"นางรำในวัง" ทำไมต้องแต่งหน้าขาว?
สมัยก่อนที่ผู้หญิงจะเข้าถวายตัวต่อพระมหากษัตริย์จะต้องทาหน้าขาวก็เพราะว่า คนสมัยก่อนมีความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์เปรียบดั่งองค์สมมติเทพ ซึ่งก็คือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาบนโลกมนุษย์ ดังนั้นเหล่าสตรีที่จะมาเป็นมเหสี สนม หรือนางใน จึงเปรียบเสมือนนางฟ้าเทพธิดาต่างๆ
บนสรวงสวรรค์ตามลงมาคอยปรนนิบัติรับใช้ ซึ่งเหล่านางฟ้าเทพธิดาก็ได้รับการพรรณาว่ามีผิวขาวนวล คิ้วโก่งดั่งคันศร ผมสีดำขลับ ปากแดงดั่งสีชาด ตามความเชื่อจากคัมภีร์ไตรภูมิพระร่วงที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจะเห็นได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดวาอารามต่างๆ เหล่านางฟ้าจะมีหน้าตาแนวเดียวกันหมดนั่นเอง
อนึ่งนางรำหลวง ก็ถือเป็นหญิงสาวชาววัง การแสดงรำต่อหน้าพระพักตร์พระมหากษัตริย์ จึงต้องทาหน้าขาวให้งดงามราวนางฟ้านางสวรรค์
ส่วน ”การแต่งหน้า” ของนางรำสมัยก่อนนั้น จะแต่งหน้าโดยใช้น้ำมันมะพร้าวชะโลมทาให้ทั่วใบหน้าทับด้วยแป้งฝุ่นจีนที่เป็นก้อน ขูดให้เป็นผงแล้วนำมาผสมกับน้ำสะอาดเกลี่ยทาให้ทั่ว ทาปากและทาแก้มด้วยชาดสีแดง และเขียนคิ้วด้วยมะพร้าวห้าวที่ฝนปลายแหลมเผาไฟจนดำ ก็จะมีใบหน้าที่สวยผ่อง
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
เด็กไทยเจ๋ง! คว้าแชมป์โลกแกะสลักหิมะนานาชาติ สมัยที่ 15 ที่เมือง ฮาร์บิน
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70

