ทรัมป์เลือกอยู่ข้างปูติน นี่คือความพยายามดึงรัสเซียออกจากจีนหรือไม่ ?
เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงท่าทีที่สนับสนุน วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียในหลายโอกาส มันไม่ใช่แค่การพูดถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศทั้งสอง แต่กลับสร้างคำถามใหญ่ว่า การกระทำนี้อาจมีแผนการลึกซึ้งที่อยู่เบื้องหลัง นั่นคือ ความพยายามที่จะดึงรัสเซียออกจากพันธมิตรของจีนหรือไม่?
ย้อนกลับไปในปี 2020 และช่วงที่ทรัมป์ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างจีนและรัสเซีย ทรัมป์ได้พูดถึงปูตินหลายครั้งในแง่บวก แม้ว่าในบางช่วงเขาจะวิจารณ์การกระทำบางอย่างของรัฐบาลรัสเซีย แต่การสนับสนุนที่เขามีต่อปูตินกลับเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะเมื่อเขาเปรียบเทียบการบริหารของปูตินกับการท้าทายที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญทางเศรษฐกิจและทหาร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหาร ทั้งสองประเทศได้เสริมสร้างความร่วมมือผ่านการทำข้อตกลงพลังงาน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และแม้แต่การฝึกซ้อมทางทหารร่วมกัน จีนได้กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของรัสเซีย และทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกันในการขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียกลางที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและกลยุทธ์ความมั่นคง
แต่ในขณะเดียวกัน รัสเซียก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนอาจกลายเป็นคู่แข่งที่รุนแรงในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องของการขยายอิทธิพลในพื้นที่ที่รัสเซียมองว่าเป็น "หลังบ้าน" ของตน เช่น เอเชียกลางและทะเลจีนเหนือ นี่เองที่อาจเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ทรัมป์คิดว่า ถ้าสามารถแยกรัสเซียออกจากจีนได้ มันอาจจะช่วยลดอิทธิพลของจีนในระดับโลก
ภาพประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐฯ (กลาง) เดินทางเยือนจีนในปี ค.ศ. 1972 ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชั้นยอดทางการทูต
การที่ทรัมป์เริ่มพูดถึงปูตินในแง่บวก เช่น การยกย่องความแข็งแกร่งของปูตินในการบริหารประเทศ หรือการแสดงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในโลกยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างพันธมิตรที่สามารถทำให้รัสเซียห่างเหินจากจีนได้ ทรัมป์อาจมองว่า ถ้าสหรัฐฯ สามารถดึงรัสเซียออกจากขอบเขตของพันธมิตรจีนได้ ก็จะสามารถทำให้จีนต้องเผชิญกับความท้าทายจากหลายๆ ด้าน และส่งผลให้ความพยายามในการขยายอิทธิพลของจีนมีอุปสรรคมากขึ้น
แต่การที่รัสเซียและจีนจะตัดสินใจแยกจากกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความสัมพันธ์ของพวกเขาได้พัฒนาขึ้นในหลากหลายมิติ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและทหาร ขณะเดียวกัน จีนเองก็ไม่ค่อยมีความต้องการที่จะเสียพันธมิตรที่ทรงพลังอย่างรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีอิทธิพลในยุโรปและตะวันออกกลาง แม้ว่าในบางประเด็น เช่น ความขัดแย้งในเอเชียกลางหรือการแย่งชิงอิทธิพลในพื้นที่ทะเลจีนใต้ จะมีความแตกต่างในจุดยืนระหว่างทั้งสองประเทศ
ด้วยเหตุนี้ การที่ทรัมป์สนับสนุนปูตินอาจไม่ใช่แค่การเชียร์ให้รัสเซียเป็นพันธมิตรที่ดีต่อสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการมองไปที่ภาพใหญ่ ที่ซึ่งสหรัฐฯ อาจกำลังมองหาวิธีการที่จะลดอำนาจของจีน โดยการใช้ความสัมพันธ์กับรัสเซียเป็นตัวแปรในการทำให้จีนต้องเผชิญกับการแย่งชิงอิทธิพลจากทั้งรัสเซียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
แต่ในที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่มันยังมีปัจจัยทางยุทธศาสตร์ที่ยากจะเปลี่ยนแปลง ความพยายามของทรัมป์ในการแยกรัสเซียออกจากจีนอาจไม่ประสบความสำเร็จทันที แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในระดับโลกที่ยังคงดำเนินอยู่ โลกของการเมืองระหว่างประเทศไม่ได้ง่ายดายเหมือนการเลือกข้างในเกมส์กีฬา แต่เป็นการต่อสู้ที่ซับซ้อนและยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์
การเดินทางของทรัมป์ในการเลือกข้างปูตินครั้งนี้ อาจจะเป็นแค่ก้าวแรกในเกมใหญ่ที่สหรัฐฯ และจีนต้องเผชิญในอนาคต โลกที่ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหวและการเชื่อมโยงของแต่ละประเทศนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีทางรู้ว่าจะเดินไปในทิศทางใด



