ทำไมคนทั่วๆไปจึงรู้สึกว่าเงินมันมักจะหมดก่อนเวลาอันควร แล้วตัวเองนั้นไม่ได้รู้สึกว่าฐานะดีขึ้นเลยในทุกๆปี ?
ปลายเดือนอีกแล้ว... เงินในบัญชีเหลือน้อยกว่ากับข้าวถุงน้อยในตู้เย็นซะอีก ใครเคยเจอสถานการณ์แบบนี้บ้าง? บางทีเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่เราถูกปล้นเงินเดือนหรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าพอเงินเข้าปุ๊บ มันก็พร้อมใจกันวิ่งหนีเราไปอย่างไม่ไยดี ปัญหาคือ จริงๆแล้วมันไม่ได้วิ่งไปไหนไกล มันแค่แปลงร่างเป็นของต่างๆ ที่เราซื้อมาอย่างภาคภูมิใจในตอนต้นเดือน แต่แอบเสียใจเบาๆ ตอนต้องมานั่งกินมาม่าในอาทิตย์สุดท้าย
เรื่องมันก็เหมือนกันทุกๆเดือน วันที่เงินเดือนเข้า เราก็รู้สึกเหมือนเศรษฐีนีแห่งอาณาจักรย่อยๆของตัวเองบนแอปฯ ธนาคาร และเราก็มักจะเผลอใจใช้เงินกันอย่างเพลิดเพลิน เห็นกาแฟแก้วละร้อยห้าสิบก็ไม่สะเทือนใจเท่าไหร่ “ทำงานมาเหนื่อยๆ ต้องให้รางวัลตัวเองบ้างสิ” แล้วก็ลากยาวไปถึงมื้อเย็นแบบฟูลคอร์ส ทั้งๆ ที่เมื่อวานยังบ่นว่าเงินไม่พอจ่ายบิลไฟอยู่เลย
บางทีเงินมันก็ไม่ได้หายไปอย่างลึกลับหรอก มันแค่ถูกปล่อยไหลออกไปอย่างเงียบๆ ผ่านพฤติกรรมประจำวัน เช่น การกด “สั่งซื้อ” โดยไม่คิด แล้วมานั่งแปลกใจทีหลังว่า “เอ๊ะ ฉันซื้อกระเป๋าอีกใบทำไม ทั้งที่ยังมีอีกใบที่ป้ายราคายังไม่ได้แกะเลย?” หรือการสมัครแอปพลิเคชันรายเดือนหลายๆ ตัวไว้แบบลืมๆ หรือแม้กระทั่งเกมส์ออนไลน์หลายๆอันที่ก็ต้องเติมตังค์เพื่อซื้อตัวละคร หรือ ไอเท็มต่างๆก็มีเหมือนกัน กว่าจะรู้ตัวอีกที เงินของเราในบัญชีก็พร่องไปกับเรื่องที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตไปเสียเยอะแล้ว
แต่บางคนก็อาจจะไม่ได้ใช้เงินแบบฟุ่มเฟือย เพียงแต่ “ลืมวางแผน” เพราะเอาจริงๆ การใช้เงินแบบไม่มีแผน มันก็เหมือนการขับรถโดยไม่มีจุดหมาย คือจะไปไหนก็ไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีคือน้ำมันหมดอยู่กลางทาง พอเงินหมด ก็ต้องหันไปพึ่งบัตรเครดิต แถมบางทียังมีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่า “เดือนหน้าค่อยตั้งต้นใหม่” ซึ่งแน่นอนว่า…เดือนหน้าก็จะวนลูปเดิมอีก
ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเงิน แต่คือเราไม่รู้จัก “จัดการ” กับมัน บางคนพอเงินเดือนขึ้น ก็ดีใจเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง แล้วขยับระดับชีวิตขึ้นตามทันที จากเคยกินร้านข้าวแกง ก็กลายเป็นกินร้านอาหารญี่ปุ่นแทน จากเคยนั่งรถเมล์ ก็กลายเป็นเรียกรถรับส่งออนไลน์ไปหลายๆวัน สรุปคือรายจ่ายโตทันรายได้ จนแทบไม่รู้สึกว่าเงินมันเพิ่มขึ้นเลย
และก็อย่ามองข้ามเรื่องของอารมณ์นะครับ เพราะหลายครั้งที่เราตัดสินใจใช้เงิน ด้วยอารมณ์มากกว่าสติ เหนื่อยก็ซื้อ เบื่อก็ซื้อ เครียดก็ซื้อ ตื่นเช้ามาอากาศดีเกินไปก็ซื้ออีกแล้ว! ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการ “เยียวยาหัวใจด้วยบัตรเดบิต” ที่ส่งผลโดยตรงต่ออนาคตอันหิวโหยของเราโดยตรงเลยทีเดียว
ท้ายที่สุดแล้ว คำถามไม่ใช่แค่ว่า “ทำไมเงินถึงหมดก่อนเวลาอันควร” แต่มันคือ “เราใช้เงินอย่างเข้าใจตัวเองแค่ไหน?” เงินไม่ได้มีชีวิต แต่พฤติกรรมของเรานี่แหละที่ทำให้มันอยู่หรือหายไปอย่างรวดเร็ว หากเราเริ่มตั้งสติ หันมาวางแผน จัดสรรอย่างพอเหมาะพอควร เราอาจจะยังไม่รวยในเร็ววัน แต่เราจะเลิกหมดตัวก่อนสิ้นเดือนแน่นอน
และนั่น...ก็เป็นชัยชนะเล็กๆ ที่ควรฉลอง (แบบไม่ต้องซื้อของใหม่)
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ทำไมคำว่า “เผด็จการ” มักทำให้นึกถึงเกาหลีเหนือ
อินทรีทอง นกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ผู้สง่างามแห่งท้องฟ้า
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
ทำไมฝาถังน้ำมันรถแต่ละคันอยู่คนละฝั่ง? ไม่ใช่เรื่องสุ่มอย่างที่คิด
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/7/69
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
5 มือถือกล้องเทพปี 2026 ถ่ายรูปสวย ใกล้เคียงกล้องใหญ่แค่ไหน
วัดเขาตะแบก ศรีราชา เส้นทางสายบุญพร้อมสกายวอล์คชมวิวชลบุรี
ทำไมการเต้นถึงช่วยให้สมองฟิตกว่าที่หลายคนคิด
10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน
ทำไมคำว่า “เผด็จการ” มักทำให้นึกถึงเกาหลีเหนือ
วัดเขาตะแบก ศรีราชา เส้นทางสายบุญพร้อมสกายวอล์คชมวิวชลบุรี
อินทรีทอง นกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ผู้สง่างามแห่งท้องฟ้า
29 มิถุนายน หนึ่งในวันประวัติศาสตร์ของไทย "กบฏแมนฮัตตัน"
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ




