“แพลตฟอร์มดิจิทัล” ต่างชาติ ไม่ได้เลี่ยงเสียภาษีให้ประเทศไทย ... แต่ ...
สำหรับปัญหาเรื่องการจัดเก็บภาษี E-Service เป็นประเด็นร้อนที่รัฐบาลไทยกำลังให้ทางกรมสรรพากรศึกษา เพื่อจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติทั้งหลาย ที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย โดยให้ต้องเสียภาษีเฉกเช่นเดียวกันกับผู้ประกอบการคนไทยในประเทศไทย
หลายประเทศทั่วโลกประสบปัญหาเดียวกันกับประเทศไทย คือ ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการ วีดีโอ เกม ภาพยนตร์ เพลง หรือดิจิตอลคอนเทนท์ต่างๆ จนทำให้ประเทศในแถบสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ได้มีการออกกฏหมายเพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการในแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างประเทศ มีหน้าที่ต้องจ่าย VAT ให้แก่ประเทศที่เข้ามาให้บริการ
ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ ที่คนไทยใช้กันเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Netflix, LINE หรือแม้แต่ YouTube ที่แต่ละปีมีผู้ใช้งานคนไทยเข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก ที่ให้บริการเนื้อหาแบบที่ไม่มีต้องมีโครงข่ายเป็นของตนเอง หรือ Over-the-Top (OTT)
โดยผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยมีหน้าที่หลักต้องนำจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ให้กับรัฐบาล ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติเหล่านี้ จึงไม่นิยมตั้งบริษัทจดทะเบียนขึ้นในประเทศไทย
ซึ่งบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ สร้างรายได้ในประเทศไทยมากกว่าปีละ 1.8 ล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ เพราะไม่ได้จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย โดยที่บริการต่างๆ สามารถให้บริการผ่านทุกพื้นที่ที่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง จากสถานที่ใดก็ได้บนโลกนี้ ตราบที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่ออยู่
ถึงแม้ว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติเหล่านี้ เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทยแล้ว แต่เวลาจัดเก็บค่าบริการคนไทยได้อาศัยช่องโหว่ทางกฏหมาย เรียกเก็บเงินค่าบริการผ่านบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศแทน ที่มีการเรียกเก็บภาษีที่ถูก เช่น ไอร์แลนด์ หรือสิงค์โปร์ เป็นต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีที่สูง ทำให้เกิดผลกำไรทางธุรกิจที่มากขึ้น
แทนที่ประเทศไทยจะได้เงินภาษีที่บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติเก็บค่าบริการจากคนไทยมาพัฒนาประเทศไทยอย่างเต็มที่ให้เท่ากับค่าใช้จ่ายที่คนไทยจ่ายเพื่อซื้อสินค้า และบริการต่างชาติเหล่านี้
ปัญหาการเรียกเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลในแต่ละประเทศมองเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เคยมีนโยบายที่จะเรียเก็บค่าใช้จ่ายจากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติเหล่านี้ ตามปริมาณการใช้งานดาต้าบนโครงข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย แต่ก็เป็นเพียงแค่แนวคิด ไม่สามารถนำมาบังคับใช้จริงได้
ก็ได้แต่หวังว่า กสทช. และกรมสรรพากร จะร่วมกันกำหนดนโยบายออกมาให้ชัดเจน ว่าจะมีมาตรการอย่างใดในการเรียกเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ หรือ จะรอให้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติเหล่านี้ ผลักภาระภาษีที่ประเทศไทยควรได้ มาให้กับผู้ใช้บริการคนไทย โดยการปรับขึ้นราคา กลายเป็นต้นทุนที่แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติไม่ต้องควักเงินจ่ายเองอยู่ดี





