หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สถาปัตยอันกรรมยิ่งใหญ่ “เสาแห่งชัยชนะ” (Triumphal Column) คือหนึ่งในสัญลักษณ์อันอหังการของโรมัน!!

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของคอลัมน์ Marcus Aurelius ฉากทหารที่แกะสลักเรียงแถว ศตวรรษที่ 2 ในกรุงโรม-อิตาลี
ณ มหานครแห่งโรมในปัจจุบัน ตัวอย่างประจักษ์พยานถึงความเรืองโรจน์ของอาณาจักรโรมัน ปรากฏบนผลงานสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่มากมาย “เสาแห่งชัยชนะ” (Triumphal Column) คือหนึ่งในสัญลักษณ์อันอหังการของโรมัน ที่ประกาศก้องต่อสายตาชาวโลกให้ได้รับรู้ถึง แสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่แห่งโรมัน เมื่อสองพันปีล่วงมาแล้ว และยังยั่งยืนยงมาตราบถึงวันนี้ ส่วนใหญ่แล้ว “เสาทราจัน” (Trajan's Column) มักเป็นเสาแห่งชัยชนะที่มีคนรู้จัก และจดจำได้มากที่สุด เพราะเป็นเสาแห่งชัยชนะแห่งแรกสุดที่มีการสร้างมาในอดีตกาล

แต่กระนั้น ในประวัติศาสตร์ศิลปะของโรมันช่วงความรุ่งเรืองในสมัยจักรวรรดิ ยังมีการสร้างเสาแห่งชัยชนะอีกสองแห่ง นั่นก็คือ เสาอันโตนินุส ปิอุส (Antoninus Pius's Column) และ เสามาร์คุส ออเรลิอุส (Marcus Aurelius's Column) ต่างกันตรงที่ว่า ณ ปัจจุบัน “เสาอันโตนินุส ปิอุส” ได้พังทลายหักโค่นลงไปแล้ว คงเหลือแต่เพียง “เสามาร์คุส ออเรลิอุส” เท่านั้น ที่ยังคงตั้งตระหง่านจนถึงวันนี้

“เสามาร์คุส ออเรลิอุส” คือ เสาสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส (Emperor Marcus Aurelius) แห่งจักรวรรดิโรมัน เป็นสัญลักษณ์แห่งแห่งอำนาจอันยิ่งใหญ่ของกองทัพจักรวรรดิโรมัน ที่มีชัยชนะเหนือแว่นแคว้นแห่งชนเผ่าอนารยชน ก่อสร้างขึ้นโดยพระบัญชาของจักรพรรดิคอมโมดุส(Emperor Commodus) ผู้เป็นพระราชโอรสของพระองค์ โดยใช้ต้นแบบตามแบบอย่างของเสาทราจันในอดีต สันนิษฐานว่า “เสามาร์คุส ออเรลิอุส” อาจดำเนินการเริ่มต้นสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.180 แต่แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อปี ค.ศ.193

จักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ.161 – 180) เป็นหนึ่งในห้าจักรพรรดิที่ทำให้จักรวรรดิโรมันก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ทางทหาร และแผ่แสนยานุภาพกว้างไกลออกไปสู่แว่นแคว้นต่างๆ ทำให้โรมันเป็นมหาอาณาจักรที่เข้มแข็ง และเป็นที่ครั่นคร้ามต่อชนเผ่าต่างๆ รอบดินแดนทั่วทวีปยุโรปในสมัยนั้น ห้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยจักรวรรดิประกอบไปด้วย จักรพรรดิเนอร์วา, ทราจัน , ฮาเดรียน, อันโตนินุส ปิอุส และ มาร์คุส ออเรลิอุส ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของจักรวรรดิโรมัน และเป็นจักรพรรดิทั้งห้าพระองค์ที่ชาวโรมันรักเคารพ และเทิดทูนมากยิ่งกว่าสมัยใดๆ

เสามาร์คุส ออเรลิอุส ตั้งอยู่ ณ ใจกลางจัตุรัสโคลอนนา (Piazza Colonna) เดิมทีนั้น บริเวณที่ตั้งเดิมของ เสามาร์คุส ออเรลิอุส อยู่ทางทิศเหนือของบริเวณ ลานมาร์ติอุส ตั้งอยู่กึ่งกลางของวิหารฮาเดียเนอุม กับวิหารมาร์คุส ออเรลิอุส ลักษณะของเสามาร์คุส ออเรลิอุสนั้นเป็นแท่งเสาเกลียวทรงกลม ความสูง 29.60 เมตร บนฐานสี่เหลี่ยมซึ่งสูงกว่า 10 เมตร ดังนั้น หากรวมความสูงทั้งหมดตั้งแต่ส่วนฐานด้านล่างไปจนถึงยอดปลายเสา จะมีความสูงเท่ากับ 41.95 เมตร (ซึ่งสูงกว่าเสาทราจันเสียอีก) ลำต้นเสามาร์คุส ออเรลิอุสสร้างขึ้นจากหินอ่อนคาร์ราราขนาดใหญ่จำนวน 28 ก้อน ต่อประกอบเข้าด้วยกันเป็นแท่งเสา เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.7 เมตร ภายในด้านในของตัวเสาเป็นโพรงเสากลวง ด้านในสร้างเป็นบันไดเหล็กเวียนเป็นรูปทรงกลมจากด้านล่างสู่ด้านบนประมาณ 190-200 ขั้นบันได
แม้ว่า เมื่อมองดูแต่ผิวเผินแล้ว อาจมองเห็นว่าเสามาร์คุส ออเรลิอุสมีความคล้ายคลึงกับเสาทราจันมาก แต่แท้จริงแล้วกลับมีลักษณะที่แตกต่างกันหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนภาพประติมากรรมรอบๆ เสา เพราะในขณะที่เสาทราจันมีเนื้อหาภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์สงครามดาเชี่ยน งานแกะสลักประติมากรรมมีรายละเอียดเกี่ยวกับ กลยุทธ และการสู้รบกลางสมรภูมิ แต่สำหรับเสามาร์คุส ออเรลิอุสนั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ตรงที่เนื้อหาบนภาพแกะสลักประติมากรรมบนเสาจะมีการแสดงออกทางอารมณ์มากกว่า โดยเฉพาะสีหน้า และอากัปกิริยาของบุคคลต่างๆ ที่ดูแล้วเกิดความหดหู่ และสะทกสะท้อนใจ อาทิ การร่ำไห้ การหวีดร้อง และการคร่ำครวญ ภาพหลายภาพมีความน่ากลัว และแสดงถึงความโหดร้ายของสงคราม การทารุณกรรม การเข่นฆ่า และฉากการประหารชีวิต อีกทั้งในส่วนความลึกของประติมากรรมของภาพจะมากเป็นพิเศษ ดังนั้น ภาพตัวคนกับฉากหลังจะเกิดมิติ ระยะ และความตื้นลึก เช่นเดียวกับที่ภาพต่างๆ เหล่านี้เมื่อกระทบกับแสงแดด จะบังเกิดเป็นแสง-เงาที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน

เสามาร์คุส ออเรลิอุส เล่าบรรยายถึงเหตุการณ์การทำสงครามระหว่างกองทัพโรมันภายใต้การนำทัพโดยจักรพรรดิมาร์คุส ออเรลิอุส กับชนเผ่ามาร์โคมานน์ ชนเผ่าเกาดิ และ ชนเผ่าซาร์มาเธียน โดยแบ่งการแกะสลักประติมากรรมเกลียวรอบเสาเป็นสองส่วน ครึ่งแรกของเสาตั้งแต่ส่วนฐานถึงส่วนกึ่งกลาง เป็นการบรรยายถึงเหตุการณ์สงครามกับแคว้นชนเผ่ามาร์โคมานน์ และชนเผ่าเกาดิ ในระหว่างปีค.ศ.172 – 173 และในส่วนครึ่งหลังตั้งแต่กลางเสาไปจนถึงยอดเสาด้านบนเป็นเหตุการณ์สงครามกับแคว้นชนเผ่าซาร์มาเธียน ในระหว่างปีค.ศ.174 – 175 ดังนั้น ภาพประติมากรรมต่างๆ บนเสาเกลียวมาร์คุส ออเรลิอุส แท้จริงแล้วนั้นก็เปรียบเสมือนดั่งการประกาศถึงความชอบธรรมของโรมัน ที่ทำสงครามอย่างโหดเหี้ยมทารุณกับชนชาติศัตรูที่อ่อนแอกว่า ไม่แตกต่างอะไรกับการโฆษณาชวนเชื่อในปัจจุบัน ที่มองตนเองว่าเป็นฝ่ายถูกต้องแต่เพียงด้านเดียว

โพสท์โดย: พระบิดา
อ้างอิงจาก: http://www.artedchula.com/web/index.php?option=com_content&view=article&id=107 และ Google Facebook
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมนูอาหารไทย ที่ดังที่สุดในโลก!!5 สกุลเงินของประเทศในเอเชีย ที่มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดเปิดภาพแม่ผัวในฝัน ที่ไม่น่ามีอยู่จริงในสังคมไทยดูดวงคนเกิดวันอังคารสถานที่ท่องเที่ยว ที่คนไทยมาเช็คอินมากที่สุดข่าวนี้คนไทย อ่านมากที่สุด 4 ธันวา 2023 (1)จังหวัดในประเทศไทย ที่เคยเกือบถูกยกฐานะให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ในภาคอีสานของไทยประเทศที่มีทองคำสำรองมากสุดของโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ปรับราคาขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท" เฉลี่ยราคากิโลกรัม 68-78 บาทจังหวัดในประเทศไทย ที่เคยเกือบถูกยกฐานะให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่กระโดดสะพานศรีสุราษฎร์ จมหายในแม่น้ำตาปี พี่ชาย"บิว กัลยาณี"นักร้องชื่อดังปลา9ชนิดที่ไม่ควรรับประทาน
ระฆังยักษ์มิงกุน ระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสมุดในความทรงจำ8 ความทรงจำจากการกิน "ข้าวถาดหลุม" ที่ชาตินี้จะไม่มีวันลืม ?ภาพเก่าหาดูยาก ซุ้มประตู 'วัดราชบูรณะ' จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ตั้งกระทู้ใหม่