ดราม่าเดือดหน้าโรงแรม 5 ดาว นักท่องเที่ยวโวย "โรงแรมขโมยเงิน" สุดท้ายโป๊ะแตกกลางคลิป
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมมีคลิปมาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องราวดราม่าเดือดๆ ที่เกิดขึ้นหน้าโรงแรมหรู 5 ดาวในไทยนี่แหละครับ บอกเลยว่าเห็นแล้วทั้งฮา ทั้งปวดหัวแทนเจ้าหน้าที่โรงแรม
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนึง (ดูแล้วน่าจะมาจากอินเดีย) เข้ามาเช็คอินโรงแรม แต่เกิดปัญหาขึ้นเพราะเขาเข้าใจว่าโรงแรม “ขโมยเงิน” ไปจากบัตรเครดิตของเขา
ฟังดูเหมือนเรื่องใหญ่ใช่ไหมครับ? แต่พอขุดดูจริงๆ แล้วคือเรื่องของ "การบล็อกวงเงินบัตรเครดิต" ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากสำหรับโรงแรมหรูที่ไหนก็ทำกัน โดยเฉพาะเวลาเช็คอิน เขาจะบล็อกวงเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นตอนเช็คเอาท์ เช่น กินมินิบาร์ ทำของเสียหาย หรือสั่งรูมเซอร์วิสเพิ่ม
แต่กลุ่มนี้ไม่เข้าใจครับ!
บอกเลยว่าโวยวายลั่นล็อบบี้แบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ตะโกนใส่พนักงาน ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำ...คือเดือดจริงพี่ชาย!
ที่หนักกว่านั้น...
เขาไม่แค่โวยเฉพาะกับโรงแรม แต่ดันไปขวางแขกคนอื่นที่กำลังจะเข้ามาเช็คอิน! แบบยกมือห้ามเลย บอกว่า “อย่าเข้าไปนะ โรงแรมนี้ขโมยเงิน!” เหมือนเล่นบทหนังดราม่าอินเดียมาเองอะครับ
แน่นอนครับ...คลิปนี้หลุดออกมาเร็วมาก และกลายเป็นไวรัลทันที
คอมเมนต์ถล่มทลายเลยจ้า ทั้งคนไทยและต่างชาติ พากันมาแสดงความเห็นแบบเดือดๆ
มีคนแซวว่า “นี่มันกองถ่ายหนังบอลลีวูดรึเปล่า?”
บางคนก็บอกว่า “ฉันเข้าใจนะว่าเขาไม่พอใจ แต่ควรศึกษาเรื่องบัตรเครดิตให้เข้าใจก่อนจะวีน!”
บางคอมเมนต์แม่งแสบมาก
บอกว่า “ดูจากหน้าแล้วรู้เลย ว่าพฤติกรรมแบบนี้เคยเจอแน่นอน ไม่ต้องดูนาน”
มีบางคนที่ทำงานโรงแรมเข้ามาแชร์ประสบการณ์ด้วยว่า
"เวลาลูกค้าอินเดียมาพัก ต้องรีบเช็คห้องทันทีหลังเขาเช็คเอาท์ เพราะของหายบ่อยมาก!"
ถึงขั้นที่บางโรงแรมต้อง “เก็บเงินสดเท่านั้น” สำหรับแขกประเภทนี้ เพราะเคลมทีไรก็มีแต่ปัญหา
บางคนก็สงสัยว่า...
วงเงินในบัตรมันน้อยขนาดไหน ถึงต้องกลัวว่าจะช็อปปิ้งไม่ได้?
หรือเพิ่งออกนอกประเทศครั้งแรก?
เรื่องวงเงินนี่ก็เป็นประเด็นใหญ่เหมือนกันครับ
เพราะบางคนถือ “บัตรเดบิต” แต่บอกว่าเป็น “บัตรเครดิต” พอโรงแรมบล็อกวงเงิน เงินก็หายไปกลางอากาศ! แล้วจะคืนก็ต้องรอธนาคาร ซึ่งถ้าเป็นธนาคารอินเดีย บางคนบอกว่า “รอนานเป็นชาติ!”
ยิ่งบางธนาคารไม่ปลดวงเงินเร็ว ก็กลายเป็นปัญหาที่คนไม่รู้ระบบเข้าใจผิดกันเยอะ
แต่แทนที่จะสอบถามดีๆ กลับเลือกวิธีวีน ตะโกนใส่พนักงาน
ไปจนถึงทำให้แขกคนอื่นเสียอารมณ์ด้วย
สุดท้ายหลายๆ คอมเมนต์ก็บอกตรงกันว่า...
กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบนี้ “มีชื่อเสียงในแวดวงโรงแรมอยู่แล้ว”
บางที่ถึงขั้น “เห็นชื่อ-เห็นสัญชาติ แล้วไม่ให้เช็คอินเลย” เพื่อความสงบสุขของแขกคนอื่น
พูดง่ายๆ คือ...
"ถ้ารู้ว่าเรื่องเยอะ ก็อย่าพักดีกว่า!"
สรุปเลยนะครับ...
เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำๆ เพราะหลายคนไม่เข้าใจระบบโรงแรม บางคนอาจเคยชินกับการใช้เดบิตในประเทศตัวเอง แล้วพอมาเจอบล็อกวงเงินก็เข้าใจว่า “โดนโกง” ทั้งๆ ที่มันเป็นระบบสากลที่ใช้กันทั่วโลก
แทนที่จะเปิดใจเรียนรู้ กลับมาวีนใส่คนอื่น ทำลายภาพลักษณ์ประเทศตัวเอง เสียทั้งชื่อเสียง เสียทั้งอารมณ์
ฝากไว้ให้คิดครับ
ก่อนจะวีน...หาข้อมูลสักนิด
จะได้ไม่โป๊ะแตกกลางโซเชียลอีก
ใครเคยเจออะไรคล้ายๆ แบบนี้ ลองมาแชร์กันได้นะครับ เรื่องแบบนี้ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวแน่นอน 😡
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี..งวดวันที่ 17 มกราคม 69
ศิษย์เศร้า "หลวงตานวย" ละสังขาร เผยเลขเด็ดฝาโลง 3 ตัวตรง
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
ขุมทรัพย์เรร์เอิร์ทแห่งอาเซียน: สมรภูมิแร่หายากที่โลกกำลังรุมตอม
ไข่ต้มสีชมพู! สัญญาณอันตรายจากแบคทีเรียที่ต้องรีบทิ้ง ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงติดเชื้อรุนแรงหากบริโภค
เปิดโลก 10 อาชีพ "มนุษย์เงินล้าน" ยุคดิจิทัล (ที่ไม่ใช่แค่วิศวะ!) รายได้พุ่ง 3-5 ล้านบาท/ปี...มาดูเทรนด์โลก แล้วย้อนดูไทย เราอยู่ตรงไหนกัน?
ทำไมแมวถึงกัดและข่วน วิธีฝึกให้แมวเลิกกัด
เนื้อสัตว์ประเภทนี้ไม่ควรนำไปปรุงในหม้อทอดไร้น้ำมันอย่างเด็ดขาด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง


