หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความลับของปอดมนุษย์ อวัยวะสุดมหัศจรรย์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

เนื้อหาโดย Boss Panuwat

ปอดคืออวัยวะรูปถุงที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กรงซี่โครงและเหนือกระบังลม ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบหายใจและระบบกำจัดของเสียในร่างกาย ที่หลายคนอาจไม่รู้คือปอดของเราทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่เคยหยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว!

รู้หรือไม่? ปอดทั้งสองข้างของเรามีขนาดไม่เท่ากันอย่างน่าประหลาด! ปอดขวาจะกว้างแต่สั้นกว่าเพราะต้องเผื่อที่ให้ตับที่อยู่ด้านล่าง ส่วนปอดซ้ายที่แคบกว่าก็เพราะต้องแบ่งพื้นที่ให้หัวใจนั่นเอง ความแตกต่างนี้แสดงถึงความชาญฉลาดของร่างกายมนุษย์ที่จัดสรรพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่น่าสนใจคือความจุของปอดผู้ชายและผู้หญิงก็ต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยปอดผู้ชายสามารถเก็บอากาศได้มากถึง 750 ลูกบาศก์เซนติเมตร (ประมาณ 1.5 ไพน์ท์) ในขณะที่ปอดผู้หญิงจุได้เพียง 285-393 ลูกบาศก์เซนติเมตรเท่านั้น ดร.โจนาธาน พี. พาร์สันส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปอดจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตเปิดเผยข้อมูลชวนตะลึงว่า "ปอดมนุษย์ถูกออกแบบมาเกินความจำเป็นเสียอีก ในคนสุขภาพดี แม้จะออกกำลังกายหนักสุดๆ เราก็ใช้ความจุปอดเพียง 70% เท่านั้น นั่นหมายความว่าเรายังมีศักยภาพในการหายใจอีกถึง 30% ที่ไม่เคยได้ใช้เลย!"

ข้อมูลจากสมาคมปอดอเมริกันระบุสถิติที่น่าทึ่งว่า ผู้ใหญ่หายใจเฉลี่ย 15-20 ครั้งต่อนาที หรือคิดเป็นประมาณ 20,000 ครั้งต่อวัน! ส่วนทารกแรกเกิดหายใจเร็วถึง 40 ครั้งต่อนาทีเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ที่หายใจเพียง 12-16 ครั้งต่อนาทีในขณะพักผ่อน

แม้การหายใจจะดูเหมือนเรื่องง่ายๆ ที่เราทำโดยไม่ต้องคิด แต่แท้จริงแล้วเป็นกระบวนการซับซ้อนที่ต้องอาศัยการทำงานประสานกันของหลายอวัยวะ ปอดขวาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเรียกว่ากร lobes ส่วนปอดซ้ายมีเพียง 2 lobes เท่านั้น เนื้อปอดมีลักษณะคล้ายฟองน้ำและถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อบางๆ ที่เรียกว่า pleura ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแผ่นกันชนระหว่างปอดกับผนังทรวงอก

ระบบการทำงานของปอดชวนตะลึงไม่แพ้กัน! ปอดทำงานคล้ายเครื่องสูบลมยักษ์ เมื่อขยายตัวจะดูดอากาศเข้าสู่ร่างกายอย่างเงียบเชียบ เมื่อบีบตัวจะขับคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นของเสียจากการเผาผลาญพลังงานออกมา แต่ที่น่าสนใจคือปอดไม่มีกล้ามเนื้อสำหรับสูบอากาศเอง ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างกระบังลมและกรงซี่โครงที่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องสูบจ่ายอากาศธรรมชาติ

กระบวนการหายใจเริ่มต้นเมื่อเราสูดอากาศเข้าไป อากาศจะเดินทางผ่านทางเดินหายใจเริ่มจากลำคอ ลงสู่หลอดลมใหญ่ (trachea) ที่มีความแข็งแรงจากวงแหวนกระดูกอ่อนป้องกันการพับตัว แล้วแยกเป็นสองทางเข้าสู่หลอดลมเล็ก (bronchial tubes) ที่แตกแขนงเหมือนกิ่งไม้ไปทั่วปอดทั้งสองข้าง ปลายสุดของหลอดลมเล็กเหล่านี้จะจบลงที่ถุงลมปอด (alveoli) ซึ่งมีลักษณะคล้ายพวงองุ่นเล็กๆ นับล้านๆ อัน

ถุงลมปอดเหล่านี้คือสถานีแลกเปลี่ยนก๊าซที่สำคัญที่สุด โดยมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากมาหลอมรวมเป็นเครือข่ายที่บางเฉียบเพียง 1 เซลล์เท่านั้น! ที่นี่เองที่ออกซิเจนจะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ในขณะที่คาร์บอนไดออกไซด์จะถูกขับออกมา ความมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นราว 20,000 ครั้งต่อวันโดยที่เราไม่รู้ตัว

ความอัศจรรย์อีกอย่างคือปอดแต่ละข้างมีเยื่อหุ้มแยกจากกันอย่างเป็นอิสระ ระบบป้องกันนี้ทำให้แม้ปอดข้างหนึ่งจะได้รับบาดเจ็บหรือถูกเจาะ อีกข้างยังสามารถทำงานทดแทนได้ทันที นี่คือตัวอย่างการออกแบบที่สมบูรณ์แบบของร่างกายมนุษย์ที่เตรียมระบบสำรองไว้เสมอ

นักวิทยาศาสตร์พบว่าพื้นที่ผิวรวมของถุงลมปอดทั้งหมดหากนำมาแผ่ออกจะกว้างพอๆ กับสนามเทนนิส! นั่นหมายความว่าในร่างกายคนเรามีพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนก๊าซขนาดใหญ่ยักษ์ที่พับเก็บอย่างแนบเนียนอยู่ในทรวงอกแคบๆ ของเรา

ปอดยังมีระบบทำความสะอาดตัวเองที่น่าทึ่ง โดยมีขนเล็กๆ เรียกว่า cilia คอยกวาดเอาเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมออกไป พร้อมกับผลิตเมือกเพื่อดักจับฝุ่นละออง ระบบนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนพนักงานทำความสะอาดมืออาชีพ!

ทุกวันนี้แพทย์พบว่าการฝึกหายใจอย่างถูกวิธีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดได้ถึง 20% การฝึกปอดให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย การเล่นเครื่องเป่าลม หรือแม้แต่การร้องเพลง ล้วนช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้นและชะลอความเสื่อมตามวัยได้อย่างน่าอัศจรรย์

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile


โพสท์โดย: Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบันรีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปีญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมรเหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทยสีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวันโอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?รวมภาพตลกเฮฮาประจำวันนี้ 05/01/69 วันที่อากาศเย็น แถมเป็นวันทำงานหลังปีใหม่ อยากนอนอยู่บ้านอีกจังหนอควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?หนุ่มต่างชาตินั่งกินบวบฉ่ำข้างถนน..ชาวบ้านสุดทน! ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ภาพถ่ายครั้งสุดท้ายของเรือไททานิก ที่ถูกบันทึกไว้ก่อนเรือจะอับปางหลานกลับบ้านเกิด ยายเอานมบูด มาตอนรับ พูดประโยคเดียวจุกอกคิวบาเผย "พลเมืองคิวบาดับ 32 ราย ขณะทหารมะกันบุกจับผู้นำเวเนซุเอลา"เช็กด่วน! 4 ผงอันตรายใกล้ตัวในครัวเรือน บริโภคสะสมเสี่ยงโรคร้ายทำลายสุขภาพระยะยาวรีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาพถ่ายครั้งสุดท้ายของเรือไททานิก ที่ถูกบันทึกไว้ก่อนเรือจะอับปางรู้ทันก่อนพลาด ป้องกันตัวเองจาก “สแกมเมอร์” ภัยร้ายใกล้ตัวที่มาได้ทุกวัน"คู่จิ้น" เมื่อความคาดหวังมากเกินไป สิ่งที่ตามมาคือแรงกดดันทำไมคนรุ่นใหม่ยอมจ่ายเพื่อซื้อความสุขทันทีมากกว่าสะสมทรัพย์สิน
ตั้งกระทู้ใหม่