Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สงครามภาษีของสหรัฐฯเริ่มแล้วทั่วโลกวันนี้ !!! และไทยควรเล่นเกมอย่างไรให้ได้เปรียบ?

โพสท์โดย dukedicknarak

        สงครามภาษีที่สหรัฐฯ เปิดฉากขึ้นภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งถูกกำหนดไว้สูงถึง 36% สูงกว่าจีนเสียอีก นี่เป็นสถานการณ์ที่บีบให้ไทยต้องพิจารณายุทธศาสตร์ใหม่ในการรับมือ เพราะการตอบโต้กลับโดยตรงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่สมเหตุสมผล ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังคงพึ่งพาสหรัฐฯ อย่างหนักโดยเฉพาะในภาคการส่งออก

        ในสภาวะที่การเผชิญหน้าตรงๆ อาจไม่เกิดประโยชน์ ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าคือการใช้กลยุทธ์การเจรจาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่ามกลางแรงกดดันนี้ ภาคเกษตรกรรมเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ การเปิดตลาดบางส่วนอาจเป็นทางออกที่รัฐบาลต้องเลือกเพื่อบรรเทาแรงกดดันจากสหรัฐฯ แต่ผลกระทบที่ตามมาอาจหมายถึงต้นทุนสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ ไทยยังอาจต้องพิจารณาการใช้สินค้าบางประเภทเป็นเครื่องมือในการเจรจา ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงการขอให้สหรัฐฯ ลดภาษีสินค้า A เพื่อแลกกับการที่ไทยจะเปิดตลาดให้สินค้า B ของสหรัฐฯ ซึ่งการเลือกสินค้า B จะต้องเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่คำนึงถึงทั้งผลประโยชน์และผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ

        ขณะเดียวกัน สถานการณ์นี้ยังเปิดโอกาสให้ไทยหันไปขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นๆ การที่หลายประเทศกำลังไม่พอใจกับนโยบายของทรัมป์ อาจเป็นโอกาสให้ไทยใช้บรรยากาศนี้เป็นประโยชน์โดยการสร้างพันธมิตรใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มอาเซียน ออสเตรเลีย หรือกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นแนวทางที่บางประเทศเริ่มนำมาใช้แล้ว อีกทางเลือกหนึ่งคือการเจรจาร่วมกันเป็นกลุ่ม เช่นเดียวกับที่สหภาพยุโรปทำ เพราะการไปต่อรองแบบเดี่ยวๆ อาจไม่มีพลังมากเท่ากับการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่งขึ้น

        มาตรการภาษีนี้ยังส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนของภาคธุรกิจไทย ผู้ผลิตจะต้องเลือกระหว่างการคงมาร์จิ้นไว้ซึ่งหมายถึงการขึ้นราคาสินค้า หรือการตรึงราคาเพื่อรักษาลูกค้าแต่ต้องยอมรับว่ากำไรจะลดลง ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงนี้อาจช่วยกระตุ้นการส่งออกในระยะยาว แต่ในระยะสั้นก็สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการนำเข้า นี่เป็นอีกหนึ่งแรงผลักที่อาจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภาคการผลิตและการค้าไทย

        ในขณะที่หลายฝ่ายอาจมองว่ามาตรการภาษีที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอเมริกันเอง แต่ในระยะสั้น ทรัมป์ใช้กลยุทธ์ที่นักเจรจาต่อรองชั้นเซียนมักใช้ นั่นคือการเปิดโต๊ะโดยตั้งอัตราภาษีไว้สูงมากแล้วค่อยลดลงหากได้ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องการ ซึ่งอาจหมายถึงแรงกดดันให้ไทยต้องยอมเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐฯ หรือแม้แต่การซื้ออาวุธเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ดังนั้น สิ่งที่จะชี้วัดอนาคตของไทยในเกมเศรษฐกิจโลกนี้อยู่ที่ฝีมือของผู้นำไทยในการเจรจาต่อรองว่าจะสามารถรักษาสมดุลและใช้โอกาสจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

         หมายเหตุ : ตัวอย่างการตั้งกำแพงภาษีเช่น ไทยโดนกำแพงภาษีใหม่ เป็น 36 เปอร์เซ็นต์ , จีนโดน 34 เปอร์เซ็นต์ และ กัมพูชา โดนไปเกือบๆ 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile


โพสท์โดย: dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: นักเล่านิทาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รัชกาลที่10 พัฒนาประเทศท้วง 'ทรัมป์' กัมพูชาเก็บภาษีสูงสุด 35%สั่งลดภาษีทันทีเหลือ 5%สินค้านำเข้าจากอเมริกา 19 ชนิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"พิมรี่พาย" ฟาดยับ! หมอดูดัง "อยากให้กูตายใช่มั๊ย ?"..จะทายอะไรก็อย่าให้เป็นกู
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เกิดเหตุฮ.แพทย์ญี่ปุ่น ตกกลางทะเลญี่ปุ่นพม่าตายทะลุ 3,500 รายแล้ว!!เกิดเหตุฮ.ดับไฟป่า ตกในเกาหลีใต้เกาหลีเหนือจัดแข่งวิ่งมาราธอนนานาชาติหลังไม่ได้จัดเกือบสิบปี
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง