ไขปริศนาตัวเลขฮินดูอารบิก จากอินเดียสู่โลกทั้งใบ
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
ตัวเลขที่เราใช้กันทั่วโลกในปัจจุบันคือ เลขฮินดูอารบิก ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก อารยธรรมอินเดีย ในสมัยราชวงศ์เมารยะ โดยพัฒนามาจากตัวเลขใน อักษรพราหมี ที่ปรากฏในจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช ในยุคแรกนั้นยังไม่มีแนวคิดของ เลข 0 ทำให้การแทนค่าหลักสิบ หลักร้อย ต้องใช้สัญลักษณ์พิเศษ
เลข 0 เข้ามามีบทบาทในระบบเลขฮินดูอารบิกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 7 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทำให้การเขียนและการคำนวณตัวเลขง่ายขึ้น การปรากฏตัวครั้งแรกของเลข 0 ในงานเขียนชาวฮินดูพบในงานของ พรหมคุปต์ นักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย แม้ว่าที่มาของเลข 0 ยังไม่ชัดเจน โดยมีทฤษฎีว่าอาจได้รับอิทธิพลจากชาวบาบิโลเนีย หรือชาวฮินดูคิดค้นขึ้นเอง
ต่อมา ความรู้เรื่องเลขฮินดูอารบิกได้แพร่หลายไปยัง แบกแดด ซึ่งเป็นศูนย์กลางความรู้ในโลกอาหรับ นักวิชาการชาวอาหรับได้ศึกษาและปรับปรุงตัวเลขเหล่านี้ให้เข้ากับภาษาของตนเอง ทำให้เกิดชื่อเรียกว่า เลขฮินดูอารบิก
ในเวลาต่อมา ความรู้เกี่ยวกับเลขฮินดูอารบิกได้เข้าสู่ ยุโรป ผ่านการติดต่อค้าขายและการศึกษา แม้ว่าชาวยุโรปจะคุ้นเคยกับ เลขโรมัน แต่ความซับซ้อนในการคำนวณของเลขโรมันเริ่มเป็นอุปสรรคเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวและมีการคำนวณที่ซับซ้อนขึ้น บุคคลสำคัญ เช่น สมเด็จพระสันตะปาปาซิลเวสเตอร์ที่ 2 และ ฟีโบนักชี ได้สนับสนุนการใช้เลขฮินดูอารบิก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไม่ได้ราบรื่นนัก เนื่องจากความรู้สึกต่อต้านวัฒนธรรมอาหรับในช่วงสงครามครูเสด ทำให้หลายคนยังคงยึดมั่นในเลขโรมัน แต่ด้วยความง่ายในการคำนวณและความสามารถในการรองรับการคำนวณที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการคิดค้น แคลคูลัส ทำให้เลขฮินดูอารบิกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในวงการวิชาการ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือในช่วง การปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อมีการสั่งห้ามใช้ลูกคิดเลขโรมันในโรงเรียนและหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นความพยายามที่จะให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน ในที่สุด เลขฮินดูอารบิกก็กลายเป็นมาตรฐานในยุโรป และเมื่อวิทยาการของยุโรปแพร่หลายไปทั่วโลก เลขฮินดูอารบิกจึงกลายเป็น ตัวเลขสากล ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนตัวเลขท้องถิ่นของแต่ละชาติก็ลดบทบาทลงไปใช้ในเชิงวรรณกรรมหรือการอนุรักษ์วัฒนธรรมแทน
หน้าตาของเลขฮินดูอารบิกที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันนั้นชัดเจนขึ้นเมื่อมีการประดิษฐ์ เครื่องพิมพ์ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ทำให้ต้องมีการสร้างแบบตัวอักษรที่แน่นอนสำหรับการพิมพ์
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่สถานประกอบพิธีศพ หลังจบงานศพไปหมาดๆ
เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่สถานประกอบพิธีศพ หลังจบงานศพไปหมาดๆ
หัวปลี ประโยชน์และสรรพคุณน่าทึ่ง ยอดสมุนไพรไทย ดังไกลข้ามโลก
จุดกางเต็นท์ที่สวยที่สุดของไทยในแต่ละฤดูกาล
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
เรื่องต้องห้ามที่ควรรู้ไว้หากกำลังเตรียมจะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
ทำไมต้องแบน? ย้อนรอยวิกฤตไวรัสนิปาห์ 1999 จุดจบของเลือดหมูในสิงคโปร์








