สถาปัตยอันกรรมยิ่งใหญ่ “เสาแห่งชัยชนะ” (Triumphal Column) คือหนึ่งในสัญลักษณ์อันอหังการของโรมัน!!
รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของคอลัมน์ Marcus Aurelius ฉากทหารที่แกะสลักเรียงแถว ศตวรรษที่ 2 ในกรุงโรม-อิตาลี
ณ มหานครแห่งโรมในปัจจุบัน ตัวอย่างประจักษ์พยานถึงความเรืองโรจน์ของอาณาจักรโรมัน ปรากฏบนผลงานสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่มากมาย “เสาแห่งชัยชนะ” (Triumphal Column) คือหนึ่งในสัญลักษณ์อันอหังการของโรมัน ที่ประกาศก้องต่อสายตาชาวโลกให้ได้รับรู้ถึง แสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่แห่งโรมัน เมื่อสองพันปีล่วงมาแล้ว และยังยั่งยืนยงมาตราบถึงวันนี้ ส่วนใหญ่แล้ว “เสาทราจัน” (Trajan's Column) มักเป็นเสาแห่งชัยชนะที่มีคนรู้จัก และจดจำได้มากที่สุด เพราะเป็นเสาแห่งชัยชนะแห่งแรกสุดที่มีการสร้างมาในอดีตกาล
แต่กระนั้น ในประวัติศาสตร์ศิลปะของโรมันช่วงความรุ่งเรืองในสมัยจักรวรรดิ ยังมีการสร้างเสาแห่งชัยชนะอีกสองแห่ง นั่นก็คือ เสาอันโตนินุส ปิอุส (Antoninus Pius's Column) และ เสามาร์คุส ออเรลิอุส (Marcus Aurelius's Column) ต่างกันตรงที่ว่า ณ ปัจจุบัน “เสาอันโตนินุส ปิอุส” ได้พังทลายหักโค่นลงไปแล้ว คงเหลือแต่เพียง “เสามาร์คุส ออเรลิอุส” เท่านั้น ที่ยังคงตั้งตระหง่านจนถึงวันนี้
“เสามาร์คุส ออเรลิอุส” คือ เสาสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส (Emperor Marcus Aurelius) แห่งจักรวรรดิโรมัน เป็นสัญลักษณ์แห่งแห่งอำนาจอันยิ่งใหญ่ของกองทัพจักรวรรดิโรมัน ที่มีชัยชนะเหนือแว่นแคว้นแห่งชนเผ่าอนารยชน ก่อสร้างขึ้นโดยพระบัญชาของจักรพรรดิคอมโมดุส(Emperor Commodus) ผู้เป็นพระราชโอรสของพระองค์ โดยใช้ต้นแบบตามแบบอย่างของเสาทราจันในอดีต สันนิษฐานว่า “เสามาร์คุส ออเรลิอุส” อาจดำเนินการเริ่มต้นสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.180 แต่แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อปี ค.ศ.193
จักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ.161 – 180) เป็นหนึ่งในห้าจักรพรรดิที่ทำให้จักรวรรดิโรมันก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ทางทหาร และแผ่แสนยานุภาพกว้างไกลออกไปสู่แว่นแคว้นต่างๆ ทำให้โรมันเป็นมหาอาณาจักรที่เข้มแข็ง และเป็นที่ครั่นคร้ามต่อชนเผ่าต่างๆ รอบดินแดนทั่วทวีปยุโรปในสมัยนั้น ห้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยจักรวรรดิประกอบไปด้วย จักรพรรดิเนอร์วา, ทราจัน , ฮาเดรียน, อันโตนินุส ปิอุส และ มาร์คุส ออเรลิอุส ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของจักรวรรดิโรมัน และเป็นจักรพรรดิทั้งห้าพระองค์ที่ชาวโรมันรักเคารพ และเทิดทูนมากยิ่งกว่าสมัยใดๆ
เสามาร์คุส ออเรลิอุส ตั้งอยู่ ณ ใจกลางจัตุรัสโคลอนนา (Piazza Colonna) เดิมทีนั้น บริเวณที่ตั้งเดิมของ เสามาร์คุส ออเรลิอุส อยู่ทางทิศเหนือของบริเวณ ลานมาร์ติอุส ตั้งอยู่กึ่งกลางของวิหารฮาเดียเนอุม กับวิหารมาร์คุส ออเรลิอุส ลักษณะของเสามาร์คุส ออเรลิอุสนั้นเป็นแท่งเสาเกลียวทรงกลม ความสูง 29.60 เมตร บนฐานสี่เหลี่ยมซึ่งสูงกว่า 10 เมตร ดังนั้น หากรวมความสูงทั้งหมดตั้งแต่ส่วนฐานด้านล่างไปจนถึงยอดปลายเสา จะมีความสูงเท่ากับ 41.95 เมตร (ซึ่งสูงกว่าเสาทราจันเสียอีก) ลำต้นเสามาร์คุส ออเรลิอุสสร้างขึ้นจากหินอ่อนคาร์ราราขนาดใหญ่จำนวน 28 ก้อน ต่อประกอบเข้าด้วยกันเป็นแท่งเสา เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.7 เมตร ภายในด้านในของตัวเสาเป็นโพรงเสากลวง ด้านในสร้างเป็นบันไดเหล็กเวียนเป็นรูปทรงกลมจากด้านล่างสู่ด้านบนประมาณ 190-200 ขั้นบันได
แม้ว่า เมื่อมองดูแต่ผิวเผินแล้ว อาจมองเห็นว่าเสามาร์คุส ออเรลิอุสมีความคล้ายคลึงกับเสาทราจันมาก แต่แท้จริงแล้วกลับมีลักษณะที่แตกต่างกันหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนภาพประติมากรรมรอบๆ เสา เพราะในขณะที่เสาทราจันมีเนื้อหาภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์สงครามดาเชี่ยน งานแกะสลักประติมากรรมมีรายละเอียดเกี่ยวกับ กลยุทธ และการสู้รบกลางสมรภูมิ แต่สำหรับเสามาร์คุส ออเรลิอุสนั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ตรงที่เนื้อหาบนภาพแกะสลักประติมากรรมบนเสาจะมีการแสดงออกทางอารมณ์มากกว่า โดยเฉพาะสีหน้า และอากัปกิริยาของบุคคลต่างๆ ที่ดูแล้วเกิดความหดหู่ และสะทกสะท้อนใจ อาทิ การร่ำไห้ การหวีดร้อง และการคร่ำครวญ ภาพหลายภาพมีความน่ากลัว และแสดงถึงความโหดร้ายของสงคราม การทารุณกรรม การเข่นฆ่า และฉากการประหารชีวิต อีกทั้งในส่วนความลึกของประติมากรรมของภาพจะมากเป็นพิเศษ ดังนั้น ภาพตัวคนกับฉากหลังจะเกิดมิติ ระยะ และความตื้นลึก เช่นเดียวกับที่ภาพต่างๆ เหล่านี้เมื่อกระทบกับแสงแดด จะบังเกิดเป็นแสง-เงาที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน
เสามาร์คุส ออเรลิอุส เล่าบรรยายถึงเหตุการณ์การทำสงครามระหว่างกองทัพโรมันภายใต้การนำทัพโดยจักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส กับชนเผ่ามาร์โคมานน์ ชนเผ่าเกาดิ และ ชนเผ่าซาร์มาเธียน โดยแบ่งการแกะสลักประติมากรรมเกลียวรอบเสาเป็นสองส่วน ครึ่งแรกของเสาตั้งแต่ส่วนฐานถึงส่วนกึ่งกลาง เป็นการบรรยายถึงเหตุการณ์สงครามกับแคว้นชนเผ่ามาร์โคมานน์ และชนเผ่าเกาดิ ในระหว่างปีค.ศ.172 – 173 และในส่วนครึ่งหลังตั้งแต่กลางเสาไปจนถึงยอดเสาด้านบนเป็นเหตุการณ์สงครามกับแคว้นชนเผ่าซาร์มาเธียน ในระหว่างปีค.ศ.174 – 175 ดังนั้น ภาพประติมากรรมต่างๆ บนเสาเกลียวมาร์คุส ออเรลิอุส แท้จริงแล้วนั้นก็เปรียบเสมือนดั่งการประกาศถึงความชอบธรรมของโรมัน ที่ทำสงครามอย่างโหดเหี้ยมทารุณกับชนชาติศัตรูที่อ่อนแอกว่า ไม่แตกต่างอะไรกับการโฆษณาชวนเชื่อในปัจจุบัน ที่มองตนเองว่าเป็นฝ่ายถูกต้องแต่เพียงด้านเดียว
อ้างอิงจาก: http://www.artedchula.com/web/index.php?option=com_content&view=article&id=107 และ Google Facebook
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ส่องบัญชีทรัพย์สิน นายก อบจ. นนทบุรี หลังถูกบุกยิง
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
เลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย






