หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สวนในเงา

เขียนโดย อักษราลัย

สวนในเงา

อักษราลัย

 

        ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งหนึ่ง มีห้องจัดแสดงที่ผู้คนต่างล่ำลือกันว่าลึกลับที่สุด ห้องนั้นมีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า “สวนกระจก” ภายในมีเพียงต้นไม้แห้งตายต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ล้อมรอบด้วยกระจกเงาสูงจรดเพดานทั้งสี่ด้าน สะท้อนภาพต้นไม้ไร้ชีวิตนั้นไปไม่สิ้นสุด ผู้เข้าชมต่างพากันสงสัยในชื่อของห้องนี้  สวนอันใดกัน ที่มีแต่ความว่างเปล่าและความตาย

 

        วันหนึ่ง เด็กชายตาบอดคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งจับแขนครูผู้พาเขามาเยือน เท้าที่ก้าวอย่างระมัดระวังหยุดทันทีที่เข้ามาในห้อง ใบหน้าน้อย ๆ เงยขึ้นราวกับกำลังตั้งใจฟังบางสิ่ง

 

        “ครูครับ” เสียงใสของเด็กชายทำลายความเงียบ “ผมได้ยินเสียงใบไม้เยอะจัง ต้องเป็นสวนที่กว้างใหญ่มากแน่ ๆ เลย”

 

        ครูหนุ่มมองเด็กชายด้วยความเวทนา “เธอคงเข้าใจผิดแล้วละ ที่นี่มีต้นไม้อยู่แค่ต้นเดียว และมันก็เป็นต้นไม้ที่ตายซากเสียด้วย”

 

        “แต่ผมได้ยินชัดเลยนะครับ” เด็กชายยืนยันเสียงหนักแน่น “เสียงใบไม้ไหวเบา ๆ รอบ ๆ ตัวผม”

 

        ขณะนั้น ชายผู้เป็นภัณฑารักษ์ประจำห้องนี้มานานนับสิบปี ก้าวเข้ามาอย่างเงียบ ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย

 

        “เด็กน้อยพูดถูกแล้ว” เสียงแหบแห้งแต่อบอุ่นเอ่ยขึ้น “เขาได้ยินเสียงสะท้อนของความว่างเปล่า”

 

        “เสียงสะท้อนของความว่างเปล่า?” ครูหนุ่มทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

 

        ภัณฑารักษ์ยิ้มกว้างขึ้น “ใช่แล้ว เสียงที่เด็กชายได้ยินคือเสียงของต้นไม้ที่หายไป สะท้อนกังวานอยู่ระหว่างกระจก เหมือนดั่งความทรงจำที่สะท้อนอยู่ในห้วงลึกของหัวใจ บางครั้ง สิ่งที่จากไปแล้วกลับมีตัวตนชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า”

 

        “แล้วทำไมถึงต้องวางต้นไม้ที่ตายแล้วไว้ตรงนี้?” ครูหนุ่มถามต่อ

 

        ภัณฑารักษ์หลับตาลงช้า ๆ “เพราะบางครั้ง เราต้องเผชิญหน้ากับความตายเพื่อเข้าใจคุณค่าของชีวิต ต้องสัมผัสความว่างเปล่าเพื่อเข้าใจความสมบูรณ์” เขาเปิดตาขึ้นช้า ๆ มองไปที่เด็กชาย “และบางที การมองเห็นก็อาจทำให้เราตาบอดต่อความจริงบางอย่าง ดังเช่นคนตาดีในห้องนี้ที่เห็นเพียงซากไม้แห้ง แต่เด็กน้อยผู้ไม่เห็นด้วยตากลับได้ยินเสียงของสวนทั้งผืน”

 

        รอยยิ้มสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กชาย “ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วละครับ ว่าทำไมที่นี่ถึงชื่อว่าสวนกระจก มันไม่ได้สะท้อนแค่ภาพ แต่สะท้อนให้เราเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจของเราเอง”

 

นับแต่วันนั้น ผู้คนที่เข้ามาเยือนสวนกระจกเริ่มเข้าใจความหมายที่แท้จริง ว่าบางครั้งความว่างเปล่าก็มีเสียงกังวาน ความสูญเสียก็มีตัวตน และในกระจกบานเดียวกัน แต่ละคนอาจเห็นภาพสะท้อนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขากำลังมองด้วยตา หรือกำลังมองด้วยหัวใจ

เนื้อหาโดย: อักษราลัย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อักษราลัย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 98 ครั้ง
เขียนโดย อักษราลัย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่างดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันดีไหม? ประโยชน์ที่ได้จริง และข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้ามเปิดทำเนียบ 'เลขดังเลขดับ' งวด 1 กรกฎาคม 2569รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569เรือยอร์ชที่แพงที่สุดหรือจริงๆแล้วซีอุย ไม่ใช่ผู้ร้ายมนุษย์กินคนจริงๆความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569อิหร่านปิดฮอร์มุซอีกครั้ง! ถ้าน้ำมันโลกสะดุดยาว คนไทยอาจไม่ได้จ่ายค่าน้ำมันราคาเดิมอีกต่อไปถ้ากรุงเทพฯ อยู่ยากขึ้นจริง จังหวัดไหนน่าจะเป็นเมืองอนาคตของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลหรือจริงๆแล้วซีอุย ไม่ใช่ผู้ร้ายมนุษย์กินคนจริงๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
โสดมานาน ทำยังไงให้กล้าเปิดใจ!เมื่อครูให้ส่งงานภายในวันนี้ แต่นักเรียนเลือกตอนที่ครูจะขับรถกลับบ้าน เหนื่อยหน่อยนะหนูAnemoia คืออะไร ทำไมเราถึงคิดถึงยุคที่ไม่เคยมีชีวิตอยู่ความรักที่ทำให้ต้องระวังตัวตลอดเวลา อาจไม่ใช่รักที่ปลอดภัย
ตั้งกระทู้ใหม่