เปิดตำนาน " คุกขี้ไก่ "
คุกขี้ไก่ จันทบุรี
คุกขี้ไก่ เป็นหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ในยุคการล่าอาณานิคม ที่เสมือนเป็นภาพเล่าเรื่อง ให้ชาวไทยได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองจันทบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากการแสวงหาอาณานิคมของชาติตะวันตก คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ในอำเภอแหลมสิงห์ ใกล้กับตึกแดง และชายหาดแหลมสิงห์ อยู่เกือบสุดถึงท่าเรือแหลมสิงห์
คุกขี้ไก่ สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2436 หรือที่เรียกว่าช่วง วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112* สร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศส พร้อมกับการสร้างตึกแดง แต่เดิมชาวบ้านเห็นว่าสร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมคล้ายป้อม จึงเรียกกันนว่า "ป้อมฝรั่งเศส" แต่แท้จริงแล้วเป็นที่สำหรับคุมขังนักโทษที่ต่อต้านชาวฝรั่งเศส มีทั้งชาวญวน จีน และชาวไทย ส่วนบนของคุกนี้ เคยเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่ขี้ลงมาข้างล่าง โดนหัวนักโทษที่อยู่ภายในนั้น ต่อมาจึงเรียกกันว่า "คุกขี้ไก่" คุกนี้เลิกใช้งานตั้งแต่ทหารฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเมืองจันทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2447
คุกขี้ไก่ มีลักษณะเป็นเหมือนป้อมสี่เหลี่ยมจัตุรัสลบเหลี่ยม ก่อด้วยอิฐมอญ ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 10 เมตร ผนังอาคารด้านนอกเห็นเป็นอิฐมอญก่อโดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน หลังคาเดิมเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องทรงพีระมิด ปัจจุบันหลังคาได้ชำรุดไปหมดแล้ว จึงปล่อยไว้แบบเปิดโล่ง ตัวอาคาร(คุก) มีประตูทางเข้าออกเพียงทางเดียว ผนังรอบอาคารแต่ละด้าน เจาะช่องระบายอากาศเป็น 2 แถว มองจากด้านนอกเห็นเป็นแนวริ้วยาว ส่วนด้านในเจาะเป็นเหมือนกรอบช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แต่ก่อปูนสอบจนเหลือเป็นเพียงแนวช่องตามแนวยาว (เหมือนสี่เหลี่ยมคางหมู) เพียงพอแค่ให้แสงและอากาศผ่านเข้าไป แต่ตัวคนไม่สามารถออกมาได้ และยังทำให้ลมไม่เข้า อากาศด้านในจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าว ในอดีตรอบๆ ป้อมจะมีน้ำล้อมอยู่ 3 ด้าน ปัจจุบันเห็นเป็นพื้นร่องโดยรอบเท่านั้น
(ข้อมูลจาก : สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 4 ปราจีนบุรี)
คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาดแหลมสิงห์ และตึกแดง เป็นสถานที่ไม่กว้างมากนัก ตัวคุกมีการคงสภาพไว้แบบเดิมๆ ตั้งแต่สมัย 100 กว่าปีก่อน โดยไม่ได้มีการบูรณะ ภายนอกคุก จะเห็นเป็นผนังอิฐมอญ มีการจัดแต่งพื้นที่เป็นทางเดิน และไม้ประดับ สามารถเดินชมได้โดยรอบ หากต้องการเข้าไปชมด้านใน ก็สามารถเข้าไปได้ (ทางเข้าเล็กและเตี้ยหน่อย)
วิกฤตการณ์ รัตนโกสินทร์ศก 112 ตรงกับปีพ.ศ. 2436 เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สยามถูกรุกรานจากประเทศฝั่งตะวันตก จนถึงขั้นสู้รบกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นจากฝรั่งเศสขยายการล่าอาณานิคมเข้ามาในเขตอินโดจีน และได้ดินแดนเวียดนามไป แล้วจึงเรียกร้องสิทธิในการครอบครองดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (ประเทศลาวในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในการปกครองของสยาม สยามและฝรั่งเศสต่างตกลงกันไม่ได้ ฝรั่งเศสจึงถือสิทธิ ส่งเรือรบ เข้ามายังปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเกิดการยิงตอบโต้กัน เป็นเหตุให้เกิดกรณีพิพาท และได้ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ขณะนั้นฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 - 2447 และบังคับให้สยามลงนามใน สนธิสัญญาสันติภาพ ที่ไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ฝรั่งเศส เป็นเงิน 3 ล้านฟรังก์ พร้อมทั้งยอมสละดินแดนสยามบางส่วนให้กับฝรั่งเศส
อ้างอิงจาก: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0231JazDsT47dU1EQs7AavfN9t4YhGbVPbwEMrGXcqWQRsWkdB5HnbwYcW2j6WdPekl&id=100044739000097
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด






