งานพระศพอันยิ่งใหญ่และการสิ้นสุดของราชวงศ์จีน เบื้องหลังพิธีสุดท้ายของจักรพรรดิกวางซวี่
ในปี 1909 พิธีพระศพของ จักรพรรดิกวางซวี่ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและยิ่งใหญ่ ชายฉกรรจ์ 128 คนแบกโลงพระศพของจักรพรรดิเดินไปตามถนนฉางอัน มุ่งหน้าสู่สุสานหลวง ควันธูปและ ธูปกระดาษกว่า 900,000 แผ่น ถูกโปรยปรายราวหิมะขาวปกคลุมทั่วทั้งเมือง ขบวนพระศพมีผู้เข้าร่วมกว่าหนึ่งหมื่นคน บรรยากาศสงบและเคร่งขรึม ทว่าเมื่อเทียบกับเรื่องราวชีวิตของจักรพรรดิกวางซวี่แล้ว งานพระศพนี้กลับดูย้อนแย้งอย่างยิ่ง
ชีวิตภายใต้เงาอำนาจ
จักรพรรดิกวางซวี่สวรรคตเมื่อ พระชนมายุเพียง 34 พรรษา พระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุเพียง 4 พรรษา แต่ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิภายใต้การควบคุมของ พระนางซูสีไทเฮา มาโดยตลอด การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ถือเป็นการสิ้นสุดของยุคสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน แม้การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเสื่อมโทรมของระบอบการปกครองได้ แต่รัฐบาลราชวงศ์ชิงในขณะนั้นก็ยังคงจัดพิธีพระศพอันยิ่งใหญ่ตามธรรมเนียมโบราณ
ไม่มีใครคาดคิดว่างานพระศพของจักรพรรดิกวางซวี่จะเป็น พิธีสุดท้ายที่จัดขึ้นตามธรรมเนียมจักรพรรดิจีน ตลอดหลายพันปีของระบอบศักดินา ความหมายทางการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังงานพระศพนี้ยังเผยให้เห็นความจริงของการล่มสลายของราชวงศ์ชิงในขณะนั้นด้วย
ความปรารถนาในการปฏิรูปท่ามกลางความขัดแย้ง
จักรพรรดิกวางซวี่ พระนามเดิม อ้ายซินเจี๋ยหลัว ไจ้เถียน ทรงขึ้นครองราชย์จากการแทรกแซงของพระนางซูสีไทเฮา แม้ทรงดำรงตำแหน่งจักรพรรดิ แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของพระนางได้ แม้จะมีความปรารถนาในอำนาจและต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ก็ถูกขัดขวางโดยพระนางไทเฮาและขุนนางหัวอนุรักษ์นิยมเสมอ
จีนในขณะนั้นกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างลึกซึ้งและการรุกรานจากภายนอก จักรพรรดิกวางซวี่ทรงตระหนักดีว่าหากไม่มีการปฏิรูป ราชวงศ์ชิงก็จะล่มสลาย พระองค์พยายามผลักดัน การปฏิรูปวิถีใหม่ แต่ก็เผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่หยั่งรากลึก
การสิ้นสุดของความหวังและการปิดฉากราชวงศ์
ในที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างจักรพรรดิกวางซวี่และกลุ่มปฏิรูปก็แย่ลงเรื่อย ๆ กลุ่มอนุรักษ์นิยมก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ พระนางซูสีไทเฮาค่อย ๆ กำจัดกลุ่มปฏิรูปออกไป ความฝันในการปฏิรูปของราชวงศ์ชิงก็พังทลายลงพร้อมกับ ความล้มเหลวของการปฏิรูปวิถีใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่หมายถึงการสูญเสียอำนาจของจักรพรรดิกวางซวี่เท่านั้น แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึง จุดจบของราชวงศ์ศักดินาของจีน ด้วย
มรดกแห่งความขัดแย้ง
แม้ว่าตลอดพระชนม์ชีพ บทบาททางการเมืองของจักรพรรดิกวางซวี่จะเป็นเพียงการแสดงที่ว่างเปล่า แต่งานพระศพของพระองค์กลับยิ่งใหญ่ตระการตา พิธีพระศพเต็มไปด้วยความสง่างามแบบราชวงศ์ มีขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊นับร้อยคนเข้าร่วม ขบวนพระศพยิ่งใหญ่และยาวเหยียด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของ พิธีสุดท้ายของจักรพรรดิจีน และเป็นการปิดฉากยุคศักดินาของจีน
ขบวนเครื่องราชอิสริยยศของจักรพรรดิมีพิธีการที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนหามโลง 128 คนที่แข็งแรงราวกับวัว พวกเขาเดินผ่านเมืองฉางอัน สร้างความประทับใจ ราวกับว่าจักรพรรดิกวางซวี่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจแห่งโอรสสวรรค์ ไม่ว่าอย่างไร ความรุ่งโรจน์ของงานพระศพนี้เมื่อเทียบกับความไร้อำนาจและเงียบงันตลอดพระชนม์ชีพของจักรพรรดิกวางซวี่ ดูเหมือนจะย้อนแย้งอย่างยิ่ง และทิ้งไว้ซึ่งบทเรียนที่ลึกซึ้งให้กับประวัติศาสตร์
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
52Hz เสียงเรียกแห่งความเหงา
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
พลังน้ำใจคนไทย! ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
ส่องกระแสคลิปไวรัล 27 ล้านวิว! "คนไม่ใช่หุ่นยนต์" ร้องไปเคาะไปสไตล์ซื่อๆ โดนใจชาวเน็ต
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
รีวิวหนังดัง THIS MEANS WAR สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย
1978: ปีแห่งการทำลายกำแพงอคติ เมื่อผู้หญิงก้าวสู่ทำเนียบนนักบินอวกาศนาซา
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน




