หม้อไฟ "ฉงชิ่ง" ต้นตำรับหม้อไฟ "สุกียากี้" แบ่งเป็นช่องๆ มีความพิเศษถึง 9 ช่อง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
หม้อไฟ มีที่มา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในภาษาไทยคือ "สุกียากี้" ซึ่งเป็นชื่อทับศัพท์จากภาษาญี่ปุ่นและเรียกให้สั้นว่าสุกี้ จริงๆแล้วหม้อไฟเป็นเทคนิคการปรุงอาหารของจีน ประกอบด้วยการต้มน้ำซุปในหม้อให้เดือดกรุ่น ๆ บนโต๊ะอาหาร และใส่วัตถุดิบอื่นและส่วนผสมต่าง ๆ ต้มให้สุกหรือลวก แล้วกินไปพร้อมขณะปรุงอาหาร โดยมากนิยมรับประทานในฤดูหนาว
ประวัติ หม้อไฟ เริ่มจาก ชาวจีนเชื่อว่าหม้อไฟมีมาตั้งแต่สมัยโบราณย้อนไปเมื่อหลายพันปีก่อน โดยมีคำกล่าวเกี่ยวกับที่มาของหม้อไฟอยู่สองแบบคือ เชื่อว่าหม้อไฟมีที่มาตั้งแต่ยุคของจักรพรรดิสุยหยาง ยุคสามก๊ก
ซึ่งเชื่อว่า ถงติ่ง หรือภาชนะหม้อมีขาในสมัยนั้นเป็นต้นกำเนิดของหม้อไฟในปัจจุบัน และอีกที่มาหนึ่งเชื่อว่าหม้อไฟเริ่มปรากฎในสมัยฮั่นตะวันออก โดยเชื่อว่าวัตถุโบราณชื่อว่า 斗 (โต่ว) ที่ถูกขุดค้นพบคือหม้อไฟในสมัยนั้น
ถงติ่ง หรือภาชนะหม้อมีขา
斗 (โต่ว) ที่ถูกขุดค้นพบคือหม้อไฟ ซ้าย: ถังที่ใช้เป็นอุปกรณ์ตักน้ำ (สมัยราชวงศ์ซางและถังด้ามแบน ) ขวา: ถังที่ใช้เป็นเครื่องมือวัด
ภายหลังหม้อไฟของจีนมีวิวัฒนาการเพิ่มความหลากหลายของชนิดและรสชาติ รวมถึงวิธีการเรียกชื่อที่แตกต่างตามแต่ละภูมิภาคและวัฒนธรรม
โดยทั่วไปคำว่า "หม้อไฟ" หมายถึงวิธีการปรุงอาหารที่ใช้หม้อเป็นภาชนะและใช้แหล่งความร้อนภายในหม้อปรุงอาหาร ต้มน้ำหรือซุปเพื่อต้มอาหารประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ กินโดยตรงในขณะปรุงอาหาร หรือ ตัวหม้อเองมีการให้ความร้อนตลอดเวลาที่กิน
โดยทั่วไปหม้อไฟแบ่งเป็น 2 ช่องคือ น้ำซุปแบบเผ็ดน้ำข้น และเผ็ดน้ำใส
มีความหลากหลายโดยทั่วไปหม้อไฟแบ่งเป็น 2 ช่องคือ น้ำซุปแบบเผ็ดน้ำข้น และเผ็ดน้ำใส
หม้อไฟที่ทำกันภายนอกภูมิภาคเสฉวนและฉงชิ่ง รวมทั้งในต่างประเทศมักแบ่งเป็นน้ำซุปแบบเผ็ดและไม่เผ็ด
อาหารที่คล้ายกันนี้มีอยู่ทั่วโลก แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออก หม้อไฟเน้นรสเผ็ด เค็ม สด และมัน ซึ่งอาจบรรเทาภาวะซึมเศร้าและลดความชื้นภายในร่างกายจากการออกเหงื่อให้รู้สึกสบาย
เหมาะสำหรับสภาพภูมิอากาศในแอ่งภูเขาหรือที่ราบที่มีภูเขาล้อมรอบ ในปัจจุบันได้พัฒนาเป็นหม้อแบบอื่นที่เผ็ดน้อยและเบา (น้ำใส) ส่วนผสมหม้อไฟทั่วไป ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด อาหารทะเล ผัก ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เห็ด ผลิตภัณฑ์จากไข่ ฯลฯ นำไปต้มในน้ำหรือน้ำซุปเครื่องแกงแล้วกิน ในบางครั้งยังกินกับเครื่องปรุงรสแบบน้ำจิ้ม
หม้อไฟมีหลายชนิด แต่ หม้อไฟฉงชิ่ง แบ่งเป็นตาราง 9 ช่องเรียกว่า 九宫格 (จิ่วกงเก๋อ) ซึ่งในแต่ละช่องจะให้อุณหภูมิความร้อนและความเข้มข้นของน้ำซุปที่แตกต่างกันออกไป วัตถุดิบแต่ละประเภทไปต้มหรือลวกในช่องที่ต่างกัน เพื่อได้รสชาติที่ดีที่สุด ซึ่งบางร้านอาจระบุเวลาที่แนะนำสำหรับการต้มหรือลวกวัตถุดิบแต่ละชนิด
ต้นตำรับ หม้อไฟฉงชิ่ง แบ่งเป็นตาราง 9 ช่องเรียกว่า จิ่วกงเก๋อ
หม้อไฟที่ทำกันภายนอกภูมิภาคเสฉวนและฉงชิ่ง รวมทั้งในต่างประเทศมักแบ่งเป็นน้ำซุปแบบเผ็ดและไม่เผ็ด
อ้างอิงจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/หม้อไฟ
https://zh.wikipedia.org/wiki/斗_(器具)
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด









