มาร์เกรเธอที่ 2 ราชินีผู้ไม่เหมือนใคร แห่งเดนมาร์ก เดินซื้อของในตลาดด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์
ควีนมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์หญิงที่โดดเด่นและเป็นที่รักยิ่ง พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 16 เมษายน 1940 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งการประสูติของพระองค์นำมาซึ่งความหวังท่ามกลางความยากลำบากของประเทศเดนมาร์กที่ถูกยึดครองโดยนาซีเยอรมัน
เส้นทางสู่บัลลังก์
เดิมที กฎหมายการสืบราชสมบัติของเดนมาร์กไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขึ้นครองราชย์ แต่ด้วยความพยายามของพระบิดา สมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 รัฐธรรมนูญจึงถูกแก้ไขในปี 1953 ทำให้เจ้าหญิงมาร์เกรเธอในวัย 13 ชันษา กลายเป็นรัชทายาทผู้มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ การศึกษาของพระองค์ยอดเยี่ยมและหลากหลาย ทรงมีความสามารถโดดเด่นทั้งด้านภาษา ศิลปะ และโบราณคดี ซึ่งทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่ฉลาดที่สุดในยุโรป
ชีวิตรักและการอภิเษกสมรส
ในปี 1965 พระองค์ทรงพบกับ เฮนรี่ เดอ ลาบอร์ด เดอ มงเปซา เลขานุการประจำสถานทูตฝรั่งเศส ณ ลอนดอน ทั้งสองพระองค์ตกหลุมรักกันและอภิเษกสมรสกันในปี 1967 โดยเจ้าชายเฮนริก (หลังจากเปลี่ยนชื่อจากเฮนรี่เป็นเฮนริก) ได้รับตำแหน่งเจ้าชาย และมีพระโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าชายเฟรเดอริก และ เจ้าชายโยอาคิม
ราชินีผู้ใกล้ชิดประชาชน
ในวันที่ 14 มกราคม 1972 สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ นับเป็นสมเด็จพระราชินีนาถพระองค์แรกในประวัติศาสตร์เดนมาร์ก ทรงมีบุคลิกสดใส เป็นกันเอง ไม่ยึดติดกับพิธีการมากนัก ทรงโปรดฉลองพระองค์ด้วยสีสันสดใส และยังคงสูบบุหรี่อย่างเปิดเผยจนกระทั่งมีการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ พระองค์ทรงทำหน้าที่เพื่อประเทศอย่างเต็มที่ เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และเยือนต่างประเทศกว่า 50 ครั้ง
พระองค์ยังทรงได้รับฉายาว่า "ราชินีของประชาชน" เนื่องจากทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายและใกล้ชิดกับประชาชนมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินซื้อของในตลาดด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ หรือการออกมาร้องเพลงให้ประชาชนฟังที่ระเบียงพระราชวัง ความเป็นกันเองนี้ทำให้ราชวงศ์เดนมาร์กมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเป็นที่รักของประชาชนอย่างมาก
ความท้าทายในชีวิตส่วนตัวและการสละราชสมบัติ
แม้ความสัมพันธ์กับเจ้าชายเฮนริกจะเต็มไปด้วยความสุข แต่ก็มีความท้าทายจากความไม่พอใจของเจ้าชายที่ปรารถนาตำแหน่ง "คิง" อย่างเท่าเทียมกับควีน แม้จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าชายเฮนริกรู้สึกไม่พอใจและเดินทางกลับฝรั่งเศส แต่ควีนมาร์เกรเธอก็ทรงพยายามประนีประนอมด้วยการพระราชทานตำแหน่งเคานต์แห่งมงเปซาแก่พระโอรสทั้งสอง ซึ่งทำให้เจ้าชายเฮนริกรู้สึกสมดุลขึ้น
เมื่อเจ้าชายเฮนริกสิ้นพระชนม์ในปี 2018 คำสั่งเสียของพระองค์คือไม่ให้ฝังเคียงข้างควีน ซึ่งแสดงถึงความปรารถนาที่จะไม่ถูกจัดอยู่ในฐานะรองอีก แม้ควีนจะทรงโทมนัสอย่างมาก แต่พระองค์ก็เคารพการตัดสินใจของพระสวามี และในพิธีพระศพ เจ้าชายเฮนริกยังได้เตรียมเซอร์ไพรส์สุดท้ายสำหรับควีนด้วยการปูพื้นโบสถ์ด้วยดอกไม้ สื่อถึงคำสัตย์สาบานแห่งความรัก
ในปี 2022 ควีนมาร์เกรเธอทรงครองราชย์ครบ 50 พรรษา และในวันที่ 31 ธันวาคม 2023 พระองค์ได้ประกาศสละราชสมบัติในวันที่ 14 มกราคม 2024 ซึ่งทำให้พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์หญิงพระองค์แรกในประวัติศาสตร์เดนมาร์กที่ทรงสละราชสมบัติขณะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ความนิยมในระบอบกษัตริย์ของเดนมาร์กเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งในช่วงที่พระองค์ทรงปกครอง แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อพระราชินีผู้ยิ่งใหญ่และเป็นกันเองพระองค์นี้อย่างแท้จริง
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดา
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
สัตว์เพียงชนิดเดียว ที่เคยมีชื่อเป็นอดีตสัตว์ป่าสงวนของไทย
"โฉนดที่ดินฉบับแรก" มรดกล้ำค่าแห่งแผ่นดินไทย
การกลับมาของวิญญาณศิลป์: ‘มหาอุมมังคชาดก’ ผลงานระดับตำนานของ ถวัลย์ ดัชนี คืนถิ่นไทยในรอบ 50 ปี
อาชีพที่น่าสนใจในปี 2026 ใครปรับตัวไว มีโอกาสก่อน
เหรียญเงินราคา 5 บาท รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน







