รัฐ เอกชน ประชาสังคม รวมพลังเปลี่ยนโลกได้อย่างยั่งยืน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) กลายเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีภาคเอกชนเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน เริ่มจากการสร้างความตระหนักรู้ให้สังคมได้เข้าใจร่วมกันว่า โลกกำลังเดินหน้าไปบนแนวทางนี้อย่างไม่มีทางถอยกลับ
ในการเสวนาหัวข้อ "ปรับตัวอย่างไร ให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน" ของงานมหกรรมด้านความยั่งยืน (SX 2023) เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผู้บริหารองค์กรชั้นนำของไทย ที่อยู่ในกลุ่มผู้ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์ ตั้งแต่ช่วงปรับองค์กรเข้าสู่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน จนถึงปัจจุบันที่เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงของการเซ็ตตัว ที่พร้อมไปต่ออย่างหันหลังกลับไม่ได้ เพราะโลกต้องเดินไปบนมิติของความยั่งยืนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เป็นยุคที่ต้องไปด้วยกันทั้งซัพพลายเชน ไม่ใช่การไปคนเดียวหรือโตคนเดียวแบบยุคก่อน ซึ่งมิติของความยั่งยืนจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายแบบ cross industry consolidation โดยเป็นการพัฒนาขีดความสามารถร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น การแชร์ข้อมูลครั้งนี้ จึงถือเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับองค์กรอื่น ๆ ในภาคธุรกิจ ให้ต้องกล้าที่จะเร่งขยับตัว เพื่อให้รอดและรุ่งไปด้วยกันให้เร็วที่สุด
ผนึกกำลังทุกภาคส่วน รัฐต้องเป็นผู้นำ
ซีอีโอของทั้ง 3 องค์กร มีความเห็นสอดคล้องกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่มองว่า ภาครัฐต้องเป็นผู้นำ เพราะ “ความยั่งยืน” เป็นเรื่องใหญ่ มีผลกระทบในวงกว้างต่อทุกภาคส่วน ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม ที่สำคัญต้องเล่นบทผู้นำ เพราะหลายเรื่องต้องเปลี่ยนแปลง จึงต้องการให้รัฐกำหนดเป็นนโยบายและวางแนวทาง เพื่อให้ภาคส่วนอื่น ๆ รวมทั้งภาคประชาสังคม ต้องเดินตามไปในทิศทางเดียวกัน ในรูปแบบของการทำงานเป็นทีม
“เรื่องความยั่งยืน รัฐไม่เข้ามามีส่วนร่วมไม่ได้ ยืนเชียร์อยู่เฉย ๆ ก็ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มาก เปรียบเทียบกับเมื่อก่อนที่เป็นการผลิตแบบเส้นตรง (Linear) ผลิต-ขาย-ใช้-ทิ้ง ต่อมาให้เปลี่ยนเป็นไม่ทิ้ง แต่ให้นำมารีไซเคิลใหม่ ก็ต้องมีการปรับตัว หลายเรื่องที่ต้องทำ ต้องเปลี่ยนแปลงที่นโยบาย ทุกฝ่ายต้องทำงานเป็นทีม ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม” คุณรุ่งโรจน์ กล่าว
ในส่วนของภาคธุรกิจนั้น ทุกคนมีโจทย์เดียวกัน มีปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มมิติของความยั่งยืนเข้าไปในธุรกิจแล้ว จะพบกับความท้ายทายทางด้านต้นทุนการเงิน ซึ่งเป็นมิติที่ไม่สัมพันธ์กัน จึงทำให้หลายองค์กรต้องชะงัก ไม่สามารถไปต่อได้ จุดนี้เองที่องค์กรขนาดใหญ่ที่มีประสบการณ์มาแล้ว สามารถแนะนำแนวทางให้องค์กรอื่น ๆ ที่กำลังขยับตัวได้เดินต่อไปได้ ซึ่งทำให้เห็นว่า การผนึกกำลังกันจะเป็นพลังมหาศาลที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคธุรกิจให้รอดไปด้วยกัน เพราะบริษัทขนาดใหญ่ต้องเชื่อมโยงกับซัพพลายเออร์ที่เป็นบริษัทขนาดเล็กลงมา ดังนั้น ทั้งองคาพยพจึงต้องปรับตัวไปด้วยกัน ไม่เช่นนั้นผลกระทบจะตามมามากมายต่อทั้งซัพพลายเชน เป็นจุดที่บริษัททุกขนาดต้องจับมือไปด้วยกัน ทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้เลย
คนรุ่นเก่าต้องถอย ให้คนรุ่นใหม่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ทุกคนยังเห็นร่วมกันว่า ภารกิจด้านความยั่งยืน จำเป็นที่จะต้องให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานและการตัดสินใจ จะทำให้การทำงานไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น เพราะอนาคตเป็นของพวกเขา โดยผู้นำรุ่นเก่าต้องปรับตัวไปเป็น Facilitator หรือผู้สนับสนุนแทน ซึ่งกระบวนการด้านความยั่งยืนเป็นเรื่องใหม่ ที่เข้าใจยากและทำยาก จึงต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ ไปสู่รูปแบบของ Project-Based Learning ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกจริตคนรุ่นใหม่
“ในยุคอุตสาหกรรม 2.0 ผู้นำองค์กรเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ในโลกยุคต่อไป ผู้นำเหล่านี้จะกลายเป็นผู้สนับสนุน และคนรุ่นใหม่จะเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เนื้อหาเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีถึง 17 เป้าหมาย (Sustainable Development Goals - SDGs) ควรจะถูกบรรจุเข้าไปในระบบการศึกษาของทั้งโลก นอกจากนี้ กระบวนการเรียนการสอน ควรปรับเปลี่ยนรูปแบบ ไปเป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำ (Action-based Learning หรือ Project-based Learning) จากปัญหาต่าง ๆ ที่มีมากมาย ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และจับต้องได้ เพราะเด็กจะรับรู้จากการสอนได้แค่ 20% อีก 80% จะรับรู้ได้จาก Action-based” คุณศุภชัย กล่าว
ย้ำการทำงานเป็นทีม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
สาระสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สามารถสรุปสั้น ๆ ได้ว่า “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ดังนั้น การจะบรรลุเป้าหมายนี้ จึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยภาครัฐต้องวางเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลนำเสนอต่อสาธารณะ และมีตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ภาคส่วนอื่น ๆ ที่เหลือรู้ว่าต้องไปต่ออย่างไร
“ที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน จะเป็นแบบ PPP หรือ Public-Private Partnership แต่ปัจจุบันต้องเพิ่มเป็น PPPP คือ Public-Private-People Partnership ซึ่งผมเชื่อว่า Partnership Model จะเป็นตัวพลิกกระดานในการดำเนินธุรกิจ โดยจากนี้ไปอีกประมาณ 2 ปี (2025) จะเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอีกมากมาย” คุณฐาปน กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบการปรับตัวให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจ ใน 3 สถานการณ์ คือ “วิง-ซ่อน-สู้ โดย “วิ่ง” สะท้อนสถานการณ์ที่ภาคธุรกิจถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องตื่นตัว ตื่นรู้ สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความเข้าใจถึงเมกกะเทรนด์ว่าไปในทิศทางไหน “ซ่อน” สะท้อนถึงความมีสติ มีความคิดวิเคราะห์ที่เป็นระบบ ครบถ้วน รู้ว่าเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และ “สู้” สะท้อนถึงการปรับตัว ว่าจะสู้แบบไหน จะปรับตัวอย่างไร ซึ่งการปรับตัวย่อมดีกว่าการอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลย เพราะถ้าปรับตัวแล้ว ก็จะมีโอกาสรอดและอาจจะรุ่งได้ด้วย
ประเทศไทยจะต้องบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปีค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) โดยก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางขึ้นสู่ประเทศที่มีรายได้สูง มีการพัฒนาที่ครอบคลุม ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตต่าง ๆ ภายใต้กรอบความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ตามหลักการของสหประชาชาติที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ทุกฝ่ายเกิดความตระหนักรู้ มีสัญญาณของความพร้อมในการเรียนรู้ ที่จะนำไปสู่การลงมือทำอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งการเริ่มขยับโดยองค์กรขนาดใหญ่ ที่ผนึกกำลังกันเอาจริงเอาจัง ปรับเปลี่ยนองค์กรให้เห็นผลระดับหนึ่งก่อน แล้วช่วยกันผลักดัน ส่งเสริมองค์กรอื่น ๆ ในซัพพลายเชน ให้ค่อย ๆ ปรับตัวเปลี่ยนแปลงตาม ทำให้รู้สึกถึงความเป็นไปได้ ที่จะบรรลุเป้าประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งจากนี้หากภาครัฐเร่งเครื่องด้านนโยบายให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ความสำเร็จของไทยก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
คณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาด
แชร์สูตรหาเลขเด่นหวยลาวจาก "หลักสิบบน" สูตรง่าย ๆ ที่หลายคนใช้ประกอบการเลือกเลขงวดต่อไป
ถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย






