ทาส
ทาส เป็นระบบใดๆ ที่มีการใช้หลักการของกฎหมายลักษณะทรัพย์สินที่ใช้กับผู้คน อนุญาตให้บุคคลเป็นเจ้าของ ซื้อและขายให้แก่บุคคลอื่นเป็นรูปแบบของทรัพย์สินโดยนิตินัยทาสไม่สามารถถอนไถ่ตัวเพียงฝ่ายเดียวจากข้อตกลงและทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตอบแทนเลย นักวิชาการปัจจุบันหลายคนใช้คำว่า ทาสสังหาริมทรัพย์(chattel slavery) เพื่ออ้างอิงถึงความรู้สึกเฉพาะเจาะจงนี้ของการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทาสโดยนิตินัย ในความหมายที่กว้างขวางกว่า อย่างไรก็ตาม, คำว่า ทาส อาจหมายถึง สถานการณ์ใดๆ ที่บุคคลถูกบังคับโดยพฤตินัยให้ทำงานกับความต้องการของเจ้าของ นักวิชาการยังใช้คำทั่วไปจำนวนมาก เช่น แรงงานไม่เสรี หรือ แรงงานเกณฑ์บังคับ เพื่ออ้างอิงถึงสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ความเป็นทาสในความหมายที่กว้างขวางขึ้นของคำ ทาสอาจมีสิทธิทางกฎหมายและคุ้มครองตามกฎหมายหรือขนบประเพณี
สมัยก่อนในประเทศไทย ทาสได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 ชนิด (ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา โดยในสมัยก่อนหน้านั้นยังเป็นข้อถกเถียงของนักวิชาการ) ได้แก่
1. ทาสสินไถ่- เป็นทาสที่มีมากที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด โดยเงื่อนไขของการเป็นทาสชนิดนี้ คือ การขายตัวเป็นทาส เช่น พ่อแม่ขายบุตร สามีขายภรรยา หรือขายตัวเอง ดังนั้น ทาสชนิดนี้จึงเป็นคนยากจน ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ จึงได้เกิดการขายทาสขึ้น โดยสามารถเปลี่ยนสถานะกลับไปเมื่อมีผู้มาไถ่ถอน และทาสชนิดนี้ที่ปรากฏในวรรณคดีไทยคือนางสายทองซึ่งขายตัวให้กับนางศรีประจันนั่นเอง
2. ทาสในเรือนเบี้ย-เด็กที่เกิดขึ้นระหว่างที่แม่เป็นทาสของนายทาส ทาสชนิดนี้ไม่สามารถไถ่ถอนตนเองได้
3. ทาสที่ได้รับมาด้วยมรดก - ทาสที่ตกเป็นมรดกของนายทาส เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนายทาสคนเดิมเสียชีวิตลง และได้มอบมรดกให้แก่นายทาสคนต่อไป
4. ทาสท่านให้ - ทาสที่ได้รับมาจากผู้อื่นอีกทีหนึ่ง
5. ทาสที่ช่วยไว้จากทัณฑ์โทษ - ในกรณีที่บุคคลนั้น เกิดกระทำความผิดและถูกลงโทษเป็นเงินค่าปรับ แต่บุคคลนั้น ไม่มีความสามารถในการชำระค่าปรับ หากว่ามีผู้ช่วยเหลือให้สามารถชำระค่าปรับได้แล้ว ถือว่าบุคคลนั้น เป็นทาสของผู้ให้ความช่วยเหลือในการชำระค่าปรับ
6. ทาสที่ช่วยไว้ให้พ้นจากความอดอยาก - ในภาวะที่ไพร่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้ประกอบอาชีพได้แล้ว ไพร่อาจขายตนเองเป็นทาสเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือจากนายทาส
7. ทาสเชลย - ภายหลังจากได้รับการชนะสงคราม ผู้ชนะสงครามจะกวาดต้อนผู้คนของผู้แพ้สงครามไปยังเมืองของตน เพื่อนำผู้คนเหล่านั้นไปเป็นทาสรับใช้
การพ้นจากความเป็นทาส
: การพ้นจากความเป็นทาสสามารถเกิดขึ้นได้ จากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
- โดยการหาเงินมาไถ่ถอน
- การบวชเป็นสงฆ์โดยได้รับความยินยอมจากนายทาส
- ไปการสงครามและถูกจับเป็นเชลย หลังจากนั้น สามารถหลบหนีออกมาได้
- แต่งงานกับนายทาสหรือลูกหลานของนายทาส
- ไปแจ้งทางการว่านายทาสเป็นกบฏ และผลสืบสวนออกมาว่าเป็นจริง
- การประกาศไถ่ถอนจากพระมหากษัตริย์ ในช่วงของการเลิกทาส
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปีที่ พระองค์เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ จึงมีบัญญัติว่า ลูกทาสซึ่งเกิดเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2411 ให้มีสิทธิได้ลดค่าตัวทุกปี โดยกำหนดว่าเมื่อแรกเกิด ชายมีค่าตัว 8 ตำลึง หญิงมีค่าตัว 7 ตำลึง เมื่อลดค่าตัวไปทุกปีแล้ว พอครบอายุ 21 ปี ก็ให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิง
ข้าทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งหลุดพ้นจากระบบดั้งเดิม ได้กลายเป็นราษฎรสยามและต่างมีโอกาสประกอบ อาชีพหลากหลาย พอถึงปี 2448 ก็ได้ออกพระราชบัญญัติเลิกทาสที่แท้จริงขึ้น เรียกว่า พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.124 (พ.ศ. 2448)
อ้างอิงจาก: wikipedia, พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง
เขียนโดย varietyart
Pepper X คือพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกตอนนี้
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
สายตาสั้นและสายตาเอียงมีค่าสูงสุดแค่ไหน
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
จดทะเบียนสมรสทำไมและชีวิตเปลี่ยนอะไรบ้าง
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
กินผงชูรสเยอะอันตรายไหมและควรระวังอะไร
ขนาดอวัยวะเพศชายไทยเฉลี่ยเท่าไร
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมคนชอบดูคลิปทำความสะอาดบ้าน? ทั้งที่ไม่ใช่บ้านตัวเอง
ทำไมบางโพสต์ไม่มีสาระ แต่คนแชร์เป็นล้าน? เปิดเบื้องหลังจิตวิทยาที่ทำให้คอนเทนต์ไวรัล
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
ทำไมเราถึงจำกลิ่นบางกลิ่นได้เป็นสิบปี? เมื่อความทรงจำไม่ได้อยู่แค่ในภาพ แต่ซ่อนอยู่ในกลิ่น


