
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
จังหวัดที่ทำนาข้าวได้ผลดีที่สุด ได้ผลผลิตข้าวสูงที่สุดในไทย
โพสต์อวดรวย แต่เงินไม่คืน? 5 เรื่องจริง 10 นิสัยลูกหนี้ เช็คให้ดีก่อนให้ใครยืม
ก็แดดมันร้อน! เมื่อต้นมะละกอที่หวงดั่งลูก ยืนต้นตากแดดตามลำพัง ต้องหาที่กำบังให้ซะหน่อย
เนื้อหมูกิโลละ 20 บาท! เปิดภาพราคาอาหาร ปี 2510 เทียบวันนี้ 120-190 บาท/กก.
เลิกแคร์สายตาคนรอบข้าง 7 วัน แชร์ประสบการณ์ปล่อยวางภาพลักษณ์ ชีวิตเริ่มเบาขึ้นจริง