หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทาสแมวเสี่ยงเป็นโรคจิตเภท จริงหรือมั่ว?

โพสท์โดย buay1975

ทาสแมวเสี่ยงเป็นโรคจิตเภท จริงหรือมั่ว?

หากใครติดตามข่าวเกี่ยวกับโรคจิตเภทในช่วงที่ผ่านมา คงจะได้เห็นข่าววิจัยที่ระบุว่า ทาสแมวมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจิตเภทสูงกว่าคนรักสัตว์ชนิดอื่น ๆ ถึง 2 เท่า ผลวิจัยนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับทาสแมวไม่น้อย บางคนถึงกับวิตกกังวลว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวที่เลี้ยงแมวจะป่วยเป็นโรคจิตเภทในอนาคต

แต่อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยนี้ยังไม่อาจฟันธงลงไปได้อย่างแน่ชัดว่า การติดเชื้อปรสิตทาสแมวทำให้เป็นโรคจิตเภทหรือไม่ เนื่องจากงานวิจัยที่นำมาวิเคราะห์แต่ละชิ้นมีความแตกต่างกันในหลายประการ เช่น วิธีการวิจัย ประชากรที่ใช้ศึกษา และระยะเวลาในการติดตามผล

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคจิตเภท เช่น พันธุกรรม สภาพแวดล้อม ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และการใช้สารเสพติด เป็นต้น

ดังนั้น ทาสแมวจึงไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป หากพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจิตเภท ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

 

สำหรับวิธีป้องกันการติดเชื้อปรสิตทาสแมว ได้แก่

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสกับแมวหรือมูลแมว
  • ปรุงสุกอาหารจากเนื้อสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำเชื้ออย่างทั่วถึง
  • ป้องกันไม่ให้แมวออกนอกบ้าน
  • พาแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่เกิดจากปรสิตทาสแมว

นอกจากนี้ ทาสแมวควรดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจิตเภท

ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าผลวิจัยนี้ควรได้รับการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในวงกว้างและยาวนานขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะหากผลวิจัยนี้ได้รับการยืนยันจริง ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อทาสแมวและวงการสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ทาสแมวก็ไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคจิตเภท สิ่งสำคัญคือทาสแมวควรดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจิตเภท

โพสท์โดย: buay1975
อ้างอิงจาก:
ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Schizophrenia Bulletin ฉบับเดือนธันวาคม 2566 โดยทีมวิจัยจากศูนย์วิจัยสุขภาพจิตแห่งรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย
รายงานข่าวเกี่ยวกับผลการวิจัยดังกล่าวจากสื่อมวลชนต่าง ๆ เช่น BBC News, The Guardian, และ Bangkok Post
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
buay1975's profile


โพสท์โดย: buay1975
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: buay1975
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์พืชพรรณไม้น่าสนใจ : อาร์ทิโชก "ราชาแห่งผักบำรุงตับ" พืชผักบำรุงสุขภาพชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง ในไทยเราก็มีเพาะจำหน่ายแล้วน๊า...สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกเหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนานน้ำประเภทที่ถูกเตือนว่า "เป็นอาหารของเซลล์มะเร็ง"ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทยวิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง"หมอบอย" เผย 5 ราศีที่ได้รับข่าวดีจากการย้ายดาวเกตุในปีใหม่ 2569 ชีวิตจะเปลี่ยนและมีโชคก้อนใหญ่ไม่คาดคิดอาชีพที่น่าสนใจในปี 2026 ใครปรับตัวไว มีโอกาสก่อน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โลกธรรม 8 – จากพุทธพจน์สู่การปฏิบัติอย่างลุ่มลึกและเท่าทันโลก (สร้างกับ เอไอ)น้ำอัดลม: จาก “ความซ่า” สู่ “ความหมายใหม่”"ยาปลุกlซ็กส์" ไม่จำเป็น..อย่ากินเด็ดขาด!วิสทีเรีย (Wisteria) หนึ่งในเจ็ดต้นไม้มหัศจรรย์ของโลก ดอกดกมากๆ ปลูกไว้ดูสวยชื่นใจจ้า
ตั้งกระทู้ใหม่