ทีมวิจัยพบ 'มนุษย์กำลังจะกลายพันธุ์' มนุษย์กำลังวิวัฒนาการเพิ่ม 'เส้นเลือด' มาอีกเส้น เพราะเราใช้ 'มือ' มากขึ้น

ทีมวิจัยพบ 'มนุษย์กำลังจะกลายพันธุ์' มนุษย์กำลังวิวัฒนาการเพิ่ม 'เส้นเลือด' มาอีกเส้น เพราะเราใช้ 'มือ' มากขึ้น
ปัจจุบันนี้มนุษย์กำลังวิวัฒนาการเพิ่ม 'เส้นเลือด' มาอีกเส้น เพราะเราใช้ 'มือ' มากขึ้น
หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่ามนุษย์กำลัง 'วิวัฒนาการ' อยู่ในทุกๆ วัน ซึ่งปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าเรามีเส้นเลือดแดงมาเลี้ยงส่วนท่อนแขนมากกว่า 'คนสมัยก่อน' จำนวน 1 เส้น เพราะเราน่าจะใช้มือในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง
เรื่องมันอาจฟังดูไม่ซับซ้อนอะไร แต่จริงๆ การจะเข้าใจอะไรพวกนี้ อาจต้องเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการและกายวิภาคก่อน
อย่างแรกเลย เวลาพูดถึงวิวัฒนาการในทางชีววิทยา เราจะหมายถึง 'การกลายพันธุ์' ของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์หนึ่งในภาพรวม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในช่วงชีวิตของสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ ในฐานะปัจเจก แต่คือลักษณะทางชีววิทยาที่เปลี่ยนไปในประชากรส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะ การเพิ่มอวัยวะ การลดอวัยวะ
ซึ่งอะไรพวกนี้มัน 'เป็นมาแต่กำเนิด' ไม่ใช่ว่าใช้ชีวิตไปแล้ว 'เกิดวิวัฒนาการ' แบบที่เราเห็นในป๊อปคัลเจอร์
ทีนี้คำถามคือ 'วิวัฒนาการเพิ่มเส้นเลือด' คืออะไรล่ะ?
มนุษย์ที่เป็นตัวอ่อนในครรภ์มารดาจะมีเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ท่อนแขน 3 เส้น คือ Radial artery, Median artery และ Ulnar artery ซึ่งอธิบายง่ายๆ ก็คือ เวลาหันท่อนแขนเข้าหาตัวเอง มันคือเส้นเลือดแดงที่อยู่ บน กลาง และล่างของท่อนแขนตามลำดับ (และเวลาเรา 'จับชีพจร' จุดที่เรากดก็คือ Radial artery นั่นเอง)
มนุษย์สมัยก่อน หลังจากคลอดออกมา Median artery จะหายไปภายในราว 2 เดือน จนเหลือเส้นเลือดเพียง 2 เส้น
อย่างไรก็ดี บันทึกจากปลายศตวรรษที่ 19 ก็พบแล้วว่า จริงๆ มนุษย์บางคนโตมาแล้วยังคงมี Median artery อยู่ หรือพูดง่ายๆ คือมันไม่ได้หายไปแบบคนส่วนใหญ่ แต่ในยุคนั้นมนุษย์ที่มีลักษณะนี้จะมีแค่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์
ทว่าปัจจุบัน ทีมวิจัยกลับพบว่าจำนวน 'มนุษย์กลายพันธุ์' ที่ยังมี Median artery อยู่นั้นมีมากถึงราวๆ 35 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1 ใน 3 ของมนุษย์ทั้งหมดเลยทีเดียว ซึ่งเขาก็สันนิษฐานว่า มันน่าจะเป็นเพราะมนุษย์ปัจจุบันมีกิจกรรมที่ 'ใช้มือ' เยอะขึ้นเรื่อยๆ และตามหลักวิวัฒนาการก็จะอธิบายว่าคนที่มี Median artery มาถึงตอนโตก็เลยมีศักยภาพในการทำงานได้ดี เพิ่มโอกาสสืบพันธ์ุ ทำให้สืบทอดส่งต่อพันธุกรรมได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ประชากรที่มี Median artery มีเยอะขึ้นในที่สุด
มีแค่นี้เอง เรื่องของ 'วิวัฒนาการ' ของมนุษย์ ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย และมัน 'มองไม่เห็น' จากภายนอกด้วย
แต่นี่แหละคือ 'ของจริง' เวลาเขาพูดถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ยังมีอยู่ ไม่ใช่การมีหางงอก ปีกงอก มีแขนเพิ่มอะไรแบบนั้น แต่บางทีมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อศักยภาพและพฤติกรรมได้อย่างลึกซึ้งก็เป็นได้
ที่มา: Discover Magazine. What the Discovery of an Extra Artery Means for Human Evolution.
เขียนโดย Man
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เปิด 10 มหาลัยไทยติดอันดับโลก 2027 ธรรมศาสตร์หลุดท็อป 10
ทำไมตะแกรงระบายน้ำบางแบบต้องวางร่อง “ขวางทางล้อจักรยาน”?
อันตรายในความเคยชิน: หมึกปากกาบนถุงอาหารร้อน ภัยเคมีแฝงที่ซึมลึกสู่ร่างกาย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
วิธีเก็บพริกให้อยู่ได้นาน ทั้งแช่เย็น แช่แข็ง และทำพริกแห้ง
ไข่ไก่เริ่มแพง! พิษน้ำท่วมกระทบการขนส่ง ราคาขยับแผงละ 6-10 บาท เบอร์ 0 แตะ 140 บาท
เตือนภาคกลางรับมือฝนหนัก 11–14 ต.ค. จับตา 5 เขต กทม. พื้นที่ริมเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวัง
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69
บุ๋ม ปนัดดา ฝากถึงรัฐบาล อยากเห็นงบหนุนกู้ภัย-โรงครัวฉุกเฉิน หลังเห็นอาสาต้องควักเงินช่วยน้ำท่วมเอง
ส่องแล้วต้องหยุด! ตารางเลขกำลังวันศุกร์ 2569 มีเลข 1 เพียงตัวเดียว ที่เหลือเป็นเลขคู่ทั้งหมด ชวนคิดต่อยังไง
ทำไมตะแกรงระบายน้ำบางแบบต้องวางร่อง “ขวางทางล้อจักรยาน”?
เปิด 10 มหาลัยไทยติดอันดับโลก 2027 ธรรมศาสตร์หลุดท็อป 10
เตือนภาคกลางรับมือฝนหนัก 11–14 ต.ค. จับตา 5 เขต กทม. พื้นที่ริมเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวัง
วิธีเก็บพริกให้อยู่ได้นาน ทั้งแช่เย็น แช่แข็ง และทำพริกแห้ง
พ่อค้าลอตเตอรี่วัย 34 ปี ขายเหลือ 10 ใบ ถูกรางวัลที่ 1 รวม 60 ล้านบาท
อันตรายในความเคยชิน: หมึกปากกาบนถุงอาหารร้อน ภัยเคมีแฝงที่ซึมลึกสู่ร่างกาย
ต้นกระบองเพชร (Cactus) ที่เราเห็นเจริญเติบโตอยู่กลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง มีที่มาที่ไปอย่างไรเรามีคำตอบ
ฝนเจลลี่แห่งโอ๊ควิลล์ เรื่องเล่าปี 1994 ที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องต้นกำเนิด
จักวาลที่น่ากลัวที่นอกเหนือจากสุริยะจักรวาลมีจริงหรือไม่
ภาพจินตนาการนรกสวรรค์ของจิตรกรโบนาณ"Dante's Hell under Mont Saint Michel"



