หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 ข้อชวนคิดในการทำธุรกิจแบบมีหุ้นส่วน


เขียนโดย machete007

 

ก่อนดึงใครมาร่วมทำธุรกิจคิดให้ดีเสียก่อน เพราะ "หุ้นส่วน" เป็นได้ทั้งตัวช่วย และภาระ

 

หุ้นส่วนธุรกิจแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทคือ

 

และอาจจะมีหุ้นส่วนประเภทที่ 4 อีก คือ ไม่ลงทั้งเงินและแรงแต่เอามาเป็นหุ้นส่วน เพราะต้องการชื่อเสียง บวกกับความกว้างขวาง และคอนเน็กชั้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการตลาด หรือคอยซัปพอร์ตในด้านอื่น ๆ ทำให้ธุรกิจราบรื่นขึ้นในการเป็นหุ้นส่วน จะต้องตกลงกันระหว่างหุ้นส่วนให้ชัดเจนว่า เราหรือเขาเป็นหุ้นส่วนประเภทไหน เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาในภายหลัง การมีหุ้นส่วนทางธุรกิจมีข้อดี คือ มีคนช่วยคิด มีคนช่วยทำ มีคนช่วยหาเงิน

 

 

ข้อดีและข้อควรพิจารณาสําหรับการมีหุ้นส่วน

 

1 หุ้นส่วนธุรกิจก็เหมือนจิ๊กซอว์ที่มา ถ้าเราจะหาใครมาเป็นหุ้นส่วน คน ๆนั้นต้องเติมเต็มส่วนเราขาด หากเป็นจิ๊กซอว์ที่เหมือนตัวเดิมก็ไม่มีประโยชน์อะไร เว้นแต่เราทำงานไม่ทันจนต้องหาคนมาเพิ่ม ยกตัวอย่าง เช่น เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินทุน แต่คนที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของเราอยากจะลงเงินอย่างเดียว นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไร

ถ้าเราเก่งเรืองบริหาร การตลาด การขาย แต่ไม่เก่งเรื่องบัญชีกฎหมาย หรือเรื่องพัฒนาสินค้าและบริการ การมีหุ้นส่วนที่มีความรู้เหล่านี้เข้ามาช่วย ก็จะทำให้เราเติมเต็มในเรื่องธุรกิจเหมือนกับได้

จิกซอว์ที่ขาดมาต่อเติมให้เต็มภาพนั่นเอง

 

2 หุ้นส่วนเยอะ ตัวหารก็เยอะการมีหุ้นส่วนเยอะ มาช่วยคิด ช่วยทำธุรกิจเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ามีหุ้นส่วนเยอะเกินไป อาจสร้างปัญหาเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน หรือการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบที่ไม่เท่ากันได้ในธุรกิจเล็ก ๆ เจ้าของคนเดียวได้กำไรแค่เดือนละ 100,000 บาท ก็อาจจะพอใจแล้ว แต่ถ้ามีหุ้นส่วนมาช่วยหารสัก 3-4 คน กำไรจะเหลือแค่คนละ 20,000-30,000 บาท เท่านั้นเอง ซึ่งอาจไม่เป็นที่น่าพอใจของหุ้นส่วนบางคน ดังนั้น ถ้าเราทำธุรกิจเล็ก ๆ แล้วเรา"เอาอยู่" ทำคนเดียวก็อาจจะดีกว่าการมีหุ้นส่วน

 

3 ธุรกิจสะดุด เพราะเรารู้สึกว่าหุ้นส่วนไม่เต็มที่กับงาน เรื่องนี้อาจเป็นปัญหาหลักๆ ที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอด เพราะไม่คุยกันไว้ตั้งแต่ต้นว่าใครต้องทำอะไรบ้าง พอทำไปเราก็อาจจะรู้สึกว่าหุ้นส่วนของเรายังทำงานไม่เต็มที่ โดยที่เขาบอกว่าทำเต็มที่แล้ว แต่ง

ทำงานมากกว่าเขาเท่านั้นเอง หรือหุ้นส่วนบางคนอาจมองว่า หุ้นส่วนคนอื่น ๆ ทำงานน้อยกว่า แต่ได้ส่วนแบ่งของกำไรที่เท่ากัน ทำให้รู้สึกเสียเปรียบ

 

 

การป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนจะร่วมหุ้นกัน แนะนำว่าควรทํา MOU (Memorandum of Understanding) หรือทำสัญญาให้ชัดเจนว่าใครต้องทำอะไรบ้าง ทิศทางของธุรกิจจะไปทางไหน เป้าหมายคืออะไร ซึ่งจะทำให้หุ้นส่วนแต่ละคนรู้หน้าที่ของตัวเอง มีเป้าหมายร่วมกัน และระบุถึงปัญหาและทางออกที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างทางที่ร่วมทำธุรกิจให้ชัดเจน เช่น

 

แล้ว แต่มีเป้าหมายว่าอยากมีธุรกิจของตัวเอง พอทำไปแล้วเจอปัญหาเข้ามาตลอดทําให้ "หมดไฟ" ไม่อยากทำต่อ อีกกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อย ก็คือ ตอนเริ่มธุรกิจ หุ้นส่วนยังไม่มีครอบครัว ทําให้ทุ่มเทเวลากับธุรกิจได้เต็มที่ แต่พอมีครอบครัวทำให้ต้องแบ่งเวลาไปดูแลครอบครัว หรือครอบครัวไม่เข้าใจที่เราทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจ เกิดปัญหาในครอบครัว ทําให้หุ้นส่วนของเราไม่มีเวลาทุ่มให้

กับธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้ อาจจะต้องมีการคุยตกลง MOU กันใหม่ระหว่างหุ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้แบบราบรื่น

 

4.ทำคนเดียวดีไหม หรือควรหาใครมาเป็นหุ้นส่วน

การเป็นเจ้าของคนเดียวมีข้อดี ก็คือ สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องถามหุ้นส่วน แต่ในข้อดีก็มีข้อเสีย นั่นก็คือ ถ้าเราไม่ตัดสินใจ หรือตัดสินใจผิดพลาด ก็อาจทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างที่ควรจะเป็น หรืออาจสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นก็ได้

การมีหุ้นส่วน เวลาที่เราจะตัดสินใจทำอะไร จะมีคนช่วยปรึกษา หลาย ๆ มุมมอง ซึ่งทำให้เรามองปัญหาได้รอบด้านมากขึ้น การแก้ปัญหาก็จะละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

5 ไม่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ

การทำธุรกิจเราอาจเริ่มจากธุรกิจเล็ก ๆ ทำคนเดียวไปก่อน เมื่อธุรกิจเติบโต เราอาจจะขาดเงินทุน หรือต้องการคนมาช่วยในบางเรื่องเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ เมื่อถึงตอนนั้นค่อยหาคนมาเป็นหุ้นส่วนก็ยังไม่สายเกินไป

 

เมื่อรู้ข้อดี ข้อเสียของการมีหุ้นส่วนแล้ว สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่า... เราจำเป็นต้องมีหุ้นส่วนจริง ๆ หรือเปล่า

 

 

สรุปเทคนิคการทำธุรกิจกับหุ้นส่วน

  1. มองหาหุ้นส่วนที่มีความสามารถบางอย่างซึ่ง

จําเป็นกับธุรกิจ ซึ่งความสามารถนั้นเป็นสิ่งที่ตัวเราขาด เพื่อที่จะมาเติมเต็มธุรกิจให้สมบูรณ์

  1. เลือกคนที่มีเป้าหมายเดียวกันกับเรา เวลา

เกิดปัญหาระหว่างทางจะได้พร้อมจูงมือไปถึงเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน

  1. ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่เริ่มต้น ว่า

จะเป็นหุ้นส่วนลงแรงลงเงินหรือลงทั้งแรงและเงินจะได้ไม่ต้องโทษกันในภายหลังว่าทำไมไม่ยอมทำงาน หรือรับผิดชอบงานไม่เท่ากัน

  1. แบ่งหน้าที่การทำงานให้ชัดเจน ไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน ใครรับหน้าที่ไหนก็ทำในหน้าที่ของตนเองให้ดี ส่วนงานของคนอื่นก็ให้คนอื่นตัดสินใจ ยกเว้นบางเรื่องอาจมีการประชุม

หาข้อสรุปร่วมกัน

  1. คิดถึงตอนเลิกธุรกิจกันไว้ตั้งแต่แรก เพราะชีวิต

จริงอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิด สักวันหนึ่งก็ต้องมีวันเลิกรากัน การคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริงได้

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 82 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย10 อันดับจังหวัดที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดในภาคอีสาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยสรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”จังหวัดที่มี"ป่า"น้อยที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?นักบินอวกาศคนแรกของโลก"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกมหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่