หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความเชื่อโบราณ "ประเพณีขับไล่ผีปอบ"

เขียนโดย karishma3629

ความเชื่อโบราณ "ประเพณีขับไล่ผีปอบ"

        ผีปอบมีจริงหรือ? 

             ผีปอบ มักจะเกิดจากผู้ที่เลื่อมใสในของศักดิ์สิทธิ์ คาถาอาคมหรือไสยศาสตร์ แล้วประพฤติปฏิบัติตามหรือรักษาไว้ไม่ได้ การรักษาพยาบาลผู้ป่วยโดยผีเข้าสิงนี้ต้องมีพิธีกรรม มีดนตรี มีการฟ้อนร้องรำ แต่การไล่ผีปอบนั้นมีพิธีเล็กน้อย ไม่มีดนตรี ไม่มีเพลงพื้นบ้าน มีแต่การข่มขู่ เฆี่ยนตี ทรมานและใช่อำนาจจิต

            ความเชื่อในเรื่องผีปอบนี้มีผลต่อความเป็นอยู่ของชาวชนบทค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นห่างไกลความเจริญที่ชาวบ้านยังมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ตามประเพณีท้องถิ่น ถ้าเกิดผีปอบขึ้นจะต้องใช้หมอไสยศาสตร์รักษาสะเดาะเคราะห์ให้หมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความเป็นปกติสุข ซึ่งก็หมายถึงชาวบ้านจะต้องเสียเงินจ้างหมอผีมาทำพิธีไล่ผี

           ความเชื่อและการขับไล่ผีปอบ

            จากรายงานการสืบสวนของตำรวจภูธร จังหวัดนครพนม กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าคณะกรรมการหมู่บ้านปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กล่าวหาลูกบ้านว่าเป็นผีปอบนั้นสะท้อนความเชื่อในระดับชาวบ้านได้ ดังนี้

            มีผู้ให้ปากคำว่า เมื่อประมาณ 70  ปีที่ผ่านมา ที่บ้านโพนงาม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ได้มีการกล่าวอ้างว่า นายสุวรรณ เชื้อกลางใหญ่และนายเต็ม แก้วปิลา เป็นผีปอบ ชาวบ้านได้ไปหาหมอไสยศาสตร์มาทำการรักษาจนหา แต่ต่อมานายสุวรรณและนายเต็มได้ไปเรียนวิชาที่ทำให้เป็นปอบอีก จึงไม่สามารถอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้และหนีออกจากหมู่บ้านไป

        ต่อมาเมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้ว มีการกล่าวอ้างว่า นายยอง คัณทักษ์ เป็นผีปอบและได้รักษาทางไสยศาสตร์จนหาย และอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้ตามปกติ

        อีกรายหนึ่งเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว กล่าวอ้างว่านางอรดี คัณทักษ์ เป็นผีปอบ ชาวบ้านได้ว่าจ้างหมอไสยศาสตร์ทำการรักษาจนกระทั่งหายขาด นางอรดีจึงได้ไปบวชชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขตอำเภอธาตุพนม และเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา มีการกล่าวอ้างว่านายพิณ สมกุล เป็นผีปอบ ชาวบ้านก็ช่วยไปหมอไสยศาสตร์มาทำการรักษาเหมือนเดิม จนถึงเดือนเมษายน 2541 ได้กล่าวอ้างนางเลอ คัณทักษ์และนายสำเร็จ กุดสาจารย์ ว่าเป็นผีปอบ คณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านโพนงามทุกคนได้ประชุมตกลงกันว่าจ้างหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีดังกล่าว จะทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์ให้กับหมู่บ้าน โดยออกเงินกันครอบครัวละ 50 บาท จากนั้นนายเสริม คัณทักษ์ กำนันตำบลนาคำ/ หัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านได้นำคณะกรรมการหมู่บ้านไปจ้างหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ตามกรรมวิธีทางไสยศาสตร์ มีเครื่องเซ่นไหว้บวงสรวงบูชาต่างๆ เช่น เทียนเหลือง 100 เล่ม เทียนหนักเล่มละบาท 2 คู่ ผึ้ง 12 เบี่ยง ผ้าขาวยาว 6 ศอก 6 ผืน ขันหมกเบ็ง 9 ชั้น 1 คู่ บาตร 1 ใบ ผ้า 1 ไตร เทียนพระธรรม (เทียนใหญ่) 1 เล่ม หม้อ 10 ใบ และเงินจ่ายค่าคาย 10000 บาท โดยทำการปลุกเสกตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น.

        ต่อมาในวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 08.00 น. หมอไสยศาสตร์ตั้งทำพิธีอีกครั้งหนึ่ง โดยมีคณะหมอไสยศาสตร์ เรียกว่า ลูกธรรม (ผู้ไล่จับผีปอบ) ใช้ผ้าปิดตาทั้ง 3 คน เข้านั่งในพิธีด้วย โดยหมอไสยศาสตร์เป็นผู้ทำพิธีกรรมปลุกเสก ในการทำพิธีนี้มีชาวบ้านโพนงามทั้ง 2 หมู่บ้าน ประมาณ 300 คนมาร่วมดูด้วย เมื่อไสยศาสตร์ทำการปลุกเสกนานพอสมควร ลูกธรรมได้ลุกขึ้นและเดินออกไปจากพิธี และวิ่งไปที่บ้านของนางนาตร คัณทักษ์ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของนายสำเร็จ กุดสาจารย์ ลูกธรรมได้อ้างว่าจับผีปอบได้ที่บ้านนางนาตร แล้วนำมาส่งให่หมอไสยศาสตร์ที่ทำพิธีอยู่ที่ศาลากลางบ้าน แล้วจากนั้นลูกธรรมได้ไปจับผีปอบอีก โดยไปจับที่บ้านของนายสมัคร- นางเลอ คัณทักษ์ ซึ่งในการจับผีปอบของลูกธรรมนั้นได้มีชาวบ้านติดตามไปดูการจับผีปอบประมาณ 100 คน ลูกธรรมอ้างว่าจับผีปอบได้ที่บ้านของนายสมัคร – นางเลอ และหมอไสยศาสตร์ได้สอบถามผีปอบตามกรรมวิธีทางไสยศาสตร์แล้วทราบว่า ผีปอบที่จับได้นั้นมาจากนายสำเร็จและนางเลอ ซึ่งนายสำเร็จและนายสมัครสามีของนางเลอได้ตกลงที่จะทำการรักษาผีปอบ โดยนางเลอต้องเสียค่ารักษา 2000 บาท ส่วนนายสำเร็จเสียค่ารักษา 4000 บาท จากนั้นหมอไสยศาสตร์ไปขับไล่ผีปอบให้

        ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2542 คณะกรรมการหมู่บ้านต้องไปติดต่อกับหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีไล่จับผีปอบในหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากนางสี คัณทักษ์ เกิดอาการป่วยรักษาที่โรงพยาบาลไม่หาย สอบถามแล้วหมอ สอบถามแล้วหมอไสยศาสตร์ทักว่ายังมีผีปอบอยู่ในบ้านโพนงาม และทราบว่าเป็นผีปอบมาจากนายสำเร็จ หมอไสยศาสตร์จึงมาทำพิธีไล่จับผีปอบ ได้ขอความร่วมมือในการอำนวนความสะดวกจากนายสำเร็จ โดยมีชาวบ้านหลายคนตามมาดู เมื่อลูกธรรมอ้างว่าจับผีปอบได้แล้ว จึงนำไปมอบให้หมอไสยศาสตร์เพื่อดำเนินกรรมวิธีต่อไปเป็นอันเสร็จพิธี ต่อมาในตอนเย็นชาวบ้านได้ประชุมกัน โดยเรียกนายสำเร็จมาเจรจาตกลงกันที่บ้านของนายเสริม คัณทักษ์ กำนันตำบลนาคำ ว่าจะเอาอย่างไรกรณีที่มีหมอไสยศาสตร์กล่าวอ้างว่านายสำเร็จเป็นผีปอบ ในการประชุมครั้งนี้มี ร.ต.ต.บารมี วงษ์อินดา รอง สวป.สภ.อ.ศรีสงคราม ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย จากนั้นนายไกรยุทธ บุตเวส ปลัดอำเภอได้ชี้แจงให้นายสำเร็จทราบว่าการทำพิธีไล่จับผีปอบนี้เป็นประเพณีหมู่บ้านที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานานหลายสิบปีแล้ว โดยความเห็นพ้องต้องกันของชาวบ้านทุกคน หากว่านายสำเร็จมีความบริสุทธิ์ใจและเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้เป็นผีปอบ ก็ขอให้ไปพักอยู่ที่อื่นก่อนชั่วคราว เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่านายสำเร็จจะเป็นผีปอบหรือไม่ หากนายสำเร็จไปอยู่ที่อื่นแล้วยังมีเหตุการณ์เหมือนเดิมอีกก็แสดงว่านายสำเร็จไม่ได้เป็นผีปอบ หรือหากนายสำเร็จเป็นผีปอบจริงและยอมรับความตัวเองเป็น ก็ขอให้ยอมรับการรักษาจากหมอไสยศาสตร์ให้หายเป็นปกติ แล้วจะได้มาอยู่ร่วมกับชาวบ้าน

        จากความเชื่อเรื่องผีปอบที่ปลูกฝังกันมา ประกอบกับสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านยังห่างไกลความเจริญทางสาธารณสุข เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องอาศัยการรักษาไปตามมีตามเกิดโดยใช้หมอผีมาเป็นที่ปรึกษา จึงเกิดอาชีพจับผีปอบแพร่หลายขึ้นเป็นช่องทางในการหารายได้ ผู้ที่มีอาชีพนี้ก็คือผู้ที่ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์หมอผีไสยศาสตร์ เพราะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากค่าตอบแทนการรักษาครั้งละมากๆ โดยหมอผีจะมีลูกน้องหรือบริวารณเที่ยวไปสืบตามหมู่บ้านต่างๆ ที่มีความเชื่อเรื่องผีปอบว่าผู้ใดมีฐานะดีพอที่จะจ่ายค่ารักษาได้ ก็จะมีวิธีการที่ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบลงมากินหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย ผลสุดท้ายจบลงที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบต้องจ่ายเงินค่ารักษาให้กับหมอผีเพื่อแลกกับการที่จะไม่ต้องถูกขับให้ออกจากหมู่บ้านไปอยู่ที่อื่น

        อย่างไรก็ตาม เคยมีพระภิกษุบางรูปที่เป็นลูกบ้านได้เข้าไปบวชเรียนที่วัดตัวอำเภอได้พยายามกลับไปเทศนาสั่งสอน และพยายามรักษาความป่วยไข้ของชาวบ้านด้วยยาสมุนไพร แต่ก็ถูกต่อต้านโดยกลุ่มหมอผีไสยศาสตร์ ถูกกล่าวหาว่าพระเป็นผีปอบ จนไม่สามารถอาศัยอยู่ในหมู่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่นได้เผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ และรับรักษาผู้ป่วยทางจิตเวช แต่ก็ได้ผลไม่มากนัก ชาวบ้านยังคงเชื่อเรื่องผีปอบอยู่ตามเดิม ตราบเท่าที่หมอผีไสยศาสตร์ยังคงมีอิทธิพลอยู่ในหมู่บ้าน โดยมีคำขวัญว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

เนื้อหาโดย: karishma3629
ภาพ : Pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
karishma3629's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 215 ครั้ง
เขียนโดย karishma3629
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่เสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวเลขตัวแดง ฝันเป็นจริง งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดชุด 2 ตัว–3 ตัว มีเลขไหนน่าจับตาฝุ่น PM2.5 ทำให้ความจำพร่าได้แค่ไหนGPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไม “สัปดาห์อวกาศโลก” ต้องเป็นวันที่ 4–10 ตุลาคม และปี 2026 ทำไมถึงพูดเรื่อง “Rocket Revolution”?ข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
นกฮูกกับนกแสกแตกต่างกันอย่างไรเปิดรายได้คนขับรถบรรทุกในไทย วิ่งงานหนึ่งเที่ยวมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างงู 8 ชนิดที่อาจพบได้ใกล้บ้าน วิธีสังเกตและข้อควรระวังเมื่อพบเจอ10 สะพานที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไรและมีความสำคัญอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่