หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตุ่มรับรสของลิ้นแท้จริงแล้วมีวันหมดอายุ และสีของลิ้นยังบอกโรคได้อีกด้วย

เขียนโดย toomthong001

 

ลิ้นและการรับรสมีความสำคัญยังไง

 

ลิ้นของคนเรานั้นประกอบขึ้นด้วยชุดกล้ามเนื้อที่สามารถเคลื่อนได้ดีและมีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก

 

กล้ามเนื้อลิ้นมีรูปร่างเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้าและมีความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร

 

ปกคลุมด้วยชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหนาแน่นและเยื่อบุพิเศษที่เรียกว่า มิวโคชา ทำหน้าที่รักษาความชื่นของผิวลิ้น

 

 

โครงสร้างของลิ้นสามารถจำแนกแยกออกเป็นสามส่วนย่อย

 

ปลายลิ้นและด้านข้างของลิ้น เป็นส่วนของกล้ามเนื้อที่สามารถเคลื่อนไหวได้ดี

 

ด้านหลังของลิ้น พื้นผิวด้านบนของลิ้นประกอบด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมากทำหน้าที่รับรู้รสชาติ

 

โคลนลิ้น ส่วนของกล้ามเนื้อที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเป็นส่วนที่เชือมต่อกับฐานในช่องปาก

 

มีกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่างๆทำหน้าที่ยึดลิ้นกับกระดูกไฮออยด์ให้อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสมในลำคอ

 

 

พาพิลลาและตุ่มรับรส

 

บริเวณของลิ้นที่มีลักษณะขรุขระประกอบขึ้นจากปุ่มขนาดเล็กเรียกว่า พาพิลลา กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งลิ้น

 

ทำหน้าที่เพิมผิวสัมผัสในการรับความรู้สึกจากอาหารและรสชาติต่างๆ ผ่าน ตุ่มรับรส

 

ที่มีขนาดเล็ก 4 ชนิด แต่ละตุ่มทำหน้าที่รับรสแตกต่างกันไป เช่น เค็ม หวาน เผ็ด เปรี้ยว 

 

 

ตัวอย่างของสารเคมีที่ทำให้เกิดการรับรสชาติได้แก่

 

รสหวาน สารให้ความหวานต่างๆเช่นน้ำตาล รวมถึงแอลกอฮอล์โปรตีน และกรดอมิโนบางชนิด

 

รสเปรี้ยว สารที่มีฤทธิ์เป็นกรด

 

รสเค็ม เกลือที่มีไอคอนบวก

 

รสขม สารจำพวกอัลคาลอยด์ เช่น คาเฟอีน และควินิน

 

รสกลมกล่อม กรดกลูตามิกและกรดแอสปาร์ติกเช่นผงชูรส มะเขือเทศสุก ชีส และหน่อไม้ฝรั่ง

 

ส่วนตุ่มรับรสนั้นจะมีอายุประมาณ 10 วัน โดยเซลล์ที่กำเนิดที่ฐานขะแบ่งตัวทดแทนเซลล์รับรสที่ตาย

 

 

สีของลิ้นยังสามารถบอกโรคได้อีกด้วย

 

ลิ้นมีผิวเรียบมันและมีสีชมพูหรือแดง

เกิดจากตุ่มรับรสของลิ้นที่ฝ่อลงไปอาจเกิดจากการขาดวิตามินบางชนิดหรือเกิดการติดเชื้อที่ลิ้นควรเข้าพบแพทย์

 

ลิ้นเป็นฝ้าสีน้ำตาลหรือสีดำ

พบคราบสีน้ำตาลหรือสีดำบนลิ้นเป็นสัญญาณของสุขภาพอานามัยในช่องปากไม่ดีเช่นการสูบบุหรี่ หรือขาดการดูแลความสะอาดที่เหมาะสม ควรทำความสะอาดช่องปาดอย่างสม่ำเสมอ

 

ลิ้นเป็นฝ้าขาวจากเชื้อรา 

เป็นรอยีขาวที่ลิ้น บางทีอาจจะมีการแสบร้อนที่ลิ้นร่วมด้วยอาจเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ โรคเบาหวาน โรคทางภูมิคุ้มกัน หรืออาจจะเป็นในช่วงที่สุขาพอ่อนแอควรเข้าพบแพทย์

 

ลิ้นมีร่อง มีรอยแตก

มักจะไม่ค่อยมีอาการเจ็บหรือแสบแต่ก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงแต่มักจะหายไปได้เอง

 

ลิ้นมีรอยสีขาว หรือสีแดง

เป็นรอยที่ไม่จางหายไปหลังจากทำความสะอาดอาจจะเป้นตำแหน่งที่จะกลายเป็นมะเร็งในอนาคตควรรีบเข้าพบแพทย์

 

ลิ้นเป็นแผล

หากเกิดแผลที่ลิ้นและไม่ดีขึ้นภายในสองสัปดาห์ให้ระวังการเกิดภาวะมะเร็งที่ลิ้นควรเข้าพบแพทย์โดยเร็ว

 

แสบร้อนที่ลิ้น

มักจะพบได้บ่อยๆในผู้หญิง มีอาการแสบร้อนแปลกๆที่ลิ้นแต่ไม่พบความผิดปกติของผิวลิ้นให้เห็นอาจจะเกิดจากการขาดวิตามินบางชนิดควรเข้าพบแพทย์

เนื้อหาโดย: toomthong001
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
toomthong001's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 353 ครั้ง
เขียนโดย toomthong001
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: toomthong001
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉เลขบัตรประชาชนแม่นกว่าชื่อ เหตุผลที่ชื่อไทยยังซ้ำกันได้10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุดจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุดชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุดประเทศที่นอนน้อยที่สุดสายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
 5 โรงเรียนที่มีนักเรียนสอบติดโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามากที่สุด ปี 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แพะที่ดูบ้าบินที่สุดในโลกสายสืบชาวบ้าน วันนี้เตือนระวังพูดไม่ดีปากพาซวย แถมกลายเป็นผู้ต้องหาอีก🔥 ตกงานเงียบๆ อยู่หรือเปล่า? 5 ทักษะทำเงินปี 69 ที่คนรู้ก่อน ได้เปรียบก่อน 💸จีนเปิดตัว 38 วิชา "แห่งอนาคต" ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่