หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขั้นตอนสู่อาชีพรับราชการ


เขียนโดย peetong

กว่าจะได้เป็น “ข้าราชการ”

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้กันก่อน สำนักงาน ก.พ. หรือ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นหน่วยงานกลางของรัฐที่มีหน้าที่สำคัญในการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือน รวมไปถึงการจัดหาคนเข้ามาทำงานในหน่วยงานราชการต่าง ๆ หรือการเปิดรับสมัครงานราชการ และการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในหน่วยงานราชการต่าง ๆ ด้วย

แม้ว่าการหางานข้าราชการจะต้องคอยดูว่ามีการเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งไหนบ้างเหมือนกับบริษัทเอกชนทั่วไป แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ถ้าคุณอยากสมัครเข้ารับราชการ นอกจากวุฒิการศึกษาและคุณสมบัติตรงตามที่หน่วยงานต้องการแล้ว คุณจะต้องผ่านการสอบของสำนักงาน ก.พ. ก่อนด้วย โดยแบ่งประเภทการสอบออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1.     สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) เป็นประตูด่านแรกที่ผู้สมัครสอบเข้ารับราชการทุกคนต้องสอบซึ่งจะจัดสอบโดย สำนักงาน ก.พ. โดยเนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 3 วิชา คือ

–           ความรู้ความสามารถทั่วไปด้านการคิดและวิเคราะห์ (คณิตศาสตร์และภาษาไทย)

–           ภาษาอังกฤษ

–           ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (ตามกฎหมาย ก.พ.)

สามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ https://job.ocsc.go.th

ข้อสอบในภาค ก. จะมีทั้งหมด 100 ข้อ และมีเวลาให้ทำข้อสอบทั้งหมด 3 ชั่วโมง

  1.     สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) เป็นการสอบที่เน้นวัดความรู้เฉพาะตามตำแหน่งที่เข้าสมัคร เช่น ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ นิติกร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งการสอบภาค ข. นี้จะถูกจัดขึ้นโดยหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่มีการเปิดรับสมัครบุคลากรอยู่ โดยข้อสอบจะเป็นข้อเขียน และที่สำคัญคนที่เข้ามาสอบภาค ข. ได้ต้องสอบภาค ก. ให้ผ่านก่อน เพราะต้องนำหนังสือรับรองการสอบผ่านภาค ก. มายืนยันก่อนที่จะสมัครเข้าสอบภาค ข. ได้
  2.     สอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คือ การสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้านของกระบวนการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ เป็นการคัดเลือกรอบสุดท้ายเพื่อดูความเหมาะสมผ่านการพูดคุยแบบตัวต่อตัว ซึ่งจะจัดโดยหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เปิดรับสมัคร นอกจากการสอบสัมภาษณ์แล้ว อาจจะมีการทดสอบอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การทดสอบร่างการ หรือ การทดสอบจิตวิทยา เป็นต้น และแน่นอนว่าคนที่จะผ่านเข้ามาสอบภาค ค. ได้จะต้องผ่านการสอบคัดเลือกในภาค ก. และภาค ข. มาก่อน

แหล่งหางานราชการ

ส่วนใหญ่แล้วสามารถเข้าไปหางานราชการตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการได้เลย หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. (https://job.ocsc.go.th/SearchJob.aspx) ก็ได้ เพราะในเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. จะมีตำแหน่งงานของทุกหน่วยงานราชการที่แจ้งความจำนงต้องการรับบุคลากรมาที่ สำนักงาน ก.พ. หรือถ้าใครอยากลองหางานราชการผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเข้าไปที่ thaijobsgov.com ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์และให้บริการในรูปแบบของ Application ที่รวบรวมงานราชการ รวมไปถึงข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานราชการให้เราเข้าไปค้นหากันได้

ขั้นตอนการเตรียมตัวสอบ

 

เข้ารับราชการ

–           ค้นหาตำแหน่งงานราชการที่สนใจ

–           ศึกษาคุณสมบัติที่จำเป็น กฎเกณฑ์ในการสมัคร และกำหนดการรับสมัคร

–           เตรียมเอกสารเพื่อใช้สมัครให้พร้อม

–           เลือกหนังสือทั้งที่เป็นเนื้อหาโดยละเอียด เนื้อหาสรุป และมีแบบฝึกหัด โดยเลือกหนังสือจากผู้เขียนที่เชื่อถือได้หลาย ๆ คน เพื่อให้ได้เนื้อหาที่ครอบคลุมและครบถ้วน

–           ฝึกทำแบบฝึกหัดข้อสอบให้มากที่สุด เพื่อเป็นการทดสอบความรู้และหัดทำข้อสอบให้ชิน เพราะในภาค ก. มีเวลาสอบที่จำกัด ทำให้ต้องฝึกทำข้อสอบให้เร็ว และการฝึกทำข้อสอบอยู่เรื่อย ๆ จะทำให้สามารถทำข้อสอบได้เร็วขึ้นได้

–           สำหรับการสอบข้อเขียนในหัวข้อเฉพาะภาค ข. และการสัมภาษณ์ในภาค ค. ให้เตรียมเก็งข้อสอบที่อาจจะถูกถาม และฝึกเขียน ฝึกพูด เพื่อเป็นการเตรียมคำตอบเบื้องต้นไปก่อน

–           เมื่อใกล้ถึงวันสอบให้เตรียมร่างการให้พร้อม และอย่าลืมตรวจเช็กเอกสารที่ต้องเอาไปในวันสอบให้เรียบร้อย

หวังว่าทุกคนจะเข้าใจขั้นตอนการสมัครเข้ารับราชการ รวมไปถึงการหางานราชการและการเตรียมตัวสอบในขั้นตอนต่าง ๆ มากขึ้นจากบทความนี้ และใครที่กำลังเตรียมตัวก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้อยู่ ก็ขอให้โชคดีในการสอบทุกคนนะคะ

เนื้อหาโดย: peetong
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
peetong's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 156 ครั้ง
เขียนโดย peetong
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย6 ประเทศที่ไม่มีกลางวันจังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่ามหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไรสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทยอำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการเขื่อนดินที่มีความยาวสันเขื่อนมากที่สุดในประเทศไทยคณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไร"ลำไส้คือสมองที่ 2? เจาะลึกวิทยาศาสตร์ 'Gut-Brain Axis' อาหารที่คุณกินส่งผลต่ออารมณ์โดยตรง"นาคาไททัน ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่พบในไทยสำคัญอย่างไรเปิดแนวทางเลขเด็ดขายดี งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขที่ถูกพูดถึงรางวัลที่ 1 อาจเพิ่มเป็น 10 ล้านถอดรหัสประสาทสัมผัสพะยูน: ทำไมสัตว์ที่สายตาแย่ถึงอยู่รอดมาได้นับล้านปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อย่าหาทำ! ใครชอบเอาเทปปิด 'รูจิ๋ว' บนฝาแก้วกาแฟ Amazon/Starbucks... วิศวกรขอแฉ ความลับที่ช่วยชีวิตไม่ให้คุณโดน 'ลวกคอ' จนน้ำตาเล็ด! ☕️😱นาคาไททัน ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่พบในไทยสำคัญอย่างไรจิตวิทยาของการ 'ดูถูกตัวเอง' ทำไมเราถึงพูดกับตัวเองแย่กว่าที่พูดกับคนอื่น และจะหยุดมันได้อย่างไรมาคุยกันเรื่องการจัดการ "ความรัก-ความใคร่" ฉบับคนทั่วไป (ใช้ชีวิตแบบอริยมรรค 8) (สร้างกับ เอไอ)
ตั้งกระทู้ใหม่