ผีกระชากหัว
ประสบการณ์สยองของปิ่น พบเจอเมื่อครั้งไปซื้อมัดผมมาจากร้านขาย โดยปกติแล้วการต่อผมจากช่อผมแท้ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด การซื้อ-ขายผมแท้ แม้กระทั่งการไว้ผมยาวเพื่อตั้งใจตัดขายก็เป็นเรื่องทั่วไปสำหรับสาวๆ แต่นั่นต้องเกิดจาก “ความยินยอม” ของเจ้าของเดิม แน่นอนว่า…ไม่มีใครนึกอยากจะไป “ตัดผม” จากบนศีรษะของสาวคนใดตามอำเภอใจได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าช่อผมถูกขโมยมาจาก “ศพ” นั่นก็อีกเรื่อง...
ปกติแล้ว… “น้องปิ่น” จะไว้ผมยาวแค่เพียงประบ่า เนื่องด้วยน้องกำลังเรียนอยู่ปี 1 ที่มหาวิทยาลัยในกทม. พร้อมๆกับที่ต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วย เนื่องจากบิดาผู้เคยเป็นเสาหลักครอบครัวมาด่วนจากไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน การเลือกที่จะไม่ไว้ผมยาว มันทำให้ปิ่นคล่องตัว กระฉับกระเฉงในการทำอะไรหลายๆอย่างมากกว่า ซ้ำไม่ต้องมานั่งดูแล นั่งรอเป่าผมให้แห้งเป็นครึ่งๆชั่วโมง
งานพาร์ทไทม์ที่ปิ่นทำนั้น เป็นงาน PR แนะนำและขายสินค้าในบู๊ทเล็กๆของห้างสรรพสินค้าหนึ่ง ด้วยความที่ปิ่นมีรูปร่างดี ผิวพรรณขาว หน้าตาน่ารัก พูดจาเก่ง ก็ไม่แปลกที่น้องจะไปด้วยสวยกับอาชีพนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งน้องได้รับมอบหมายให้ขายสินค้าตัวใหม่ ซึ่งเป็นบู๊ทผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม แม้ว่าผมประบ่าดำขลิบเป็นเงาของปิ่นจะดูเหมาะกับเธอแค่ไหน แต่ด้วยตัวงานพรีเซนท์ ถ้าคนขายเข้ากับผลิตภัณฑ์ย่อมทำให้ผู้บริโภครู้สึกคล้อยตามมากกว่า
ไม่ว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อยอดขายจะจริงหรือไม่ ปิ่นก็ได้รับการแนะนำจากผู้จัดการให้ไปต่อผมมาอยู่ดี แม้ไม่ได้เป็นการบังคับก็ตาม แต่ในช่วงเวลาที่เธอไม่พร้อมที่จะเสี่ยงต่อการเสียงาน ปิ่นเลยตบปากรับคำไป ในบ่ายแก่ๆวันหนึ่งที่ไม่มีคาบเรียน ปิ่นไปเดินหาซื้อของในย่านตลาดการค้าของเบ็ดเตล็ด ที่พูดชื่อไปทุกคนโดยเฉพาะแม่ค้ารู้จักเป็นอย่างดี
ในทีแรกเธอไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาซื้อทันที จนกระทั่งเดินผ่านร้านขายช่อผมแฮร์พีซเล็กๆ อยู่ร้านหนึ่ง ร้านนี้มีขนาด 1 คูหา แต่มีช่อผมแบบต่างๆ ห้อยแขวนให้เลือกอยู่แน่นร้าน ทั้งผมเทียม ผมแท้ หลากหลายราคา ปิ่นใช้มือแหวกเลือกอยู่สักพัก ก็ไปสะดุดตากับเจ้ามัดผมยาวสีดำขลับ ความยาวประมาณ 30 นิ้ว ปิ่นลองยกขึ้นมาทาบดู คาดว่าเมื่อนำมาต่อแล้ว…คงจะได้ผมยาวเลยกลางหลังเธอพอดี เลยสอบถามกับแม่ค้าเจ้าของร้าน
“น้องตาถึงมากเลยน้าา ตัวนี้ผมแท้มาใหม่เลย พี่ว่าเหมาะกับน้อง”
“เท่าที่ดู เอ่อ…น้องเหมาหมด 6 มัดเลยแล้วกัน ปกติพี่คิด 3000+ แต่… อันนี้พี่คิด 1500 พอ"
ปิ่นไม่ได้เอะใจกับความแห้งผากเล็กๆในน้ำเสียง เว้นแต่ความรู้สึกที่คะยั้นคะยอขายเกินพอดีเล็กน้อย แต่เธอเองก็ชื่อได้ว่าทำงานค้าขาย การหว่านล้อมลูกค้าเป็นเทคนิคพื้นฐานอยู่แล้ว ในที่สุดเธอก็ซื้อมาในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด
หลังเสร็จจากงานพาร์ทไทม์ เธอกลับถึงบ้านราว 3 ทุ่มครึ่ง ปิ่นอาศัยอยู่กับน้าวิภา…คุณแม่ของน้อง คืนนี้เธอก็ทักทายแม่อย่างทุกครั้งที่ทำเมื่อกลับบ้าน ก่อนจะปลีกตัวไปอาบน้ำ ในขณะที่น้าวิภาเองก็รู้ว่าน้องมีภาระทั้งเรื่องเรียน และเรื่องงาน เธอจึงเตรียมกับข้าวกับปลาให้ลูกสาวคนเดียวเสมอ สิ่งที่แปลกไปอย่างเดียวในคืนนี้คือ คำถามของน้าวิภา…
“หนูเป็นเพื่อนปิ่นเหรอลูก… อ้าวๆ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ”
“อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อน แม่ทำอาหารไว้เยอะเลย"
ปิ่นนิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอาผ้าขนหนู่นุ่งกระโจมอกแล้วโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำ ทักไปหาน้าวิภาผู้เป็นมารดาของตน
“แม่… เมื่อกี้ แม่คุยกับใคร?”
กระทั่งน้าวิภาก็เล่าให้ปิ่นฟังว่า… เมื่อครู่ตอนจะปิดประตู เธอเห็นหญิงสาวผมสั้น ยืนอยู่แถวหน้าห้อง เข้าใจว่าเป็นเพื่อนลูกสาว เลยชวนเข้ามานั่งในบ้าน แต่ปิ่นยืนยันเสียงแข็งว่าเธอมาคนเดียว! อย่างไรก็ตามน้าวิภาก็ทึกทักไปว่า คงเป็นแขกที่มาเยี่ยมห้องข้างๆ หรือห้องไหนสักห้องแถวนี้กระมัง ตอนนี้เอง…ผู้หญิงคนที่ว่าก็หายไปแล้วด้วย"
ระหว่างทานข้าวกันที่โต๊ะกลางห้องโถง ปิ่นก็เล่าเรื่องที่ตนซื้อมัดผมมา น้าวิภาก็ถามว่าซื้อมาทำไม ปิ่นก็ตอบว่าหนูได้งานขายบู๊ทผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ที่ทำงานเค้าอยากได้คนผมยาว จากนั้นปิ่นก็เดินถือมัดผมทั้ง 6 มัด ขึ้นทาบกับผมเธอให้น้าวิภาดู ประจวบเหมาะกับที่ด้านหลังโต๊ะทานข้าว มีกระจกบานใหญ่แขวนอยู่ บางสิ่งบางอย่างที่สะท้อนบนนั้น ทำให้น้าวิภาละสายตาชื่นชมลูกสาวไปมองกระจกด้วยสีน้าตกใจแว่บหนึ่ง ก่อนที่จะหันหลังขวับไปมองรอบๆห้อง
“แม่! เป็นอะไร? นี่มันไม่สวยเหรอ?”
“ปะ…เปล่า ไม่มีอะไร ว่าแต่นี่ก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวหนูเองก็รีบเข้านอนเถอะ"
ไม่รู้ว่าน้าวิภาเห็นอะไร ตัวปิ่นเองก็ไม่ได้ติดใจสงสัย หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็พากันเข้านอน กระทั่งปิ่นตื่นมากลางดึก นาฬิกาที่หัวเตียงบอกเวลาตี 2 สาเหตุคงมาจากส้มตำปูปลาร้าเผ็ดมากที่เธอทานเมื่อกลางวัน ทำให้เกิดปวดท้องขึ้นมากระทันหัน เลยลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ
ระหว่างที่เธอทำธุระอยู่นั่นเอง กระจกเหนืออ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ได้สะท้อนภาพผิดปกติบางอย่าง มันเป็นกลุ่มเส้นสายสีดำขลับค่อยๆไต่ตามผนังสีครีมดานหลัง ลงมาจากทางบนเพดาน ก่อนที่เธอจะทันได้นึกคิดอะไร เสียงกระซิบแผ่วเบา…แต่ลากยาวแหลม จนกังวาลในหูเธอถึงทุกวันนี้ก็ดังขึ้น
“อยาก~ผม~ยาว~เหรอออ… ทำ~ไม~มึงงง~ ไม่ไว้เองงงง !!”
ปิ่นสะดุ้งโหยง! รีบวิ่งออกจากห้องน้ำแทบไม่ทัน มองซ้ายมองขวาหาต้นเสียง แล้วตรงกลับไปที่ห้องนอนทันที ถึงเตียงก็โผเข้าหาน้าวิภา แต่กว่าจะรู้ตัวว่านั่นไม่ใช่ผู้เป็นมารดาของตน ก็เผลอกอดไปซะแน่น ร่างที่เมื่อครู่นอนตะแคงหันหน้าไปทางตรงข้ามกับปิ่น บัดนี้ค่อยๆบิดช่วงลำคอขึ้นไปหันกลับมาจ้องปิ่นเขม็ง นัยตาเป็นสีแดงกำปูดโปน ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแหบในลำคอว่า…
“เอาผมกู…ไปทำมายยย เอาคืนมาาาาา...
สิ้นคำผีทวงของ หัวของผู้หญิงคนนั้นก็กลิ้งหลุนๆ หลุดออกจากบ่า ตกลงไปข้างเตียง ปิ่นที่เห็นทุกเหตุการณ์ทำได้เพียงแค่แผดเสียง ‘กรี๊ดดดด’ สุดแรง ราวกับลูกแมวที่ถูกปิดประตูตี เธอร้องอยู่สักพักเสียงก็ขาดหายไปในลำคอ บัดนี้ร่างของเธอทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงลงไปกองบนเตียง ในระหว่างที่เธอหมดสติสัมปชัญญะไป เธอก็ฝัน
ในนิมิต…ปิ่นเห็นภาพบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นภาพบนถนนแห่งหนึ่ง ขณะที่หญิงสาวในชุดพนักงานออฟฟิศ กำลังข้ามถนนตรงทางม้าลาย แต่จู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์จากไหนไม่ทราบ พุ่งเข้ามาชนเธอ ทางมาลายถูกย้อมด้วยสีแดงชาด ผู้หญิงคนนั้นก็สิ้นลมในทันที แล้วภาพก็เลือนหายไป…ปรากฏเป็นอีกภาพหนึ่งขึ้นมาแทน ร่างของผู้หญิงคนนั้นนอนอยู่บนเตียงในห้องที่คล้ายกับโรงพยาบาล ระหว่างนั้นก็มีมือใครบางคนยื่นเข้ามาบรรจงใช้กรรไกรคมกริบตัดผมเงาดำของเธอ ห่อนจะนำลงหย่อนลงไปในถุงพลาสติคซิปล็อค แล้วยื่นให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งรับไป
ในฝันปิ่นรู้สึกตัว กำลังมองภาพที่ฉายเป็นเหตุการณ์ราวกับกำลังชมภาพยนตร์ เธอคิดทบทวนสิ่งที่เห็นเมื่อครู่… หรือว่าช่อผมที่เธอพึ่งได้มาเมื่อช่วงบ่าย จะมีภูมิหลังที่มาที่ไปแบบนี้กันแน่ แต่ยังไม่ทันได้เข้าใจอะไรท่องแท้ จู่ๆร่างไร้วิญญาณของสาวผมยาว ที่บัดนี้ถูกตัดจนสั้นเสมอหู ลุกพรวดขึ้นมานั่งตรงทำมุมฉากกับเตียง พร้อมๆกับยกแขนขึ้นมาชี้นิ้วไปทางปิ่นที่ยืนดูอยู่
“ถูกต้อง! นี่เป็นผมของกู!”
ปิ่นสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียง เหงื่อกาฬไหลพลั่กโทรมกาย มองไปข้างๆพบน้าวิภายืนมองด้วยความเป็นห่วงอยู่ข้างๆ น้าวิภานำสร้อยพระมาห้อยคอลูกสาว พร้อมกล่าวกับเธอ
“แม่ว่า…หนูต้องเอาผมไปคืนเค้าแล้วล่ะ เอาไปฟังที่วัดแล้วจุดธูปบอกเค้า”
“ท…ทำไมแม่รู้ล่ะคะ?” ปิ่นถามผู้เป็นมารดาด้วยสีหน้าระคนสงสัย
“ก็เมื่อกี้แม่ตกใจที่เห็นหนูร้องโวยวาย จนนึกว่าละเมอฝันร้าย แม่เลยลุกจะไปหยิบพระเครื่องกับฝ้ายผูกข้อมือมาคล้องให้หนู”
“จังหวะนั้นก็มีเสียงมาเคาะหน้าห้องเรา แม่ส่องออกไปทางบานเกล็ด ก็เจอผู้หญิงที่แม่เล่าให้ฟังเมื่อค่ำนั่นแหละ บอกกับแม่ว่า… ให้หนูเอาผมไปไว้ที่วัด ฝังดินในป่าช้า เค้าไม่ได้อนุญาตให้ใครเอาไป มันเป็นของของเค้า”
“ล…แล้ว แม่ตอบเค้าไปว่ายังไง”
“แม่กำลังจะเอ่ยปากถามต่อ จังหวะนั้นเค้าก็เดินลากขาหายไปจากหน้าประตูซะแล้ว”
สรุปคืนนั้นปิ่นกับแม่ก็ไม่ได้กลับไปนอนที่เตียงอีกเลย กระทั่งรุ่งเช้าก็พากันไปที่วัด บอกพระขอให้ทางวัดช่วยเหลือนำช่อผมดำเงายาว 30 นิ้ว ลงไปฝังดินในป่าช้า แล้วทำบุญถวายสังขทานกรวดน้ำให้หญิงผู้เป็นเจ้าของมัดผมตัวจริง โดยที่สุดท้ายก็ไม่ทราบว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แต่ก็ดีแล้ว ที่ปิ่นและน้าวิภาไม่ได้เจอเธออีก ส่วนเรื่องผมยาว ปิ่นเลือกที่จะไปซื้อผมจากคนที่เลี้ยงผมไว้ขาย ตัดกันสดๆต่อหน้าไปเลยดีกว่า… เรื่องราวสุดหลอนของหลานปิ่น ขอบคุณที่อ่านครับ 
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
เมื่อเป็นมะเร็งตับ จะมีการเปลี่ยนแปลง 3 อย่างบนใบหน้า
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
เขมรโมโห หลังถูกนายจ้างคนจีน ด่าว่าโง่
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
ผู้ที่มีเซลล์มะเร็งในร่างกาย มักจะมีอาการ 3 อย่างนี้ ปรากฏขึ้นในเวลากลางคืน
สื่อกัมพูชาประโคมข่าว “แอนเจลินา โจลี” เตรียมขายบ้านในสหรัฐฯ เปิดทางเริ่มชีวิตใหม่ อาจย้ายพำนักที่กัมพูชา
สื่อกัมพูชาประโคมข่าว “แอนเจลินา โจลี” เตรียมขายบ้านในสหรัฐฯ เปิดทางเริ่มชีวิตใหม่ อาจย้ายพำนักที่กัมพูชา
เขมร ระเบิดค่ายตัวเอง อ้างเผาขยะเจอกระสุน DKZ ตกค้าง หวั่นไทยเข้าใจผิด
ชาวเน็ตฮือฮา เชอรี่ญี่ปุ่นลังละเป็นล้าน!!
วิสทีเรีย (Wisteria) หนึ่งในเจ็ดต้นไม้มหัศจรรย์ของโลก ดอกดกมากๆ ปลูกไว้ดูสวยชื่นใจจ้า
คนงานกัมพูชากว่า 2,000 ชีวิต ลุกฮือปิดถนน! โรงงานรองเท้า YJC วุ่น หลังถูกดูหมิ่น-ไม่จ่ายโบนัส-ห้ามหยุดวันชาติ
เสริมภูมิคุ้มกันด้วยผลไม้รสเปรี้ยว



