Incoterm คืออะไร? เจาะลึก 11 เงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศที่ควรรู้
เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจระหว่างประเทศหรือวางแผนขยายตลาดไปต่างแดน หนึ่งในองค์ความรู้สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ “Incoterms” เพราะไม่ใช่แค่ชุดคำศัพท์ทางการค้าเท่านั้น แต่เป็นข้อตกลงสำคัญที่ช่วยกำหนดขอบเขตหน้าที่ของผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างชัดเจนในทุกขั้นตอนของการขนส่งสินค้า
คำว่า Incoterm ย่อมาจาก International Commercial Terms หรือ ข้อกำหนดทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจัดทำโดย International Chamber of Commerce (ICC) หรือหอการค้านานาชาติ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ข้อตกลงเหล่านี้มีทั้งหมด 11 ข้อ ซึ่งเรียกว่า 11 Terms โดยแต่ละข้อจะระบุชัดเจนว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง ภาษี ประกันภัย ตลอดจนความเสี่ยงที่อาจเกิดกับสินค้า ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Incoterms ทั้ง 11 ข้อ พร้อมอัปเดตเวอร์ชันล่าสุด และสรุปความแตกต่างระหว่าง Incoterm 2010 กับ 2020 อย่างชัดเจน เพื่อให้คุณพร้อมก่อนลงสนามการค้าระหว่างประเทศจริง
Incoterm คืออะไร?
Incoterm คือชุดข้อกำหนดที่ใช้ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของ ผู้ขาย และ ผู้ซื้อ ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดส่ง ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า
โดยสาระสำคัญของ Incoterms คือการระบุว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละช่วงของกระบวนการจัดส่ง เช่น ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าประกันภัย ภาษีนำเข้า หรือแม้แต่ช่วงที่ความเสี่ยงของสินค้าจะถูกส่งต่อจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ
Incoterms ถูกกำหนดขึ้นโดย ICC (International Chamber of Commerce) หรือ หอการค้านานาชาติ เพื่อเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ในการทำสัญญาซื้อขายทั่วโลก ซึ่งช่วยลดความสับสนและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างคู่ค้าจากประเทศต่างๆ
เปิดเงื่อนไขของ Incoterms ทั้ง 11 ข้อ
หลังจากที่เราเข้าใจแล้วว่า Incoterm คืออะไร และทำไมจึงสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อมีการ ส่งของไปต่างประเทศ ต่อไปเราจะพาคุณมารู้จักกับ Incoterms ทั้ง 11 ข้อ
EXW Incoterms (Exworks)
ผู้ขายแค่เตรียมสินค้าไว้ ณ จุดรับสินค้า เช่น โรงงาน จากนั้นผู้ซื้อรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงค่าขนส่งและความเสี่ยงทั้งหมด
FCA Incoterms (Free Carrier)
ผู้ขายส่งมอบสินค้าให้กับผู้ขนส่ง ณ สถานที่ตกลง เช่น คลังหรือท่าเรือ แล้วผู้ซื้อรับผิดชอบต่อจากจุดนั้น เหมาะกับผู้ซื้อที่มีตัวแทนขนส่งเอง
FAS Incoterms (Free Along Side)
ผู้ขายจัดส่งสินค้ามาไว้ข้างเรือที่ท่าเรือต้นทาง ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าขนส่งขึ้นเรือและความเสี่ยงหลังจากนั้น นิยมใช้กับสินค้าขนาดใหญ่
FOB Incoterms (Free Onboard Vessel)
ผู้ขายส่งของขึ้นเรือที่ท่าเรือต้นทาง ความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายเปลี่ยนมือเมื่อของขึ้นเรือแล้ว เหมาะสำหรับการขนส่งทางทะเล
CFR Incoterms (Cost and Freight)
ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งถึงท่าเรือปลายทาง แต่ความเสี่ยงเปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อเมื่อสินค้าขึ้นเรือ แนะนำให้ผู้ซื้อทำประกันเพิ่ม
CIF Incoterms (Cost, Insurance & Freight)
เหมือนกับ CFR แต่ผู้ขายต้องจัดประกันสินค้าให้ครอบคลุมจนถึงปลายทาง เหมาะกับผู้ซื้อที่ต้องการความมั่นใจด้านความคุ้มครอง
CIP Incoterms (Carriage and Insurance Paid To)
ผู้ขายรับผิดชอบทั้งค่าขนส่งและประกันจนถึงจุดหมาย เหมาะกับการขนส่งหลายรูปแบบ เช่น เครื่องบินหรือรถบรรทุก
Incoterms (Carriage Paid To)
ผู้ขายออกค่าขนส่งถึงปลายทาง แต่ความเสี่ยงเปลี่ยนมือทันทีที่ส่งมอบสินค้าให้กับผู้ขนส่งรายแรก
DDU Incoterms (Delivery Duty Unpaid)
ผู้ขายส่งของถึงปลายทาง แต่ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมปลายทาง ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเอง (แม้ไม่ได้อยู่ใน Incoterms ล่าสุดแต่ยังใช้อยู่บางกรณี)
Incoterms (Delivered At Place)
ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งทั้งหมดจนถึงจุดหมายปลายทางที่ตกลง แต่ผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมปลายทาง
DDP Incoterms (Delivered Duty Paid)
เงื่อนไขที่ผู้ขายรับผิดชอบทุกอย่างจนกว่าสินค้าจะถึงมือผู้ซื้อ รวมถึงค่าขนส่ง ค่าภาษี และการจัดการเรื่องเอกสารต่าง ๆ เหมาะกับผู้ซื้อที่ไม่ต้องการจัดการอะไรเองเลย
ความแตกต่างระหว่าง Incoterm 2010 กับ 2020
Incoterms 2020 มีการปรับปรุงสำคัญเพื่อให้เหมาะกับการขนส่งและการค้าในยุคปัจจุบัน ดังนี้:
- การประกันภัย
- CIP ต้องมีประกันขั้นต่ำตาม Institute Cargo Clause (A)
- CIF ยังคงใช้ประกันตาม Clause (C) - FCA เพิ่มทางเลือกใหม่
- อนุญาตให้ใส่สัญกรณ์ onboard บนใบตราส่งก่อนโหลดเรือ - ชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่าย
- รวมรายละเอียดไว้ในหมวด A9/B9 ของแต่ละข้อกำหนด - ความปลอดภัย
- ระบุชัดเจนว่าผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยในบางกรณี - ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ให้บริการขนส่ง
- กฎ FCA, DAP, DPU, DDP รองรับการขนส่งโดยไม่มี third party - เปลี่ยนชื่อ DAT เป็น DPU
- เพื่อชี้ว่าจุดส่งมอบไม่จำเป็นต้องเป็น Terminal
เข้าใจเงื่อนไข Incoterm ก่อนส่งของไปต่างประเทศ
ก่อนเริ่มต้นส่งสินค้าไปต่างประเทศ การเข้าใจเงื่อนไข Incoterms เป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยให้คุณรู้ชัดว่าใครรับผิดชอบเรื่องใดระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ เช่น ค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า ประกันภัย หรือจุดส่งมอบสินค้า แต่ละข้อมีผลต่อต้นทุน ความเสี่ยง และขั้นตอนการจัดส่งโดยตรง
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการลดความยุ่งยาก Aye Cargo คือพาร์ตเนอร์ที่พร้อมดูแลคุณแบบครบวงจร ทั้งให้คำปรึกษาเรื่อง Incoterms เลือกรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม ตรวจสอบขนาดพัสดุเพื่อประเมินต้นทุน แนะนำเรื่องเอกสารศุลกากร ไปจนถึงบริการ Drop Off ซึ่งคือจุดรับสินค้าที่ผู้ส่งนำของมาฝากไว้ เพื่อให้ทีมโลจิสติกส์ของ Aye Cargo รับช่วงดูแลการขนส่งจนถึงปลายทางอย่างมืออาชีพ
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
เจาะรหัสเลขหน้าปกสลาก: สัญจรสุราษฎร์ธานี และสลากการกุศล งวด 1/3/69
"เปิ้ล นาคร" โดนลูกน้องโกง! ร่ำไห้ให้บทเรียนราคาแพงของความไว้ใจ
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล





