หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

อ้วนแบบไหน? เสี่ยงโรคมากกว่าที่คิด!!

เขียนโดย takla

คนเรามีหลายแบบ…อ้วนก็ดูเหมือนจะหลายสไตล์ บางคนตัวใหญ่แต่ดูแข็งแรงดี บางคนดูไม่อ้วนมากแต่มีพุงยื่น บางคนตัวไม่ใหญ่แต่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด คำถามคือ “แบบไหนกันแน่ที่อันตรายต่อสุขภาพ?” แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า “ความอ้วนของเรา” เป็นความเสี่ยงหรือเปล่า?

ความอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำหนักตัวบนตาชั่ง แต่เป็นเรื่องของ “ไขมันสะสมในร่างกาย” และ “ตำแหน่งที่ไขมันไปกองอยู่” มากกว่า ลองมาดูประเภทของความอ้วนหลัก ๆ ที่ควรรู้กัน

 

1. อ้วนลงพุง (Central Obesity)  อันตรายที่สุด

จุดเสี่ยง: ไขมันสะสมรอบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน ลำไส้  มีความเสี่ยงที่จะเป็น เบาหวาน ความดัน ไขมันพอกตับ โรคหัวใจ มะเร็งบางชนิด

 

2. อ้วนทั้งตัว (General Obesity)  เสี่ยงแต่ไม่เท่าอ้วนพุง

ส่วนใหญ่พบในคนที่กินเกินพลังงานสะสม ไขมันมากทั่วร่างกาย แต่บางคนยังไม่มีโรคประจำตัว อาจดูแข็งแรง แต่อวัยวะภายในเริ่มรับภาระมากขึ้น เช่น หัวใจทำงานหนัก หากไม่ควบคุม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจดันเข้าสู่ภาวะอ้วนลงพุงในอนาคต

 

3. อ้วนเฉพาะส่วน เช่น ต้นแขน ต้นขา สะโพก  เสี่ยงน้อยกว่าแต่ไม่ควรมองข้าม

มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และสัมพันธ์กับฮอร์โมน ไม่ได้อันตรายโดยตรงเท่าพุง แต่หากมีไขมันสะสมมาก อาจส่งผลต่อข้อเข่า กล้ามเนื้อ และเคลื่อนไหวลำบาก จุดดีคือ ไขมันแบบนี้ “สะสมใต้ผิวหนัง” ไม่ได้ล้อมรอบอวัยวะภายใน

 

4. ผอมแต่พุงออก (TOFI  Thin Outside Fat Inside)

คนที่ดูไม่อ้วน น้ำหนักปกติ แต่มีไขมันเกาะในช่องท้องส่วนมากไม่รู้ตัว เพราะเข้าใจว่าผอมคือปลอดภัย แต่ความเสี่ยงโรค “เทียบเท่าคนอ้วนจริง” หรือบางครั้งมากกว่าด้วยซ้ำ!

 

วิธีประเมินความเสี่ยงจากความอ้วนไม่ควรดูแค่น้ำหนักตัวเท่านั้น เพราะน้ำหนักอาจไม่ได้สะท้อนความจริงเสมอไป การวัดรอบเอวจึงเป็นวิธีที่ง่ายและแม่นยำมากกว่า โดยผู้ชายควรมีรอบเอวไม่เกิน 90 เซนติเมตร และผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร หากเกินกว่านี้ ควรเริ่มปรับพฤติกรรมการกิน การนอน และการออกกำลังกายโดยทันที

สุดท้ายนี้ ความอ้วนไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ควรถูกตัดสินด้วยสายตา แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ภายในนั้น อาจกำลังค่อย ๆ บั่นทอนสุขภาพเราโดยไม่รู้ตัว การเข้าใจว่า “อ้วนแบบไหนอันตราย” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

เนื้อหาโดย: takla
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
takla's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 144 ครั้ง
เขียนโดย takla
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพ"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569ลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งจ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยภาษากายบอกได้ไหมว่ามีกิ๊กในที่ทำงานหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนรวมแนวทางเลขดังงวด 1 พ.ย. 69 แม่น้ำหนึ่ง คำชะโนด ม้าสีหมอก และเลขมงคลวันสำคัญข่าว 33 ประเทศเตือนประชาชนกักตุนอาหาร สัญญาณเตือนวิกฤตโลกจริงหรือไม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
งูหางกระดิ่งแต่ละตัวใช้พิษไม่เท่ากันจริงหรือ—งานทดลองพบลักษณะนิสัยส่วนตัวไหม?ภาพ Jacob Lawrence ที่ไม่ปรากฏต่อสาธารณะ 60 ปี ก่อนพบว่าเป็นแผงหนึ่งจากชุด Struggle?ภาพขอบ Macclesfield Psalter ช่วยจำบทสวด ส่วนหน้าปีศาจที่เลือนหายบอกอะไร?นักแสดงคณะละครสัตว์เคยปลอมตัวเป็นกษัตริย์แอลเบเนีย 5 วันจริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่