ผู้หญิงชนเผ่า Himba และ เรื่องแปลกแต่จริงเมื่อชนเผ่านี้ที่ผู้หญิงไม่เคยอาบน้ำตลอดชีวิต

ผู้หญิงชนเผ่า Himba และ เรื่องแปลกแต่จริงเมื่อชนเผ่านี้ที่ผู้หญิงไม่เคยอาบน้ำตลอดชีวิต
ผู้หญิงชนเผ่า Himba เรื่องแปลกแต่จริงเมื่อชนเผ่าที่ผู้หญิงไม่อาบน้ำตลอดชีวิต
ชนเผ่า Himba ทางตอนเหนือของนามิเบีย....ส่วนการทำความสะอาดร่างกายของพวกเขาจะใช้สิ่งที่เรียกว่า อบควันหอมจากการเผาด้วยสมุนไพรแล้วค่อยๆ หญิงสาวทุกคนจะทาตัวด้วยดินแดงผสมไขมันสัตว์กับสมุนไพรหอมที่พวกเขาเรียกว่า อ็อตจีซ ตั้งแต่เส้นผมจรดเท้า
แล้วมันจะหอมเหรอครับถ้าไม่อาบน้ำนึกสภาพดูกินคงฉุนกึกไปหมดแต่ก็อย่างว่านะครับถ้าคิดว่าอบด้วยไขมันสัตว์อบควันไฟแล้วผู้หญิงชนเผ่านี้ตัวจะหอมมันก็อาจจะเป็นไปได้นะครับแต่รับรองได้ว่าถ้าไม่อาบน้ำแล้วขี้ไคลขี้เกลือคงจะไหลหมักสะสมเหม็นเหมือนปลาร้าแน่ๆโดยเฉพาะหว่างขา เมื่อสาวๆเผ่านี้เหยี่ยว และไม่ล้างอวัยวะเพศ ผู้หญิงอาจจะมีเหม็นกลิ่นเหมือนปลาเค็มปลาร้าก็ได้
แต่ไม่รู้นะครับว่าชนเผ่านี้ผู้ชายก็อาบน้ำกันด้วยหรือเปล่าหรือว่าเป็นเฉพาะผู้หญิงที่ไม่อาบน้ำเท่านั้นเราเข้ามาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่านะครับว่าชนเผ่าที่ผู้หญิงไม่อาบน้ำตลอดชีวิตเนี่ยเขามีวิธีการทำความสะอาดร่างกายอย่างไรโดยที่ไม่ต้องอาบน้ำ
🛁ชนเผ่า Himba เป็นชนเผ่าเล็กๆ ที่อาศัยทางตอนเหนือของประเทศนามิเบีย มีประชากรราว 30,000 – 50,000 คน จากประชากรทั้งหมด 2.6 ล้านคนในประเทศแห่งนี้
พื้นที่ส่วนใหญ่ที่พวกเขาอาศัยอยู่จะเป็นทะเลทรายนั่นทำให้ชนเผ่า Himba ได้ชื่อว่าเป็นชนเผ่ากึ่งเร่ร่อน การอพยพของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับฤดูกาลและเรื่องของน้ำเป็นหลัก ที่อยู่อาศัยของชนเผ่านี้จะปลูกเป็นกระท่อมขนาดเล็กเรียงกันในรูปครึ่งวงกลม มีบ้านหัวหน้าครอบครัวกับภรรยาคนแรกอยู่ตรงกลาง
ภายในบ้านไม่ได้ใหญ่โตมากนักหากเทียบแล้วน่าจะแค่ประมาณเตียงควีนไซส์เท่านั้น พื้นบ้านถูกปูด้วยหนังวัว มีหมอนไม้ขนาดเล็กสูงกว่าคืบนิดหน่อยเป็นที่รองศีรษะตอนนอน มีเครื่องประดับบนศีรษะของหญิงสาว 4-5 อันถูกแขวนบนผนัง นอกนั้นภายในบ้านไม่มีอะไรเป็นเครื่องประดับ อาจด้วยความต้องย้ายพื้นที่กันบ่อยทำให้ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้มากนัก
หน้าบ้านจะมีกองไฟกองเล็กๆ ควันลอยออกมาเล็กน้อยพอให้รู้ว่านี่คือกองไฟ ชนเผ่า Himba เชื่อว่าห้ามให้ไฟดับเด็ดขาดเพราะไฟนี้ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของครอบครัว บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวห้ามเดินผ่านระหว่างกองไฟกับหน้ากระท่อมให้เดินอ้อมหลังกระท่อม ความน่าสนใจอีกอย่างของชนเผ่า Himba คือ ผู้หญิงจะไม่อาบน้ำเลยตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้ายของชีวิต การทำความสะอาดร่างกายของพวกเขาจะใช้สิ่งที่เรียกว่า อบควันหอมจากการเผาด้วยสมุนไพรแล้วค่อยๆ
ยกถ้วยควันไล่อบไปในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ใต้วงแขนสองข้าง หว่างขา แถมใช้เวลานานพอๆ กับสาวสวยอาบน้ำกันเลยทีเดียว
หญิงสาวทุกคนจะทาตัวด้วยดินแดงผสมไขมันสัตว์กับสมุนไพรหอมที่พวกเขาเรียกว่า อ็อตจีซ ตั้งแต่เส้นผมจรดเท้า คน Himba เป็นลูกหลานของเฮเรโรส่วนหนึ่งที่รอดจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ของทหารเยอรมันเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว
ถือเป็นอีกชนเผ่าที่มีความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ของตนเองตามแบบฉบับชนเผ่า
😂ถ้าจะพูดตามความจริงนะครับสาวๆชนเผ่านี้ที่ชื่อว่าชนเผ่าHimbac อ้างว่าไม่อาบน้ำตลอดชีวิตแต่ใช้ควันไฟอบสมุนไพรแล้วก็ไขมันสัตว์ทาผิวแทนเท่าที่ดูๆแล้วนะครับสาวๆชนเผ่านี้นะผิวสวยนะแถมสวยด้วยมีเสน่ห์
เออแต่ไม่รู้ว่าเมื่อเราเดินผ่านแล้วเราต้องเลี้ยวมองรึว่าหอมกลิ่นสาวๆเผ่านี้จนเหลียวหลังหรือเปล่าก็ไม่รู้นะสวยๆหอมๆ
อ้างอิงจาก: wikipedia,Himba,roommanman.blogspot/2024/06/himba.html?m=1
เขียนโดย Man
ก้าววืดปลายบันไดเกิดจากสมองคาดพื้นผิดจังหวะ
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ไข่เกิดก่อนไก่ตามหลักวิวัฒนาการ
เลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ทำไมกินจากหม้อถึงอร่อยกว่าตักใส่จาน
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมเห็นของหนักบนหัวแล้วสมองชอบคิดว่ามันจะร่วง
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ทำไมดูเวลาแล้วลืมทันทีจนต้องเปิดดูซ้ำ
ทำไมกินจากหม้อถึงอร่อยกว่าตักใส่จาน
ทำไมเห็นของหนักบนหัวแล้วสมองชอบคิดว่ามันจะร่วง
ก้าววืดปลายบันไดเกิดจากสมองคาดพื้นผิดจังหวะ
ไข่เกิดก่อนไก่ตามหลักวิวัฒนาการ
ทำไมคำว่าเดี๋ยวเล่าถึงทำให้สมองค้าง
ทำไมดูเวลาแล้วลืมทันทีจนต้องเปิดดูซ้ำ
เมื่อคุณแสดงอคติต่อศาสนาใด ศาสนานั้นกลับจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองในประเทศของคุณ
ยุโรปอากาศร้อนผิดปกติ ถ้าวันหนึ่งกลายเป็นเขตร้อนจะเกิดอะไรขึ้น
รู้ไว้ใช่ว่า...แผนหลอกของกลุ่มมิจฉาชีพ "จีนเทา" ในวงการขายของออนไลน์
ไข่เกิดก่อนไก่ หรือว่า ไก่เกิดก่อนไข่..วิทยาศาสตร์มีคำตอบ






