หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เปิดตำนาน"ทุ่งกุลาร้องไห้"สถานที่แห้งแล้งที่สุดในประเทศไทย

เขียนโดย manokdee


เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาเนิ่นนานว่าเป็นสถานที่แห้งแล้งที่สุดในประเทศไทย กินพื้นที่ทั้งหมด5จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ได้แก่


   เป็นที่ราบขนาดใหญ่ในภาคอีสาน มีพื้นที่ประมาณ 2 ล้านไร่ มีที่ตั้งติด แม่น้ำมูล และลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล เช่น ห้วยทับทัน ลำทับทันหรือคลองทับทัน ห้วยเสียว ลำพลับพลา และบางส่วนที่ติด แม่น้ำชี ครอบคลุมพื้นที่ 13 อำเภอ 5 จังหวัด ได้แก่ อำเภอ

พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม; อำเภอชุมพลบุรีและอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์; อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอโพนทราย และอำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด; อำเภอศิลาลาด อำเภอราษีไศล และอำเภอยางชุมน้อย บางส่วนของ อำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน อำเภอบึงบูรพ์ ที่มีที่ตั้งติดห้วยทับทัน ลำทับทันหรือคลองทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอค้อวัง และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร

ทุ่งกุลาร้องไห้ มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า ชนเผ่ากุลาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยจากเมืองเมาะตะมะประเทศพม่า ได้เดินทางมาค้าขายผ่านทุ่งแห่งนี้ ปกติแล้วชนเผ่ากุลาเป็นชนเผ่าที่มีความอดทนสูงมาก สู้งาน สู้แดด ลม ฝน แต่เมื่อได้เดินทางผ่านทุ่งแห่งนี้ ที่มีพื้นที่กว้างขวางเหลือประมาณ ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน ไม่พบหมู่บ้านใด ๆ เลย น้ำก็ไม่มีดื่ม ต้นไม้ก็ไม่มีที่จะให้ร่มเงา มีแต่ทุ่งหญ้าเต็มไปหมด พื้นดินก็เป็นทราย เดินทางยากลำบากเหมือนอยู่กลางทะเลทราย ทำให้คนพวกนี้ถึงกับร้องไห้ ดังนั้น จึงได้ชื่อว่า "ทุ่งกุลาร้องไห้"
 
  ในอดีตทุ่งกุลาที่มีภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ กินพื้นที่5จังหวัดของภาคอีสานของไทยในหน้าแล้งจะแล้งหนักมากและในหน้าฝนฝนก็ท่วมหนักมากเช่นเดียวกันพื้นดินลึกลงไปเป็นดินเค็มจากสภาพดังกล่าว ทำให้รัฐบาลขณะนั้นตระหนักในแก้ปัญหาและพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้อย่างเร่งด่วนจึงได้ประสานขอความร่วมมือจาก

ออสเตรเลียโดยการพัฒนาชนบทโดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือการศึกษาวิจัยได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องการปรับปรุงที่นาพัฒนาแหล่งน้ำการพัฒนาพื้นที่ดอนแห่งนี้และให้กรมพัฒนาที่ดิน

เข้าไปสำรวจดินร่วมกันแก้ใขดินเค็มเพื่อทำเกษตรกรรมในระยะยาวและปรับปรุงแหล่งน้ำชลประทานให้สามารถมีปริมาณที่เพียงพอและควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดีในหน้าฝน และแก้ปัญหาในหน้าแล้งอย่างมีระบบรวมทั้งยังแก้ปัญหาดินเค็มในบางพื้นที่กรมพัฒนาที่ได้เข้ามามีส่วนแก้ใขปัญหาดังกล่าวจนเป็นที่น่าพอใจ และสามารถจัดสรรค์พื้นที่ทำกินให้ประชาชนรวมถึงผลักดันด้านเกษตรกรรมให้สามารถปลูกข้าวปลูกพืชไร่ชนิดอื่นๆอย่างมีประสิทธิภาพจนเป็นที่มาของพื้นที่อีสานเขียวในเวลาต่อมาและสามารถพูดได้เต็มปากว่าพื้นที่แห่งนี้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ดีหอมอร่อยที่สุดในโลกอีกด้วย

โพสท์โดย: manokdee
อ้างอิงจาก: ประวัติศาสตร์ชาติไทย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
manokdee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 328 ครั้ง
เขียนโดย manokdee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตั้งแอร์ 26 องศา ประหยัดไฟกว่าตั้ง 25 แค่ไหน?ทำไม"ตู้เย็น"ไม่ติดฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ทุกรุ่น? ยิ่งเบอร์สูงยิ่งประหยัดจริงหรือ!AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569เลขปิงปอง "น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 1 พฤศจิกายน 69จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้ดวงเดือนพฤศจิกายน 2569 ครบ 12 ราศี: เดือนแห่งการทบทวนก่อนเร่งเครื่องดวงคนเกิดวันอาทิตย์และวันจันทร์ เดือนพฤศจิกายน 2569ลูกเต๋าพยากรณ์ : มัดรวมดวงปัง 12 ราศี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 สรุปม้วนเดียวจบ ราศีไหนจะรอดหรือจะเริด!รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งดวงการงานข้าราชการและพนักงานประจำ 12 ราศีช่วงประเมินผลปลายปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตั้งแอร์ 26 องศา ประหยัดไฟกว่าตั้ง 25 แค่ไหน?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 คืออะไร? ทำไมมี 2 หมายเลขทำไมขวดน้ำอัดลมก้นเป็นแฉก แต่ขวดน้ำเปล่าก้นแบน?ดาวเทียมNASAตามรอยมูลเพนกวินจากอวกาศเผยความหวังของเพนกวินจักรพรรดิท่ามกลางวิกฤตน้ำแข็งตระการตาป่าสนห่มภูเขาไท่ไป๋งดงามราวภาพวาดยามฤดูใบไม้ร่วง
ตั้งกระทู้ใหม่