หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

20 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ “การปรุงอาหาร”

เขียนโดย NOOK BOOD

เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ “การปรุงอาหาร” ไม่ให้เสียสารอาหารที่สำคัญ

กลุ่มอาหารจำพวกธัญพืช

1) การนึ่งจะรักษาสารอาหารได้มากที่สุด การปรุงอาหารด้วยการนึ่งจะคงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้มากกว่าการต้มด้วยน้ำหรือการทอดด้วยน้ำมัน

2) ไม่ควรใช้เวลาซาวข้าวนาน เพราะ วิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในอาหารจำพวกธัญพืชจะละลายไปกับน้ำได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งล้างบ่อยครั้ง ยิ่งแช่ไว้นาน ก็จะยิ่งทำให้คุณค่าทางสารอาหารสูญหายไป ควรล้างเบาๆ และล้างเร็วๆ

3) แช่ 30-60 นาที ก่อนหุงข้าวควรนำข้าวสารมาแช่น้ำอย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อให้น้ำซึมเข้าไปในแป้งที่อยู่ในข้าว สารอาหารจากข้าวจะละลายอยู่ในน้ำจึงไม่ควรเทน้ำทิ้ง ให้นำไปหุงได้เลย เพราะทำให้คงสารอาหารเอาไว้ได้ แถมยังทำให้รสชาติดีขึ้นอีกด้วย

4) การนึ่งจะรักษาสารอาหารได้มากที่สุด การปรุงอาหารด้วยการนึ่งจะคงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้มากกว่าการต้มด้วยน้ำหรือการทอดด้วยน้ำมัน

 

กลุ่มอาหารจำพวกผักและเห็ด

5) ล้างผักก่อนหั่น ควรล้างผักด้วยน้ำสะอาดโดยเปิดน้ำไหลให้ผ่านอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานๆ เพราะจะทำให้สูญเสียคุณค่าทางสารอาหาร เมื่อล้างเสร็จควรรีบนำไขปรุงทันที

6) ลวกเร็วๆ ทุกครั้ง ควรรอให้น้ำเดือดแล้วจึงใส่ผักลงไปลวก พยายามให้เวลาลวกให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้วิตามินสูญหายไปกับน้ำที่ใช้ลวก นอกจากนี้ การลวกผักยังขจัดรสฝาดของกรดออกซาลิกที่อยู่ในผักได้ ป้องกันไม่ให้กรดออกซาลิกขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย

7) ใช้ไฟแรงและผัดเร็วๆ ในผักมีวิตามินซีที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ง่าย จึงควรใช้ไฟแรงและผัดเร็วๆ หรือต้มเร็วๆ ด้วยน้ำเดือด

8) อย่ากินอาหารที่ต้มจนเละหรือล้มนานเกินไป ผักบางชนิดจะดูดซึมสารในโดรเจนจากปุ๋ยระหว่างการเพาะปลูก จึงทำให้มีสารในเตรต (nitrate) ตกค้าง เมื่อนำมาต้มจนเละจะกลายสภาพเป็นสารในไตรต์ นอกจากนี้ผักที่ผ่านการต้มเป็นเวลานาน ๆ จะมีสารไนไดรต์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษและก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

 

อาหารจำพวกเนื้อสัตว์

9) ระหว่างการเคี่ยว ไม่ควรเติมน้ำเย็น การเติมน้ำเย็นระหว่างการต้มหรือเคี่ยวเนื้อและกระดูก จะทำให้อุณหภูมิของน้ำแกงลดลงจนทำให้โปรตีนและไขมันในเนื้อสัตว์และกระดูกจับตัวเป็นก้อนอย่างรวดเร็วทำให้เปื่อยยากขึ้น

10) ปรุงรสก่อนยกลงจากเตาหรือดับไฟ เกลือทำให้โปรตีนในเนื้อสัตว์จับตัวเป็นก้อนและทำให้เนื้อสัตว์แข็งกว่าเดิม จึงควรใส่เกลือปรุงรสก่อนยกลงจากเตาหรือดับไฟ

11) เนื้อติดมันควรต้มหรือตุ๋นด้วยไฟอ่อน เนื้อติดมันจะอุดมไปด้วยกรดไขมันแบบอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลที่เป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ หากต้มหรือตุ๋นด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานานๆ จะช่วยลดปริมาณของกรดไขมันแบบอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลในเนื้อสัตว์ได้

12) ตับต้องทำให้สุก ตับของสัตว์เป็นอวัยวะที่ใช้ในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งรวมของพิษ หากต้มไม่นานหรือสุกไม่เต็มที่ จะฆ่าเชื้อโรคหรือไข่พยาธิที่อยู่ในตับไม่ได้

13) ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงแต่งควรนำมานึ่ง ต้ม หรือเข้าไมโครเวฟ หากนำผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงแต่งมาปรุงด้วยวิธีทอด ย่าง หรือปิ้ง สารไนไตรต์ ในอาหารเหล่านี้จะกลายเป็นสารในโดรซามีนที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งจึงควรนำมาอุ่นด้วยการนึ่ง ต้ม หรือเข้าไมโครเวฟ

 

อาหารทะเลและสัตว์น้ำ

14) ปลาควรปรุงให้สุก ปลาที่ปรุงไม่สุกจะฆ่าพยาธิได้ไม่หมด นอกจากนี้ร่างกายคนเราจะดูดซึมโปรตีนจากปลาได้ง่ายขึ้นเมื่อปรุงให้สุกเท่านั้น

15) ปลาสดเหมาะที่จะนำมานึ่ง ปลาสดเหมาะที่จะนำมาปรุงด้วยการนึ่งไฟแรง เพราะจะคงคุณค่าทางสารอาหารได้ครบถ้วน อีกทั้งยังคงรสชาติสดใหม่ของปลาได้อีกด้วย

16) การทอดหรือต้มจะทำให้แคลเซียมถูกดูดซึมได้มากขึ้น ปลาอุดมไปด้วยแคลเซียม หากนำมาปรุงด้วยการทอดหรือดื่ม จะทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้มากขึ้น

17) ไม่ควรแช่สาหร่ายในน้ำนานๆ ผิวของสาหร่ายจะมีผงสีขาวติดอยู่เรียกว่าสารแมนนิทอล (mannitol) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแต่ละลายในน้ำง่าย จึงไม่ควรแช่น้ำนานๆ

 

อาหารจำพวกนม ไข่ และถั่ว

18) อาหารจำพวกถั่วต้องทำให้สุก ถั่วและอาหารที่ทำจากถั่วจะมีสารยับยั้งเอนไซม์ทริปซิน จำเป็นต้องต้มให้สุก เพื่อไม่ให้สารยับยั้งเอนไซม์ทริปซินแปรสภาพ และส่งผลต่อการดูดซึมและย่อยโปรตีนของร่างกาย

19) ไม่ควรกินไข่ดิบ หากต้องการฆ่าเชื้อแบคทีเรียในไข่ ต้องนำมาปรุงให้สุกด้วยการนึ่ง ต้ม หรือผัด เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้นไม่ควรอุ่นนมนานเกินไปหรือร้อนเกินไป นมอุดมไปด้วยโปรตีน เมื่อนำมาอุ่นให้ร้อน โมเลกุลของโปรตีนที่เดิมอยู่ในสภาพของเหลวจะกลายเป็นยางข้น ๆ จนอาจถึงขั้นตกตะกอน หากอุ่นให้ร้อนจนถึง 100 องศาเซลเซียสจะทำให้รสชาติเปลี่ยนไป และสูญเสียคุณค่าทางสารอาหารจึงไม่ควรใช้เวลาอุ่นนานเกินไป

20) ไม่ควรอุ่นโยเกิร์ต หากนำโยเกิร์ตมาอุ่นให้ร้อน จะทำให้แบคทีเรียแล็กติก(lactic) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายตายและสูญเสียคุณค่าทางสารอาหาร

 

ป.ล. เพื่อนๆ สามารถติดตามกระทู้อื่นๆ ได้ที่
https://page.postjung.com/n00kky

โพสท์โดย: NOOK BOOD
อ้างอิงจาก: หนังสือ  กินเปลี่ยนชีวิต ด้วยอาหาร 100 ชนิดจากธรรมชาติ ผู้แต่งโดย เซียว เซียนโอ้ว, เฉิน จิ้นหมิง และ หลี่ เค่อเฉิง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
NOOK BOOD's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5,135 ครั้ง
เขียนโดย NOOK BOOD
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: NOOK BOOD
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณหมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร“นักดำน้ำอิ่มตัว” อาชีพเสี่ยงตายใต้ทะเลลึก ที่แลกชีวิตกับรายได้หลักล้านมนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1อย่าเห็นแก่ของถูก! เผย 3 ลักษณะ "น้ำปลา" ที่ต้องหลีกเลี่ยง10อันดับมหาเศรษฐีเมืองไทยที่รวยที่สุด10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้ดูซีรีส์ไปเล่นมือถือไปจำอะไรได้บ้าง10 ไม้เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมราคารับซื้อโดยประมาณเปิดวาร์ป 10 ประเทศที่ "ประชากรชาย" เยอะที่สุดในโลก... ผู้หญิงน้อยจนน่าใจหายเปิดสถิติเลขท้าย 2 ตัว/3 ตัว ที่ออกบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รักภรรยา…แล้วทำไมยังมี“เมียน้อย”??? 8 เหตุผลทางจิตวิทยาที่คำว่าเจ้าชู้อธิบายไม่หมด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
AI คืออะไรพระกินหมูกระทะได้ไหมนามรูป คืออะไร พระพุทธเจ้าตรัสอธิบายเรื่องตัวตนของมนุษย์ไว้อย่างไรหมดยุคโกงกินจริงไหม เทคโนโลยีกำลังทำให้การทุจริตยากขึ้นหรือแค่เปลี่ยนรูปแบบ
ตั้งกระทู้ใหม่