หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"พลตรี เหรียญทอง" ของขึ้น โพสต์โต้สื่อข่าวออสเตรเลีย หลังพาดหัวแรง จ่อฟ้องเหตุหมิ่นประมาท

        เพจ The Australian Alliance for Thai Democracy ได้โพสต์ข่าวแปลเป็นไทยว่า "คนไทยหัวใจศาลเตี้ยอยากมาเกษียณที่ออสเตรเลีย เหยื่อที่ออสบอกอย่าปล่อยมันเข้ามา!" สรุปเนื้อข่าว :ชายไทยหัวใจศาลเตี้ยนายหนึ่ง ที่ปล่อยกลุ่มสาวกไปเที่ยวข่มขู่ผู้วิจารณ์สถาบัน จนมีเหยื่อส่วนนึงต้องลี้ภัยมาอยู่ออสเตรเลีย ประกาศว่าตัวเองจะมาใช้ชีวิตยามบั้นปลายอย่างสงบสุขที่ออสเตรเลีย โดยชายคนนี้มีชื่อว่า เหรียญทอง แน่นหนาทั้งเหยื่อชาวไทยที่เคยโดนชายคนนี้ทำให้เดือดร้อน และ เหล่านักเคลื่อนไหว ได้รวมตัวกันยื่นเรื่องให้รัฐบาลออสเตรเลียปฎิเสธไม่ให้นายเหรียญทองเข้าประเทศ เพราะเหรียญทองทั้งสนับสนุน และ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับ hate speech และยังสนับสนุนการ “ไล่ล่า” ผู้เห็นต่างกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งที่อยู่ไทย และ อยู่ต่างประเทศ

 

 

        เหรียญทอง ผู้ซึ่งเป็นทั้งหมอ และ อดีตทหารระดับนายพลในไทย ตอนนี้เป็นเจ้าของกิจการ โรงพยาบาลแห่งนึงในกรุงเทพ ได้ก่อตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ขึ้น ช่วงไม่กี่อาทิตย์ก่อนที่ไทยจะโดนรัฐประหารในปี 2014โดยองค์กรนี้มุ่งเป้าไปในการจัดการกับ “ขยะ” ซึ่งในความหมายของเค้า ก็คือผู้ที่เป็น “อริราชศัตรู” กับสถาบัน โดยเหรียญทองบอกว่าคนกลุ่มนี้ต้องโดนจัดการให้หมด โดยเหล่าผู้ติดตามของเหรียญทอง ซึ่งน่าจะมีอยู่เป็นหลักพันคน จะโจมตีเป้าหมาย ทั้งในออนไลน์ และ ตัวจริง ละสั่งฟ้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ม.112) กับเป้าหมายเหล่านั้นหนึ่งในเหยื่อขององค์กรนี้ชื่อคุณ กฤตนัย เทพสาย (คุณแจ้ค) ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย กล่าวกับ SMH ว่ากลุ่มของเหรียญทองทำให้เค้าต้องลี้ภัยมาอยู่ออสเตรเลีย โดยคุณแจ้คโดนเหล่า “กองทัพรักเจ้าออนไลน์” จัดการในช่วงปี 2014 จากการที่เค้าไปวิจารณ์ในหลวง ร.9 คุณแจ้คบอกว่า เหรียญทอง เอาข้อมูลส่วนตัวของเค้าไปโพสลงโซเชียล จนเค้าโดนข่มขู่รังควาญถึงชีวิต ถึงขั้นมีการบอกว่าจะมีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปในบ้านที่เชียงใหม่ และ ข่มขืนลูกสาววัย 16 ของเค้าด้วย  และ คุณแจ้คยังโดนคนกลุ่มนี้โยงแบบมั่วๆ ว่าเค้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีระเบิดในกรุงเทพอีก จนคุณแจ้คคิดว่าถ้าตัวเองกลับไทยเมื่อไหร่ คงโดนอุ้มฆ่าแน่

 

 

         “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างเหรียญทอง จะได้วีซ่าเข้าออสเตรเลียได้” เขาบอกกับ SMH เหรียญทองเองบอกว่าพ่อเค้าได้ซื้อบ้านที่เมืองเพิร์ท ตั้งแต่ปี 1992 และ เค้าจะใช้ช่วงเวลาหลังเกษียณของตัวเอง “ไปๆมาๆ” ระหว่างกรุงเทพและเพิร์ท โดย เหรียญทองโพสบอกว่า “ผมไม่ได้อพยพย้ายถิ่นฐาน หนีคดี ลี้ภัย หนีคุก เหมือนควายแดงส้มสามกีบนะครับ ผมแค่พาครอบครัวไปทำความสะอาดบ้านของพ่อแม่ ไม่ให้บ้านเสื่อมโทรม ไปดูแลต้นกุหลาบให้แม่”ในโพสเดียวกัน เหรียญทองยังบอกว่า เค้าจะเดินทางกลับไทยทันที “เมื่อชาติราชบัลลังมีภัย” พร้อมทั้งปิดท้ายว่า “เผด็จการอย่างผม รัฐบาลออสเตรเลียยินดีต้อนรับนะจ๊ะ” หลังจากเหตุการณ์นี้เหล่าคนไทยผู้ไม่เห็นด้วยทั้งในไทยและต่างแดนก็รวมตัวกันต่อต้านแผนเกษียณในออสเตรเลียของเหรียญทองทันที กลุ่มผู้เคลื่อนไหวชาวไทย ทั้งในยุโรป อเมริกา และ ออสเตรเลีย ต่างเขียนจดหมายถึงเอกอัคราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย Angela Macdonald บอกให้พิจรณาเรื่องวีซ่าของเหรียญทองใหม่

 

 

        หนึ่งในจดหมายมีเนื้อความว่า “การใช้โซเชียลของเหรียญทองเต็มไปด้วย hate speech และ การลดทอนค่าความเป็นมนุษย์ ของคนที่เห็นต่าง” และยัง “เหยียดคนคิดต่าง สร้างความแตกแยก ซึ่งผิดแผกไปจากคุณค่าที่ประเทศออสเตรเลียยึดถืออย่างชัดเจน”อันที่จริงแล้วรัฐมนตรีด้าน Immigration ของออสเตรเลีย Andrew Giles มีอำนาจพิเศษในการยับยั้งวีซ่าในกรณีแบบนี้ กรณีที่เรื่องนี้ขึ้นไปถึงชั้นศาล แต่ปกติแล้วอำนาจนี้ของรัฐมนตรีมีการใช้กันน้อยมาก และ เมื่อ SMH มีการสอบถามเกี่ยวกับกรณีของเหรียญทอง โฆษกส่วนตัวของ Andrew Giles ก็ตอบมาว่า เค้าไม่สามารถให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ได้ว่าเค้าจะตัดสินใจอย่างไร ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวราชวงศ์ไทยนั้นถูกคุ้มครองโดยกฎหมาย ม.112 ซึ่งจัดเป็นกฎหมายที่โหดสุดๆ เพราะสามารถลงโทษจำคุกคนที่โดนข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้ตั้งแต่ 3 ปี - 15 ปี โดยผู้ที่วิจารณ์กฎหมายนี้กล่าวว่า ม.112 นั้นโดนใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อปิดปากการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน โดยมีเคสการฟ้องร้องด้วย ม.112 พุ่งสูงมากเป็นพิเศษสองครั้ง คือช่วงรัฐประหารปี 2014 และ ช่วงการประท้วงโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทยในปี 2020 ที่ไปตั้งคำถามเกี่ยวกับพระราชอำนาจ และ ทรัพย์สิน ของ ร.10หลังเหตุการณ์รัฐประหาร มีชาวไทยนับร้อย ต้องหนีออกจากประเทศ โดยมีอย่างน้อย 9 คน “ถูกทำให้สูญหาย” ในประเทศเพื่อนบ้านเช่น ลาว และ กัมพูชา มีแม้กระทั่งศพที่ถูกพบว่ามีการถ่วงน้ำด้วยคอนกรีตในท้องที่แม่น้ำโขง ในขณะที่รัฐบาลไทยก็ปฎิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ป่าเถื่อนเหล่านี้มาโดยตลอด

 

 


        คุณพิศาล (แม็กซ์) อดีตเทรนเนอร์ฟิตเนสที่กรุงเทพ ต้องหนีจากกรุงเทพมาที่ซิดนีย์ หลังจากเค้าโดน “ไล่ล่า” เพราะโพสที่เค้าเขียนลงโซเชียลช่วงรัฐประหารคุณแม็กซ์บอกว่า ปกติแล้วข้อความของเค้าในโซเชียล จะเป็นเชิงเสียดสีๆ และ ใช้คำอุปมาอุปมัย ไม่ได้เขียนด่าสถาบันตรงๆ แต่เหรียญทองก็ยังเอาเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของเค้าไปโพสประจานในโซเชียล จนเค้าโดนคนรุมโทรมาข่มขู่ต่างๆนาๆด้วยทั้งความกลัวเรื่องความปลอดภัย และ สภาพจิตใจที่ย่ำแย่ คุณแม็กซ์ก็เลยไปบวชอยู่ที่วัดช่วงสั้นๆ แต่หลังจากนั้นเค้าก็โดนฟ้องด้วย ม.112 อีก พอโดนฟ้องคุณแม็กซ์เลยหนีมาที่ออสเตรเลียทันที เพราะกลัวว่าจะต้องเข้าคุก “ถ้าเหรียญทองไม่โพสเรื่องผม ผมคงไม่โดนอะไรมากขนาดนี้ แต่เพราะโพสนั้นของเหรียญทอง ผมโดนกลุ่มคนแปลกหน้าเข้ามาด่า เข้ามาโจมตีในเฟซบุ้ค แล้วชีวิตผมไม่เหมือนเดิมอีกเลย”

 

 

        คุณแม็กซ์ถือว่าเหรียญทองเป็นพวก “หัวรุนแรง” และ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้รับการอนุญาตให้เข้าประเทศออสเตรเลียได้ คุณแม็กซ์บอกว่า “เราจะรู้ได้ไงว่าถ้าเหรียญทองเข้ามาที่ออสเตรเลีย แล้วเค้าจะไม่มาทำแบบเดิมอีกที่ออส? ใครจะมารับประกันว่าเค้าจะไม่มาไล่ล่าผู้วิจารณ์สถาบันไทยในออสเตรเลีย? แล้วคนที่เที่ยวไล่คนเห็นต่างออกนอกประเทศแบบนี้ ทำไมไม่อยู่ในประเทศไทยไปละ? คุณไม่ควรมาอยู่ที่นี่ คุณอยู่ที่ไทยไปสิ” เหรียญทอง ขนานนามตัวเองว่าเป็น Van Helsing เมืองไทย (นักล่าแวมไพร์) ละก็บอกกับ Bangkok Post ว่าเป็นพวก “คนที่คอยจำกัดฝุ่นไม่ให้เลอะพื้น” เค้าบอกว่า “เมื่อผมปัดฝุ่นแรกๆ ฝุ่นก็จะฟุ้งเลอะเทอะไปหมด แต่เมื่อไหร่ที่ผมกวาดๆมันมารวมกัน เมื่อนั้นแหละพื้นก็จะสะอาด” ยังมีอีกเคสนึงคือเคสของ คุณสมศักดิ์ ราชโส หนึ่งในเหยื่ออีกคนของเหรียญทอง ที่แม้ว่าจะอยู่ในออสเตรเลียแท้ๆ ก็ยังโดนเหรียญทองทำให้โดนออกจากงานที่ซิดนีย์ได้สำนักข่าว ABC รายงานในปี 2016 ว่า เหรียญทองได้โพส “ขอให้คนไทยที่จงรักภักดีในออสเตรเลีย จงร่วมแรงร่วมใจต่อต้าน ไม่คบค้าสมาคม อย่าให้งานพิเศษ หรือ งานประจำแก่ นาย สมศักดิ์ ราชโส ตลอดจนครอบครัว เนื่องจากเป็นครอบครัวที่ช่วยเหลือสนับสนุนคนจาบจ้วงหมิ่นในหลวง” พร้อมยังลงชื่อร้านอาหารที่คุณสมศักดิ์ทำงานอยู่ จนสุดท้ายหัวหน้าของคุณสมศักดิ์ต้องให้คุณสมศักดิ์ออกจากงาน เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าในร้าน

 

 

        ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการชื่อดังชาวไทย ที่ลี้ภัยอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งในคนที่เขียนจดหมายถึงสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่า “มีหลายชีวิตเหลือเกินที่ถูกกระทบโดยพฤติกรรมคลั่งสถาบันสุดโต่งของเหรียญทอง” “พฤติกรรม facist ของเหรียญทองนั้นยาวเป็นหางว่าว และ เหรียญทองยังใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการกำจัดคนเห็นต่าง ผมหวังว่าพฤติกรรมแบบนี้คงไม่มีประเทศประชาธิปไตยไหนยอมรับได้ ..ซึ่งผมคิด(หวัง)ว่าออสเตรเลียก็คงเป็นหนึ่งในนั้น”

 

 

ความคิดชาวเน็ต

 

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: NgamYangThaiEveryday
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, เยี่ยหัว, karn23
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฮ่องเต้องค์แรกในประวัติศาสตร์จีน : จริงหรือไม่ที่วังใต้ดินของจิ๋นซีฮ่องเต้เลี้ยงงูเหลือมยักษ์หลายตัว?อำเภอที่มีขนาดเล็กที่สุดและมีคนอยู่น้อยที่สุดในประเทศไทยภาพไวรัล! แมวสามสี ต่อยยับแมวส้ม กำหมัดเน้นๆ ซัดเต็มๆเข้าท้องชาวเน็ตไทยปั่น มหัศจรรย์ภาพกำแพงหิน ทุกอย่าง Copy เขมรมหาลัยที่พื้นที่เยอะที่สุดในประเทศทนไม่ไหว!! สามารถ พยัคฆ์อรุณ นักมวยระดับตำนานของไทย ออกมาพูดแล้วจนท.ช่วยลูกหมูไว้ 6 เดือนต่อมา เจ้าของฟาร์มส่งไส้กรอกให้ ที่ทำจากหมูที่ช่วยภัยธรรมชาติครั้งที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์แห่แชร์ภาพ ครูบาไก่ เล่นบานาน่าโบ๊ท แบบนี้เหมาะสมมั้ย?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
มะกันสังหารผู้นำอาวุโสไอซิสในโซมาเลียยูเครนจะไม่ร่วมโอลิมปิก หากนักกีฬารัสเซียเบลารุสเข้าร่วมแก้ปัญหาการศึกษาต้องเริ่มที่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ณัฐวุฒิเสนอสภา คลิปแห่แชร์ภาพ ครูบาไก่ เล่นบานาน่าโบ๊ท แบบนี้เหมาะสมมั้ย?
ตั้งกระทู้ใหม่