“สิทธิชุมชน” สิ่งเหนี่ยวรั้งความเจริญชาติ
“สิทธิชุมชน” สิ่งเหนี่ยวรั้งความเจริญชาติ
AREA แถลง ฉบับที่ 283/2567: วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2567
ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
![]()
ประเทศจะเจริญได้ เราต้องยกเลิก “สิทธิชุมชน” ซึ่งเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งและถ่วงความเจริญของประเทศชาติ แต่กลับเป็นแนวคิดที่สุดสวยงามสำหรับพวกเพ้อฝันบางกลุ่ม ที่เจือเข้ามาเพื่อเบื่อเมาสังคมไทยโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ดูอย่างการพัฒนาของจีน ถ้าติดซากเดน “สิทธิชุมชน” ป่านนี้คงยังล้าหลังอยู่
ท่านที่ไปเที่ยวเมืองจีนบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนนั่งรถผ่านชนบทอันไพศาล ลองสังเกตดูว่าท่านเห็นหมู่บ้านดั้งเดิมบ้างไหม มีเหมือนกัน แต่น้อยมาก เช่น หมู่บ้านไป๋สือโพ อำเภอเป่าเฟิง เมืองผิงติ่งซาน มณฑลเหอหนาน หรืออื่นๆ บางเมืองผมก็เคยไป มีแหล่งอาหารแปลกๆ เช่น เต้าหู้เหม็น ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงมีแทบไม่ถึง 0.01% ของหมู่บ้านต่างๆ ในชนบท ซึ่งเปลี่ยนรูปไปหมดแล้ว เมื่อ 20 ปีก่อน ผมไปเซี่ยงไฮ้ เขาบอกว่า ถ้าไม่ได้กลับบ้านสัก 6 เดือน อาจหาทางเข้าบ้านไม่เจอ เพราะมีการตัดถนน จัดรูปที่ดินใหม่กับขนานใหญ่ให้เหมาะสมกับชีวิตสมัยใหม่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น
หมู่บ้านในชนบทส่วนใหญ่มีการรื้อร้างสร้างใหม่เพื่อให้เหมาะกับวิถีชีวิตใหม่ๆ ล่าสุดเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2566 ผมเดินทางไปหมู่บ้านปาหม่า สมญานาม “หมู่บ้านอายุยืน” หรือเป็น 1 ใน 5 หมู่บ้านอายุวัฒนะของโลก แต่อาคารต่างๆ การจัดสรรที่ดินใหม่เพื่อการอยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เกิดขึ้น มีอาคารใหม่ๆ สร้างขึ้นมา ไม่ใช่หมู่บ้านแบบดั้งเดิมดังที่เรานึกฝัน นี่คือความจำเป็นในการจัดรูปที่ดิน การจัดสรรที่ดินในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ “จมปลัก” อยู่กับแบบเดิมๆ ที่เหลือไว้ส่วนน้อยนิดเพียงเพื่อการท่องเที่ยว
คนหนุ่มสาวที่หวังดีต่อชาติจำนวนมาก ติดกับดักความคิด “สิทธิชุมชน” เช่น สิทธิของชาวกระเหรี่ยงบางกลอย (ที่อ้างว่าครองภูเขาเป็นลูกๆ มานาน) สิทธิของชาวกะเหรี่ยงเหมืองคลิตี้ (ที่การทำเหมืองทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป) ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน-ขุนศึก-ศักดินา ทุกวันนี้ผมอายุ 66 ปี ก็ยังยืนอยู่ข้างความถูกต้องของประชาชน และชิงชังการเอาเปรียบประชาชนคนเล็กคนน้อย
แต่ถ้าคิดอีกที ปัญหาอาจสลับซับซ้อนกว่านั้น แต่เรามองแบบง่ายๆ ดาดๆ ไปหรือไม่ เช่น บางคนอ้างว่าเราไม่ควรเปิดเผยราคาและชื่อผู้ซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ เพราะถ้าโจรรู้ก็อาจถูกปล้นได้ แต่ในความเป็นจริง เราควรเปิดเผยให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาการฟอกเงิน ใครซื้อขายบ้านและที่ดินต้องจึงเปิดเผยให้คนรู้กันทั่ว (ปกติเพื่อนบ้านก็รู้อยู่แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน) และทำให้มีฐานข้อมูลในการประเมินค่าทรัพย์สินเพื่อการเสียภาษีได้สอดคล้องกับความเป็นจริง ส่วนหากใครจะปล้นใคร ก็ต้องเพิ่มความเข้มแข็งของตำรวจ ไม่ใช่ไพล่ไปสร้างความเพี้ยนในอีกระบบหนึ่ง
อย่างกรณีข้อเรียกร้องของชาวกระเหรี่ยงที่ประสงค์จะทำไร่เลื่อนลอย 36 ครอบครัวๆ ละประมาณ 150 ไร่ต่อปี (รวม 5,400 ไร่ และต้องหมุนเวียน กลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ 10 ปี) เป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เท่ากับเป็นการสร้างกฎหมู่โดยอภิสิทธิชนส่วนน้อย และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่คนอื่น ปกติชาวบ้านทั่วไปได้ที่ดินครอบครัวละประมาณ 15 ไร่เท่านั้น ที่ดินนั้นเป็นของประชาชนทั่วไปทุกคนโดย ไม่ใช่ของใครที่อยู่ใกล้ทรัพยากรแล้วมาอ้างเป็นของตนเองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่ผ่านมาคนเหล่านี้เอาเปรียบสังคมมามากพอแล้ว ถือว่าได้กำไรชีวิตไปแล้ว
ในจีนมีการ “ถอนรากถอนโคน” (Uproot) ชาวเขาเผายี (Yi) หรือลีซอ จีนนำชาวเขาจาก 38 หมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาแถวยูนานมาอยู่รวมกันในเมืองเดียว ไม่ใช่ให้พวกเขาอยู่บนภูเขาเช่นเดิม เพื่อแก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหาการศึกษาของเด็กและเยาวชน เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด และแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางการเมืองโดยการทำให้เป็นคนจีน ชาวเขาเหล่านี้ได้รับการจัดสรรที่ดินและสร้างบ้านให้อย่างเรียบร้อย และชาวบ้านได้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงเป็นของตนเอง
ถ้าคิดให้ลึกอย่างกรณีเหมืองคลิตี้ นับเป็นความสูญเสียของชุมชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีสารตะกั่วรั่วไหลจากโรงงานที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2518 และชาวบ้านได้เรียกร้องมาโดยตลอด จนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 มีคำพิพากษาศาลฏีกาให้กรรมการของบริษัทเหมืองแร่ที่เข้ามาก่อความเสียหายต้องรับผิดชอบเยียวยาและฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ที่ถูกปนเปื้อนด้วยสารตะกั่วในระดับสูง กรณีนี้ถือได้ว่าโรงงานละเมิดต่อประชาชน ทั้งนี้คงเป็นเพราะรัฐที่ไม่รอบรู้ อ่อนแอและโกงกิน จึงทำให้เกิดโรงงานแบบนี้ขึ้นโดยไม่ได้ดูแลด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีพอ อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็นต้องทำเหมืองในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม ก็อาจเจรจาย้ายชุมชนออกไปได้เช่นกัน
ในประเทศมาเลเซีย มีการย้ายสวนยางพารา และชาวบ้านใกล้เคียงออกไปด้วยอำนาจการเวนคืน เพื่อนำที่ดินมาสร้างนิคมอุตสาหกรรม เพื่อความเจริญของท้องถิ่น (ประชาชนจะได้มีงานทำที่มีรายได้และฐานะดีมากขึ้น) และประโยชน์ของประเทศโดยรวม เขาถือว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อนผลประโยชน์ของกลุ่มชน (ตามแบบฉบับกฎหมายอังกฤษ) ซึ่งอาจจะแตกต่างจากการถือประโยชน์ของปัจเจกบุคคลเป็นที่ตั้ง (ตามแบบฉบับของกฎหมายฝรั่งเศส)
กรณีจำเป็น ก็ต้องย้าย โดยประเทศไทยเคยมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจเหมือนกัน แต่ปัจจุบันกลับถอยหลังเข้าคลอง เช่น
1. กรณีเหมืองแม่เมาะ ลำปาง มักกล่าวอ้างว่า การย้ายชุมชนจะกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน แต่การค้นพบว่าบริเวณใต้ที่ตั้งอำเภอแม่เมาะเป็นแหล่งถ่านหินขนาดใหญ่ ก็ได้โยกย้ายชาวบ้าน วัด โรงเรียนและอื่น ๆ ออกนอกพื้นที่ เพื่อขุดหาถ่านหินมาแล้วโดยตัวอำเภอใหม่ในปัจจุบันและประชาชนได้รับการโยกย้ายออกห่างจากพื้นที่เดิมประมาณ 15 กิโลเมตร
2. การสร้างท่าเรือคลองเตย ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของเมืองพระประแดงเก่าสมัยอยุธยา และยังมีวัดโบราณ 4 แห่งเมื่อ พ.ศ. 2480 ได้แก่ วัดหน้าพระธาตุ วัดเงิน วัดทอง และวัดไก่เตี้ย ทั้งนี้รัฐบาลได้จัดการสร้างวัดขึ้นใหม่ ได้รวมเอาวัดหน้าพระธาตุกับวัดทองเข้าด้วยกัน มาตั้งวัดใหม่ที่ริมถนนสุขุมวิทว่าวัดธาตุทอง ส่วนวัดเงินก็นำไปรวมกับวัดไผ่ล้อมและวัดโชติการาม (วัดพระยาไกร) กลายเป็นวัดไผ่เงินโชตนาราม ในปี พ.ศ. 2483
3. การสร้างเขื่อนต่างๆ เช่น เขื่อนเขาแหลม เขื่อนสิริกิติ์ ก็ปรากฏว่ามีชุมชนเดิมอยู่ ทำให้เห็นภาพของวัดจมอยู่ใต้น้ำมาแล้ว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Unseen สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า หากมีความจำเป็นต้องรื้อย้ายชุมชนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ก็ควรดำเนินการ
พวก NGOs มักอ้างประชาชน แต่ในหลายนกรณีประชาชนเอาด้วย แต่พวกนี้กลับไม่ยอมให้เกิดการพัฒนา เช่น:
1. เขื่อนแม่วงก์ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้สร้างแต่พวก NGOs กลับบอกว่าเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ทั้งที่เป็นชายขอบป่า และย้ายชาวบ้านออกมาเพื่อเตรียมสร้างแล้ว
2. กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่คาดว่าอาจได้รับผลกระทบเชิงลบ เข้าใจและยินดีให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสร้างโรงไฟฟ้า แต่พวก NGOs ไม่ยอม
3. กระเช้าขึ้นภูกระดึง ประชาชนเกือบทั้งหมด (เกิน 90% ต้องการให้สร้าง) แต่ก็ไม่ได้สร้าง
ถ้ามีความจำเป็นเพื่อชาติ ก็ควรมีการเวนคืนชุมชนท้องถิ่นทั้งหลาย แต่ปัญหาสำคัญของการเวนคืนก็คือการจ่ายค่าทดแทนที่มักจะ “ต่ำ-ช้า” คือ จ่ายต่ำๆ จ่ายช้าๆ รัฐพึงจ่ายค่าทดแทนให้เป็นธรรม (ทั้งมูลค่าทรัพย์สินที่เสียไป ผลกระทบจากการสูญเสียทรัพย์สินนั้น เป็นต้น) เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย
โชคดีที่จีนไม่ยึดถือ “สิทธิชุมชน” อันจอมปลอม หาไม่ก็คงยังดักดานด้องพัฒนาต่อไป
ปล. แจกฟรีหนังสือ “สร้างเขื่อนแม่วงก์เถอะนะ เพื่อชีวิตสัตว์ ป่าและมนุษย์” โปรดคลิก Link นี้เพื่อดาวน์โหลดหนังสือ
ทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"
มีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คน
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชีย
หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสน
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
กระเพาะปลาที่หายากที่สุด และมีราคาแพงมากที่สุดในปัจจุบัน
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย
"ธานินทร์"ตำนานเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย
มิติใหม่ของชีวิตหอพัก: เมื่อ "เพื่อนบ้าน" เป็นยีราฟตัวสูงใหญ่ใจดี
"นักร้องคนแรกของไทยที่เอาเพลงแปลงมาทำเทป"จนได้รับสมญานามว่า ราชาเพลงแปลง
อาหารช่วยย่อย ช่วยแก้ท้องอืด แก้ท้องผูก เบาสบายท้อง
ทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัย
กล้องถ่ายรูปรุ่นแรก ที่ถูกนำไปใช้ถ่ายภาพบนพื้นผิวดวงจันทร์
อื้อหือ...นี่คือรอยเขียนภาพเก่าแก่ และลายพิมพ์มือมนุษย์โบราณ อายุ 67,800 ปี ศิลปะบนหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ทลายรัง Romance Scam เมืองทองฯ รวบแก๊งต่างชาติ 13 ราย เงินหมุนเวียนนับล้าน
นี่คือแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุด Madaba Map หรือ Madaba Mosaic Map นั่นเอง
อื้อหือ...นี่คือรอยเขียนภาพเก่าแก่ และลายพิมพ์มือมนุษย์โบราณ อายุ 67,800 ปี ศิลปะบนหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ค้างคาวสายพันธุ์สุดพิเศษ ที่พบในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก
พื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุด มีปริมาณฝนตกน้อยที่สุดในโลก