หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย - ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 รางวัลที่1 297411
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อเด็กช่างเจอผี

เมื่อบ้านที่ถูกปิดตายไว้ เปิดต้อนรับกลุ่มเด็กช่าง ที่นัดมารวมตัวสังสรรค์กัน เรื่องราวสยองขวัญได้เกิดขึ้น ณ บ้านหลังนั้น!!!

ผมจะพาคุณย้อนอดีตไปเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว ขอให้คุณหลับตาจินตนาการไปกับผม เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน คำเตือนเรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ตัวละครมีอยู่จริง หากอ่านแล้วตรงกับใคร มึงอย่าฟ้องกูนะ กูขอโทษ!!!

ผมชื่อป้อมอายุสิบห้า เรียนอยู่ ปวชปีหนึ่ง โรงเรียนช่างแห่งหนึ่งใน กทม วันนี้เปิดเรียนวันแรก ผมดีใจที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ เพราะนี่คือการเปิดเทอมวันแรกของการเป็นเด็กช่าง ไม่ต้องถามว่าผมรู้สึกตื่นเต้นขนาดไหน จากเด็กมัธยมต้นขาสั้น เปลี่ยนมาใส่กางเกงขายาว มันทำให้ผมรู้สึกเป็นหนุ่มขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

พวกเราทำความรู้จักกันได้ประมาณสองอาทิตย์ พอเริ่มสนิทกันพวกผมก็แยกย้ายจับกลุ่มคบหากันตามอัธยาศัยของจริตหรือสันดานที่ถูกโฉลกของตนเอง ทั้งห้องมีนักเรียนสามสิบกว่าคน แยกออกไปเป็นกลุ่มๆ ได้ตามนี้ กลุ่มแรกพวกเด็กเรียน มาเพื่อเรียนไม่ค่อยห้าวเท่าไหร่ กลุ่มสองเรียนมั่งไม่เรียนมั่งพวกกลางๆ จัดว่าห้าวขึ้นมาอีกนิด ส่วนกลุ่มสุดท้ายกลุ่มนี้คือกลุ่มพวกหัวโจกเบอร์ต้นๆ ประจำห้อง แล้วพวกคุณคิดว่าผมจะเลือกอยู่กลุ่มไหนล่ะ? ใช่เดาไม่ยากกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ผมเลือก และฉายาที่บรรดาเพื่อนสนิทลงขันเอ๊ยไม่ใช่ลงมติแบบเป็นเอกฉันท์ให้ผม คือไอ้หล่อ เพราะด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของผมประกอบรูปร่างที่สูงโปร่ง ตอนมัธยมต้นความสูงของผมก็ปาเข้าไปร้อยแปดสิบกว่าแล้ว เดินไปไหนมาไหนจึงโดดเด่นมีแต่สาวๆ มอง แต่นอกจากหน้าตาที่ดี ผมไม่มีอะไรดีเลย ทุกอย่างที่คนดีๆ ไม่ทำ ผมแม่งทำหมด ทั้งกินเหล้าสูบบุหรี่หนีโรงเรียน มีเรื่องชกต่อยกับเขาไปทั่ว นี่ล่ะนิยามความเป็นผม พระเจ้าท่านคงรีบปั้นผมเร็วไปหน่อย แต่ท่านคงลืมใส่สมองดีๆ ให้กับผมมาเป็นแน่!!!

หลังจากเปิดเรียนได้สามอาทิตย์พวกเรานัดรวมตัวกัน เพื่อจัดงานสังสรรค์กระชับมิตร หรือ พูดง่ายๆ คือนัดกันมาแดกเหล้านั่นเอง มติเป็นเอกฉันท์บ้านไอ้หรั่งเหมาะสมสุดๆ เพราะบ้านของมันถูกปิดตายไว้ไม่มีใครอยู่ เพราะตั้งแต่พ่อไอ้หรั่งหัวใจวายตายไป แม่ของมันก็พามันกับพี่สาวย้ายไปอยู่ที่โรงงานแทน บ้านมันทำโรงงานอะไรสักอย่างผมก็จำไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าบ้านไอ้หรั่งมันมีฐานะดีแล้วกัน

สายๆ ของวันเสาร์พวกเรานัดเจอกันหน้าโรงเรียน หลังจากทุกคนมารวมกันพร้อมแล้ว พวกเราเริ่มออกเดินทางทันที ด้วยยานพาหนะสองประตูยี่สิบหน้าต่าง นั่นคือรถประจำทางหรือรถเมล์นั่นเอง ซึ่งทั้งถูกและสะดวกสบาย เหมาะกับฐานะเด็กช่างอย่างพวกเรา สุดสายปลายทางของพวกเราคือ แถวบางนา เพราะบ้านไอ้หรั่งมันอยู่แถวบางนา อยากให้พวกคุณหลับตาบางนาเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว ถนนหนทางยังไม่ได้เจริญแบบทุกวันนี้

รถเมล์จอดป้ายเรียบร้อย พวกเราต่างทยอยเดินลงจากรถ เพื่อนั่งรถกระป๊อต่อเข้าไปในหมู่บ้านของไอ้หรั่ง ถนนเส้นบางนาสมัยก่อนยังไม่เจริญแบบสมัยนี้ พวกผมตั้งใจจะข้ามถนนไปอีกฝั่งแล้วค่อยไปเรียกรถกระป๊อ เพราะบ้านไอ้หรั่งมันอยู่ฝั่งตรงข้ามจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอให้รถ กระป๊อไปกลับรถ

ขณะผมกับเพื่อนๆ กำลังรอจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม จู่ๆ ผมกลับเดินพรวดจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ทั้งที่ตอนนั้นมีรถสิบล้อกำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง ทุกคนเห็นรถสิบล้อคันนั้นหมด มีแต่ผมที่ไม่เห็น โชคยังดีที่ไอ้ติวเพื่อนผมมันดึงตัวผมไว้ได้ทันก่อนเพียง แค่เสี้ยววินาที ไม่อย่างนั้นผมคงแบนแต๊ดแต๋อยู่บนถนนแน่นอน พวกเพื่อนๆ พากันตกใจ เพราะคาดไม่ถึงที่ผมจะข้ามถนนกะทันหัน ทั้งที่ทุกคนเห็นรถสิบล้อกำลังวิ่งมา แล้วทำไมผมถึงมองไม่เห็นมัน!!!

“ไอ้เห้.. ป้อม มึงไม่เห็นรถรึไงวะ แม่งเอ๊ย เกือบไปแล้วนะมึง”

เพื่อนแม่งรุมด่าผมกันใหญ่ แต่ถ้าผมจะบอกว่า ผมมองไม่เห็นรถจริงๆ ผมแน่ใจ แต่ใครจะเชื่อ เพราะมีผมคนเดียวที่รู้ แต่มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ ผมคิดในใจ ด้วยความที่ผมยังเด็ก จึงไม่คิดอะไรมาก จากนั้นพวกผมตัดสินใจไม่ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแล้ว เพราะรู้สึกใจคอไม่ดี เลยเรียกรถกระป๊อจากฝั่งที่พวกเรายืนอยู่แทน

ในที่สุดพวกเราก็มาถึงบ้านของไอ้หรั่งโดยปลอดภัย บ้านของไอ้หรั่งเป็นบ้านจัดสรรหลังใหญ่ ผมจำชื่อหมู่บ้านของมันไม่ได้แล้ว แต่รู้แค่ว่าบ้านของมันเป็นบ้านสองชั้น บ้านของมันปลูกอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ พอสมควร อาณาบริเวณบ้านของมันปลูกต้นไม้ไว้เต็มไปหมด มีทั้งต้นมะม่วง กล้วย มะพร้าว ฯลฯ แม้บ้านจะไม่มีคนอยู่ แต่สภาพบ้านก็ไม่ได้ทรุดโทรมอะไรมาก เพราะแม่ไอ้หรั่งจ้างคนมาทำความสะอาดเป็นครั้งคราว เพราะแม่ของมันตั้งใจจะขายบ้านหลังนี้อยู่แล้ว

อย่างที่ผมเกริ่นไว้ในตอนแรก พวกเราแบ่งกลุ่มกันตามจริตและสันดานของตน ดังนั้นใครสนิทกับใครก็จะรู้เรื่องราวของคนนั้น และมันมีมูลเหตุที่ผมต้องเน้น เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะเล่านั่นเอง

หลังจากไอ้หรั่งเปิดประตูบ้านเรียบร้อย พวกผมจะรออะไรกันล่ะ เพราะการนัดมารวมกันในครั้งนี้คือการแดกเหล้า ไม่มีอะไรจะดีกว่านี้ ต่างคนต่างสนุกสนานกันเต็มที่ เพราะเสียงจะดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะอาณาบริเวณบ้านที่กว้างใหญ่ ต่อให้พวกผมแหกปากดังแค่ยังไหน ข้างบ้านก็ไม่ได้ยิน ง่ายๆ อ้อ ลืมผมเล่าข้ามไปนิด การนัดมารวมตัวกันในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ผู้ชายอย่างเดียว หลายคนยังพ่วงสาวๆ ตามมาด้วยอีกห้าหกคน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นคะนองนาอย่างพวกผม แฟนใครแฟนมัน ต่างจับคู่กัน ส่วนผมไม่มีคู่กับเขาหรอกได้แต่มองเพื่อนๆ ที่มีคู่ตาปริบๆ เห็นผมห้าวปรี๊ดแบบนี้แต่เรื่องจีบหญิง ผมกับไม่ได้เรื่อง แล้วเรื่องราวก็ดำเนินไปตามครรลองของมัน

อย่างที่ผมได้เล่าไปว่าบ้านไอ้หรั่งมันปลูกต้นไม้ไว้เต็มไปหมด และความสนุกอีกอย่างของพวกผมก็คือแข่งกันปีนต้นมะพร้าวเล่น ต่างคน ต่างก็แข่งกันปีนอย่างสนุกสนาน ผมซึ่งนั่งมองพวกมันอยู่นาน เริ่มอยากลองไปปีนเหมือนพวกมันบ้าง เพราะพวกมันคงปีนเล่นกันเหนื่อยแล้ว เลยลงมานั่งพักข้างล่าง ซึ่งพวกผมนั่งแดกเหล้ากันที่หน้าบ้าน เพราะมันโปร่งโล่งบรรยากาศดีกว่านั่งอุดอู้ในบ้าน

พวกเรานั่งแดกเหล้า เฮฮาสนุกสนานกันโดยไม่รู้หรอกว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว วกกลับมาหลังจากเล็งต้นมะพร้าวอยู่นาน ผมก็เลือกได้ อย่างที่รู้กันต้นมะพร้าวมันก็จะสูงพอสมควร การจะปีนขึ้นไปได้ต้องใช้มือกับขาค่อยๆ หนีบลำต้นเอาไว้ให้แน่น แล้วค่อยๆ กระดืบกระดืบตัวขึ้นไป

ผมกำลังสนุกกับการปีนต้นมะพร้าวซึ่งเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเด็กในเมืองอย่างผม พอปีนไปได้เกือบถึงยอด ผมหันมาส่งเสียงให้พวกมันมองว่า ผมทำมันได้แล้ว ความที่ผมอยู่ข้างบนต้นมะพร้าวทำให้ผมมองหน้าพวกมันไม่ค่อยชัด ผมแค่รู้สึกแปลกใจที่ไม่ได้ยินเสียงพวกมันตอบอะไรกลับมา

นอกจากจจะเห็นพวกมันแหงนหน้ามองดูผมที่เกาะอยู่บนต้นมะพร้าว แค่แวบเดียวที่ผมสงสัยพวกมัน จากนั้นผมก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า พวกมันคงอึ้งที่ผมปีนต้นมะพร้าวได้สูงกว่าพวกมัน แต่ที่จริงแล้วผมมารู้ภายหลังว่าผมเข้าใจผิดไปเอง!!!

หลังจบจากการปีนต้นมะพร้าวของผม พวกเราก็มานั่งดื่มกินกันด้วยความสนุกสนาน ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน บรรยากาศชวนให้วังเวง แต่เมื่อมารวมตัวกันหลายคน ความน่ากลัวจึงไม่มากเท่าไหร่ จนเวลาผ่านไปจนดึก ทุกคนเริ่มอ่อนล้าแยกย้ายกันไปหาที่นอน โดยแยกกันคือพวกกลุ่มไอ้หรั่งมันเลือกนอนกันข้างล่าง ตรงห้องรับแขก ส่วนกลุ่มพวกผมสามสี่คนขึ้นไปนอนห้องนอนใหญ่มีแอร์เย็นๆ กัน ห้องข้างบนเอาเตียงออกไปแล้ว เหลือแต่ห้องโล่งๆ ต่างคนต่างเลือกนอนกันตามอัธยาศัย ผมกับไอ้ติวที่สนิทกัน เลือกนอนใกล้กัน ส่วนไอ้ยศ ไอ้เอก ไอ้โก้มันเลือกนอนใกล้กัน

ลักษณะที่พวกผมนอนกันคือทุกคนหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง โดยนอนเรียงๆ กันไป เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถจะมองเห็นช่องหน้าต่างข้างนอกได้เหมือนๆ กันหมด บานหน้าต่างเป็นบานกระทุ้งกระจกใสมองทะลุเห็นด้านนอกได้ มีทั้งหมดสี่บานใหญ่

ผมจำได้ว่าตอนนั้นทุกคนยังไม่หลับกัน เพราะผมยังได้ยินเสียงพวกมันคุยกันอยู่ ผมกับไอ้ติวนอนติดกัน สักพักไอ้ติวมันบอกผมว่ามันหิวน้ำ ผมเลยอาสาจะลุกไปหยิบน้ำมาให้ แม้ไฟภายในห้องนอนจะปิด แต่ยังพอมีแสงสลัวจากภายนอกให้พอมองเห็นได้ ขณะผมลุกขึ้นเพื่อจะเดินออกไปหยิบน้ำมาให้เพื่อน สายตาของผมเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้า ตรงช่องหน้าต่างบานกลาง ผมที่กำลังจะลุกขึ้นถึงกับชะงัก ผมหันกลับไปถามไอ้ติวว่า

“มึงเห็นเหมือนกูป่าววะ”

ไอ้ติวพยักหน้าแทนคำตอบ ใบหน้าของมันกับผมตอนนี้ไม่แตกต่างกัน คือช็อกสุดขีด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว หันมองไปทางไอ้พวกเพื่อนๆ ที่นอนอยู่ถัดไป ผมมั่นใจว่าพวกมันก็ต้องเห็นเหมือนกันแต่มันเลือกที่จะนอนตัวแข็งทื่ออยู่เงียบๆ โดยไม่ส่งเสียงอะไรออกมา

ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า เป็นลักษณะใบหน้าของคนที่ใช้ผ้าแพรสีขาวคลุมปิดหน้าเอาไว้ ผ้าที่ใช้คลุมยาวห้อยลงมาขอบหน้าต่างด้านนอก ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ ผ้าผืนนั้นมันแนบเข้ากับใบหน้า จนมองเห็นเป็นรูปจมูก รูปปากได้อย่างชัดเจน ใบหน้านั้นหันหน้ามาให้พวกผมทุกคนได้เห็น ใบหน้านั้นหยุดนิ่งอยู่ไม่ถึงสามวินาที ก่อนจะค่อยๆ ลอยอย่างช้าๆหายไปด้านข้างของฝาผนังบ้าน

เกิดมาผมไม่เคยเห็นอะไรที่ชัดเจนแบบนี้มาก่อน ทั้งผมและไอ้ติวหันหน้ากอดกันด้วยความกลัวสุดขีด รวมทั้งไอ้เพื่อนที่นอนอยู่ถัดไป ไม่มีใครกล้าพูดอะไร จนกระทั่งทุกคนผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

รุ่งเช้าทุกคนลงมารวมกันข้างล่าง แล้วเรื่องราวเมื่อคืนก็พรั่งพรูออกมา และยืนยันได้ว่าทุกคนเห็นเหมือนกันหมด แต่ไม่มีใครกล้าส่งเสียง ได้แต่นอนตัวแข็งด้วยความกลัวจนหลับไป

และแล้วความจริงบางอย่างก็คลี่คลายให้พวกผมได้รู้ว่าทำไม กลุ่มของไอ้หรั่งมันถึงไม่ยอมขึ้นไปนอนข้างบนห้องนอนใหญ่นั้น ทั้งที่เปิดแอร์นอนเย็นๆ สบายๆ เพราะพวกมันกลัวผี ซึ่งก็คือผีพ่อไอ้หรั่งนั่นเอง พ่อไอ้หรั่งหัวใจวายตายที่ห้องนอนใหญ่ห้องนั้น พวกมันรู้แต่มันไม่ยอมบอกพวกผม เสือกปิดเงียบไม่ยอมบอก ยังไม่ใช่แค่นั้น พวกมันเล่าให้ฟังว่ามันเห็นหัวคนลอย ตรงต้นมะพร้าวที่

 

ผมปีน แต่มันไม่กล้าเล่าให้ผมฟัง ดูความ เ ห้…ของพวกมัน พอรู้ความจริงผมได้แต่ด่าไอ้พวกเพื่อนเวรว่า

 

“ไอ้พวก เห้…..แม่งเอ๊ย”

เนื้อหาโดย: epinkreadawrite
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: epinkreadawrite
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: แสร์, epinkreadawrite
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แห่แชร์!! ภาพครุฑเขมร ของจริงเป็นแบบนี้ อย่าหาเคลมของไทยอีกไม่น่าเชื่อ กัมพูชาเคยยื่นเสนอขึ้นทะเบียน วรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีต่อ UNESCO!10 มหาลัยที่สอบเข้ายากที่สุด ใครเข้าได้ถือว่าสุดยอดมากๆย้ายทะเบียน ขอเลขที่บ้าน ทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องไปอำเภอแล้วกระเป๋าหลุยส์วิคตอง ก็บ่รอด !!! อีลวดลายนี้ มีมานานแล้วบนกำแพงนครวัด พวกสูเชื่อกันบ่ ?แทบอ้วก!! ขนเพชร โพสต์คลิปกิน กีหมู เนื้อเด้งอวบๆ พร้อมโชว์ถอนขนมีอีก ใดๆ ล้วนในโลกเขมรแฟนคลับกรี๊ด!! แจ็คสัน หวัง ย่องมาไทย กินชานมไข่มุกเจ้าดังอาถรรพ์ทะเลสองห้อง ทะเลลึกลับ ลึกไม่มีที่สิ้นสุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
ทำไมพวกพวกหมอไสยศาสตร์ (ปลอม) ยังหากินอยู่ได้คะตำ​นานขององค์สี่หูห้าตา และวิธีบูชาให้เฮงให้ปังภาพที่ทำให้มีคนสงสัยว่า นักท่องเวลา นั้นมีจริงๆใช่หรือไม่ ?อาบน้ำเพ็ญกันหรือเปล่าคะ
ตั้งกระทู้ใหม่