ยังจำ ผอ. กอล์ฟได้ไหม ล่าสุด ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตแล้วนะ
ยังจำ ผอ. กอล์ฟได้ไหม ที่เคยกระทำการอุกอาจในห้างสรรพสินค้า ทำให้มีคนเสียชีวิต 3 ราย บาทเจ็บสาหัส 1 รวมทั้งสิ้น 4 คน
ซึ่งถือว่าเป็นพฤติการณือุกอาจและโหดเหี้ยม อันตราย ร้ายแรง ผิดมนุษย์
อีกทั้งจำเลยเป็นถึงผู้อำนวยการ โรงเรียนควรจะมีจิตสำนึกให้สมกับมีอาชีพเป็นครู
ควรประพฤติตนในเป็นเยี่ยงอย่างไม่ควรกระทำการอุกฉกรรจ์
เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นในเดือนสิงหาคม ปี 64 ได้พิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา และ พรบ. ควบคุมยุทธภัณฑ์
เห็นว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดต่างกรรให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ดังนี้
- ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 8 เดือน
- ฐานมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือน
- ฐานพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำคุก 3 ปี
- ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพิ่มความสะดวกในการกระทำผิดให้ประหารชีวิต
- ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต
- ฐานชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีและใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะให้ประหาารชีวิต
เมื่อรวมทุกกระทงแล้วนั้น ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว ปรับ 1,000 บาท ริบของกลาง อาวุธปืนและเครื่องกระสุน
หมวกโม่งคุมศรีษะสีดำ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เสื้อยืด โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้กระทำผิด
ความทั้งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บรรดาโจทก์ทั้ง 10 คน รวมทั้งสิ้นประมาณ 6-7 ล้านบาท
ต่อมา ผอ. กอล์ฟได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อขอลดโทษ ศาลอุทธรณ์จึงตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วว่า
มีเหตุสมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่
เพราะเห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมมาสืบให้รับฟังได้อย่างมั่นใจว่า
จำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสามและผู้เสียหาย อีกทั้งยังชิงทรพย์เป็นสร้อยคอทองคำของโจก์ร่วมแล้วหลบหนีไป
โดยไม่ได้สำนึกผิดและมามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและสารภาพความผิดแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงได้ขอออกหมายจับจำเลย ลำพังพยานหลักฐานที่โจทก็และโจทก์ร่วมนำมาสืบก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้แล้ว
ฉะนั้นการที่จำเลยยอมรับสารภาพเกิดจากการยอมจำนนต่อหลักฐาน มิใช่สำนึกผิด
การที่จำเลยชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่ถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และฆ่าผู้อื่น
เพื่อตระเตรียมการ หรือ เพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น
ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือ เพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่ที่ตนได้กระทำความผิดอื่น
และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ลักษณะของการกระทำจึงเป็นไปโดยอุกอาจ
ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นการกระทำที่การุณโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป้นเรื่องร้ายแรงถึงแม้จะยอมชดใช้ความผิดเพื่อบรรเทาผลร้ายสำนึกผิด
หรือมีคุณความดีตามที่อุทธรณ์ก็ไม่เป็นผลเพียงพอที่สมควรใช้ดุลยพินิจลดโทษให้แก่จำเลยได้
สุดท้ายแล้ว ได้มีการตัดสินให้ประหารชีวิตผอ. กอล์ฟ เป็นอันสิ้นสุดคดี















