หญิงซีเรียถูกบังคับให้เดินแก้ผ้า และ ภายใน 2 วันตายพันคน
หลังจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในซีเรีย ความขัดแย้งรุนแรงยังคงไม่คลี่คลาย การปะทะกันอย่างรุนแรงเกิดขึ้นที่ บริเวณชายฝั่งระหว่าง กองกำลังติดอาวุธ ของรัฐบาลซุนนีชุดใหม่ กับนักรบอลาวี ที่ภักดีต่ออดีตประธานาธิบดี "บาชาร์ อัล อัสซาด" ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน ภายใน 2 วัน...
กลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย กล่าวว่า "ความขัดแย้งระลอกนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 6 มี.ค. 2025 ที่เมืองชายฝั่งบานียาส ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของชาวอลาวี ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ๆได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีพลเรือนชาวอลาวีเสียชีวิต อย่างน้อย 745 ราย และ จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไฟฟ้าและน้ำประปาในพื้นที่โดยรอบ ส่วนใหญ่ถูกตัดขาดเช่นกัน"
ชาวบ้านเล่าว่า "มีศพกระจัดกระจายอยู่ตามถนนและภายในบ้านเรือน แต่ไม่มีใครกล้าเก็บไป" และ "เพื่อนบ้านของผม 5 คน ถูกจ่อยิง โดยคนร้ายขัดขวางไม่ให้ทุกคน นำศพของพวกเขาออกมา อีกทั้งพวกเขายังบังคับให้คนไปยืนบนถนน สั่งให้พวกเขายืนเรียงแถวกัน จากนั้นก็เริ่มยิง ไม่มีใครรอดเลยสักคน ภาพที่ฉันเห็นนั้นน่าสยดสยองอย่างแท้จริง" นอกจากนี้ ยังมีการสั่งให้ผู้หญิงจำนวนมาก เดินเปลือยกาย ก่อนยิงใส่เช่นกัน..."
"อาลี เชฮา" ชาวบ้านวัย 57 ปี กล่าวว่า "มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ในชุมชนอลาวีเพียงแห่งเดียว โดยรวมถึงผู้เสียชีวิตในร้านค้าและบ้านเรือน ในขณะที่ผมและครอบครัวกำลังหลบหนี" และ "ผมเห็นศพนอนตายเกลื่อนถนน" และ "พวกมือปืนก็ยิงใส่บ้านเรือนและจุดไฟเผาอาคาร ซึ่งผมยอมรับว่าความขัดแย้งอันนองเลือดนี้ เป็นการแก้แค้นการปกครองของอัสซาด..."
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่ของซีเรียกล่าวว่า "เรากำลังตอบสนองต่อการโจมตีของกลุ่มกบฏอัสซาด" และ "ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการกระทำของแต่ละบุคคล..."








