พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
พรรคประชาธิปัตย์ (Democrat Party)
เป็นพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีชื่อเสียงของไทย
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 เมษายน 1946 พรรคมีบทบาทสำคัญในการเมืองไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และมีส่วนร่วมในรัฐบาลหลายชุด
ทั้งในฐานะพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาล
ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมือง
ที่มีอายุมากที่สุด ที่ยังคงดำเนินการอยู่ โดยมีอายุ 77 ปี
อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์โดยทั่วไปคือสายกลาง
และอนุรักษ์นิยม สนับสนุนเศรษฐกิจแบบตลาด ธรรมาภิบาล
และหลักการประชาธิปไตย ตามธรรมเนียมแล้ว
พรรคมักจะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งชนชั้นกลางในเมือง
จากการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย
พรรคประชาธิปัตย์สามารถชนะการเลือกตั้งมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง
ครั้งที่ 1 คือการเลือกตั้งครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2491) ได้ที่นั่งรวม 53 จาก 99 ที่นั่ง
ครั้งที่ 2 การเลือกตั้งครั้งที่ 10 (พ.ศ. 2518) ได้ที่นั่ง 72 จาก 269 ที่นั่ง
ครั้งที่ 3 การเลือกตั้งครั้งที่ 11 (พ.ศ. 2519) ได้ที่นั่ง 114 จาก 279 ที่นั่ง
ครั้งที่ 4 การเลือกตั้งครั้งที่ 14 (พ.ศ. 2529) ได้ที่นั่ง 100 จาก 347 ที่นั่ง
และครั้งที่ 5 ในการเลือกตั้งครั้งที่ ครั้งที่ 17 (กันยายน พ.ศ. 2535)
ได้ที่นั่งรวม 79 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 360 ที่นั่ง
สถิติการชนะเลือกตั้ง 5 ครั้ง ถือเป็นตัวเลขการชนะเลือกตั้งมากที่สุด
ของพรรคการเมืองในประเทศไทย รองลงมา
คือพรรคชาติไทย และพรรคไทยรักไทย ที่ชนะเลือกตั้ง 3 ครั้ง
ส่วนในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 (ครั้งที่ 27)
พรรคได้ที่นั่งในรัฐสภาไปทั้งหมด 25 จาก 500 ที่นั่ง
ถือเป็นพรรคที่ได้ที่นั่งในสภามากเป็นอันดับที่ 5
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
เสริมดวงให้เฮง ให้ปัง ตรงจริต ด้วยการทำบุญตามวันเกิด
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ปรับพฤติกรรม ถนอมดวงตาให้แข็งแรง สดใส มองเห็นชัดแจ๋ว
ใส่ถุงเท้านอน ช่วยให้หลับเร็ว หลับลึก
ทรัมป์เล่นหนัก!ระงับคำขอวีซ่าจาก 75 ประเทศ รวมไทยด้วย
ประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกในปัจจุบัน
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อความขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้าย ที่ถูกส่งออกมาจากเรือไททานิก










