หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานเรือไททานิก!!

เขียนโดย DOMINO

ไททานิก (Titanic) เป็นเรือโดยสารสัญชาติอังกฤษ ของสายการเดินเรือไว์สตาร์ไลน์ (White Star Line) ซึ่งจมลงในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1912 หลังจากชนภูเขาน้ำแข็งระหว่างการเดินทางครั้งแรกจากเซาแทป์ตัน ประเทศอังกฤษ ไปยังนครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า1,500คนจากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดประมาณ 2,224 คนบนเรือ นับเป็นการอับปางที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในถึงเวลานั้น การอับปางของไททานิก ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานศิลปะมากมาย

 

 

อาร์เอ็มเอส ไททานิก ขณะกำลังออกจากท่าเรือเซาแทมป์ตัน ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1912

 

โดยสารบนเรือมีบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เช่นเดียวกับผู้อพยพกว่าพันคนจากบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ สแกนดิเนเวีย เป็นต้น ซึ่งกำลังแสวงหาชีวิตใหม่ในทวีปอเมริกาเหนือ เรือได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายและความหรูหราที่สุด โดยบนเรือมียิมเนเซียม สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ภัตตาคารชั้นสูงและห้องจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีโทรเลขไร้สายทรงพลังซึ่งจัดเตรียมไว้เพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร เช่นเดียวกับการใช้เชิงปฏิบัติการ แต่แม้ ไททานิก จะมีคุณลักษณะความปลอดภัยที่ก้าวหน้า เช่น ห้องกันน้ำและประตูกันน้ำที่ทำงานด้วยรีโมต ก็ยังขาดเรือชูชีพที่เพียงพอสำหรับบรรทุกผู้โดยสารทุกคนบนเรือ เนื่องจากระเบียบความปลอดภัยในทะเลที่ล้าสมัย จึงมีเรือชูชีพเพียงพอสำหรับผู้โดยสาร 1,178 คนเท่านั้น เกินครึ่งของผู้ที่เดินทางไปกับเรือในเที่ยวแรกเล็กน้อย และหนึ่งในสามของความจุผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดเท่านั้น

 

ช่วงก่อนหน้าที่ไททานิกออกเดินทาง ได้เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณส่วนเก็บถ่านหินที่ บล็อก 5 และ 6 และไฟยังไหม้ต่อเนื่องตลอดการเดินทาง ความเสียหายนั้นส่งผลให้ผนังกั้นนํ้าชั้นที่ 4 ก่อนถึงห้องเครื่อง และ ส่วนที่เก็บถ่านหินนั้นร้อนมาก อุณหภูมิไม่ตํ่ากว่า 1,500 ฟาเรนไฮต์ จนผนังกั้นนํ้าร้อนจนแดง และตัวเหล็กของผนังกั้นนํ้านั้นบิด งอ ลดการทนทานนํ้าไปกว่า 75%

 

หลังเดินทางออกจากเซาท์แทมป์ตันเมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1912 ไททานิก ถูกเรียกที่เชอร์บูร์ก (Cherbourg) ในฝรั่งเศส และควีนส์ทาวน์ (ปัจจุบันคือ โคฟ, Cobh) ในไอร์แลนด์ ก่อนมุ่งหน้าไปทางตะวันตกมุ่งสู่นิวยอร์ก วันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1912 ห่างจากเซาท์แทมป์ตันไปทางใต้ราว 3,600 กิโลเมตร ไททานิก ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งเมื่อเวลา 11.40 น. (ตามเวลาเรือ GMT-3) การชนแฉลบทำให้แผ่นลำเรือไททานิก เกิดความเสียหาย นํ้าได้ทะลักเข้าไปในเรือ แล้วได้เปิดห้องกั้นนํ้าทั้งหมด แต่ทว่า ผนังกั้นนํ้าชั้นที่ 4 ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้จากห้องเก็บถ่านหิน ทำให้ผนังกั้นนํ้าชั้นที่ 4 ไม่สามารถทนทานแรงดันนํ้าได้ จึงส่งผลให้นํ้าทะลักเข้ามาภายในตัวเรือได้ อีกสองชั่วโมง สามสิบนาทีต่อมา น้ำค่อย ๆ ไหลเข้ามาในเรือและจมลง ผู้โดยสารและสมาชิกลูกเรือบางส่วนถูกอพยพในเรือชูชีพ โดยมีเรือชูชีพจำนวนมากถูกปล่อยลงน้ำไปทั้งที่ยังบรรทุกไม่เต็ม ชายจำนวนมาก กว่า 90% ของชายในที่นั่งชั้นสอง ถูกทิ้งอยู่บนเรือเพราะระเบียบ "ผู้หญิงและเด็กก่อน" ตามด้วยเจ้าหน้าที่ซึ่งบรรทุกเรือชูชีพนั้น ก่อน 2.20 น. เล็กน้อย ไททานิก แตกและจมลงโดยยังมีอีกกว่าพันคนอยู่บนเรือ คนที่อยู่ในน้ำเสียชีวิตภายในไม่กี่นาทีจากภาวะตัวเย็นเกิน (hypothermia) อันเกิดจากการจุ่มในมหาสมุทรที่เย็นจนเป็นน้ำแข็ง ผู้รอดชีวิต 710 คนถูกนำขึ้นเรืออาร์เอ็มเอส คาร์พาเธีย (RMS Carpathia) อีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง

 

ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้ทั่วโลกตกตะลึงและโกรธจากการสูญเสียชีวิตอย่างใหญ่หลวง และความล้มเหลวของกฎระเบียบและปฏิบัติการซึ่งนำไปสู่ภัยพิบัตินั้น การไต่สวนสาธารณะในอังกฤษและสหรัฐอเมริกานำมาซึ่งพัฒนาการหลักในความปลอดภัยในทะเล หนึ่งในมรดกสำคัญที่สุด คือ การจัดตั้งอนุสัญญาความปลอดภัยของชีวิตในทะเลระหว่างประเทศ (SOLAS) ใน ค.ศ. 1914 ซึ่งยังควบคุมความปลอดภัยในทะเลตราบจนทุกวันนี้ ผู้รอดชีวิตหลายคนสูญเสียเงินและทรัพย์สินทั้งหมดและถูกทิ้งให้อดอยากแร้นแค้น หลายครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งของสมาชิกลูกเรือจากเซาท์แทมป์ตัน สูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป

 

เบื้องหลัง

แก้ไข

สายการเดินเรือคูนาร์ด (Cunard Line) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญของไวต์สตาร์ไลน์ ผู้ผลิต ไททานิก ได้ต่อเรืออาร์เอ็มเอส ลูซิทาเนีย (RMS Lusitania) ต่อขึ้นในอู่ต่อเรือ John Brown ใน ค.ศ. 1907 เป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้น และในปีเดียวกัน คูนาร์ดก็สร้างอาร์เอ็มเอส มอริทาเนีย (RMS Mauretania) ที่ต่อขึ้นในอู่ต่อเรือ Tyneside ได้ออกบริการในปีเดียวกัน เป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทน ลูซิทาเนีย ทั้งคู่มีขนาดใหญ่กว่า 30000 ตัน แล่นด้วยความเร็ว 24 นอต (44.448 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เป็นเรือแฝดรุ่นใหม่ของคูนาร์ด ล้ำหน้ากว่าเรือ 4 ลำของไวต์สตาร์ ทั้งด้านความเร็ว และขนาด

 

ปีเดียวกันนั้น บุคคลสำคัญของสายการเดินเรือไวต์สตาร์ได้ร่วมจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้าน downshire Belgrave Square ในกรุงลอนดอน เพื่อร่วมกันคิดรูปแบบเรือลำที่ดีกว่าเรือแฝดคู่นั้น และนั่นก็เป็นสาเหตุในการต่อเรือไททานิก

 

 

ไปรษณียบัตรรูปเรือไททานิก

หลังอาร์เอ็มเอส มอริทาเนีย เป็นเรือโดยสารใหญ่ที่สุดในโลกมาราว 4 ปี เรือลำแรกในโครงการต่อเรือ 3 ลำของไวต์สตาร์ไลน์ (เป็นการต่อเรือขนาดใหญ่ 3 ใบเถา เน้นรูปแบบการบริการของสายการเดินเรือที่หรูหราเป็นหลัก) ชื่อ RMS Olympic สร้างเสร็จใน ค.ศ. 1911 มีขนาดใหญ่กว่าเรือ RMS Mauretania มากกว่า 40% ทำให้กลายเป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก และต่อมา เรือลำที่สองในโครงการ ชื่ออาร์เอ็มเอส ไททานิก สร้างเสร็จใน ค.ศ. 1912 เป็นเรือโดยสารใหญ่ที่สุดในโลกแทนโอลิมปิก

โพสท์โดย: DOMINO
อ้างอิงจาก: วิกิพีเดีย DOMINO
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
DOMINO's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 127 ครั้ง
เขียนโดย DOMINO
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย10 เรื่องจริงแปลกกว่านิยาย เหตุการณ์เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงบนโลกทางเดินกระดูกวาฬกลางเกาะร้าง ปริศนาเก่าแก่แห่งโลกอาร์กติกถ้าน้ำทะเลทั้งโลกกลายเป็นน้ำจืด จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก?ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยเกาะห้องลากูน กระบี่ ห้องลับสีมรกตกลางทะเลอันดามันทำไมเป็ดชอบเดินเป็นแถว? พฤติกรรมธรรมชาติที่ช่วยให้ลูกเป็ดรอดปลอดภัย5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยถ้ายุงหายไปจากโลก จะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์และธรรมชาติเด็ก 11 ปีขับกระบะชนขบวนพระธุดงค์ จ.มุกดาหาร ต้นฉบับระบุมรณภาพ 8 รูป บาดเจ็บ 18 รูปทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 เรื่องจริงแปลกกว่านิยาย เหตุการณ์เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงบนโลกทางเดินกระดูกวาฬกลางเกาะร้าง ปริศนาเก่าแก่แห่งโลกอาร์กติกถ้าน้ำทะเลทั้งโลกกลายเป็นน้ำจืด จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก?เด็ก 11 ปีขับกระบะชนขบวนพระธุดงค์ จ.มุกดาหาร ต้นฉบับระบุมรณภาพ 8 รูป บาดเจ็บ 18 รูปรถถังรุ่นที่ใหม่และทันสมัยที่สุด ที่มีประจำการอยู่ในประเทศไทยเลขเด็ด "คำชะโนด" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..เลขเด่น 5 มาแรง!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไม่อาบน้ำ 1 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่เคยคิดทำไมจึงเรียกว่า"สำลี"ทั้งที่ทำมาจากฝ้าย? ไขคำตอบตั้งแต่ต้นกำเนิดจนถึงกระบวนการผลิต10 เรื่องจริงแปลกกว่านิยาย เหตุการณ์เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงบนโลกถ้าน้ำทะเลทั้งโลกกลายเป็นน้ำจืด จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก?
ตั้งกระทู้ใหม่