หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คุณกำลังโดนขโมยสมาธิหรือเปล่า

เขียนโดย tyuoi

คุณกำลังโดนขโมยสมาธิหรือเปล่า

ทุกวันนี้เราเสียสมาธิในการทำงานง่ายกว่าเดิม จนอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งหลายคนมองว่าการที่เราเสียสมาธิง่าย หรือ “สมาธิสั้น” เกิดจากอายุที่มากขึ้น ทำให้เราไม่สามารถโฟกัสอะไรได้นาน


แต่วันนี้ นักเขียน Johann Hari จะมาอธิบายถึงแรงกระตุ้นจากภายนอก ซึ่งเป็นพลังมหาศาลที่กำลังดูดความสนใจของเราออกจากสิ่งที่ควรสนใจง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยในหนังสือ Stolen Focus: Why You Can’t Pay Attention—and How to Think Deeply Again เขาพูดถึง 5 ประเด็น ดังนี้

คุณไม่ได้ล้มเหลวในการตั้งสมาธิ แต่คุณโดนขโมยสมาธิต่างหาก
ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุควิกฤติขาดสมาธิซึ่งท้าทายพอๆ กันกับวิกฤติโรคอ้วน หรือวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลย จากการวิจัยพบว่า นักเรียนนักศึกษาสามารถจดจ่อกับงานชิ้นหนึ่งได้เพียง 65 วินาที ในขณะที่พนักงานทั่วไปอยู่ที่ 3 นาที แม้แต่นักธุรกิจหรือผู้บริหารระดับ Fortune Global 500 (การจัดอันดับประจำปีของบริษัทชั้นนำ 500 อันดับแรกทั่วโลก) ยังหาเวลาในการโฟกัสได้เพียง 28 นาทีต่อวัน

บางคนอาจกำลังโทษตัวเองว่า ฉันมันอ่อนแอ ฉันมันไม่ได้เรื่อง แต่ความจริงแล้วจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คน พบว่า การหลุดโฟกัสง่ายเกิดจากปัจจัยต่างๆ อีกมากมายที่ดึงความสนใจเราไป ตั้งแต่อาหารที่เราทาน ไปจนถึงอากาศที่เราหายใจเข้าไป และเรากำลังโดนขโมยสมาธิแม้กระทั่งตอนนอน

หากพบว่าคุณใช้เวลาบนมือถือมากกว่า 3 ชั่วโมงในแต่ละวัน แปลว่าคุณกำลังสูญเสียสมาธิมากไปกว่าแค่โดนขโมยสมาธิ
ศาสตราจารย์ Earl Miller นักประสาทวิทยาแห่ง MIT บอกไว้ว่า สมองเราผลิตความคิดได้เพียงแค่ 1 – 2 เรื่องต่อครั้ง แต่คนในปัจจุบันกลับคิดว่าตัวเองสามารถจดจ่อกับโซเชียลมีเดียได้ถึง 6 แพลตฟอร์มในเวลาเดียวกัน ความจริงคุณไม่ได้จดจ่อ แต่คุณ “โยน” สมาธิข้ามไปมาต่างหาก และการโยนสมาธินี้มีราคาที่คุณต้องจ่าย ยิ่งข้ามไปมาระหว่างงานมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพในการทำงานของงานแต่ละชิ้นจะลดลงมากเท่านั้น หากคุณโดนรบกวนสมาธิ คุณจะต้องใช้เวลามากกว่า 23 นาทีโดยเฉลี่ยในการกลับมาโฟกัสใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าคุณใช้เวลาบนมือถือมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน แปลว่าคุณกำลังมีปัญหาแล้วล่ะ

โรคระบาดอย่างโควิด-19 ทำให้คุณต้องอยู่ในโหมด “ระแวดระวังสุดๆ” ซึ่งทำลายโฟกัสอย่างสิ้นเชิง
ลองนึกภาพตามว่า วันหนึ่งคุณไปเดินเล่น แล้วโดนหมีทำร้าย แต่คุณรอดมาได้ หลังจากนั้นหลายสัปดาห์หรืออาจจะหลายเดือน สิ่งที่คุณจดจ่อจะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ จากที่ปกติคุณอาจจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คุณจะกลายเป็นระแวดระวังสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวมากขึ้น และนั่นทำให้คุณตั้งสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ยากขึ้น เพราะคุณอยู่ในโหมดต้องคอยระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วเมื่อคุณเริ่มรู้สึกว่าจะปลอดภัยแล้ว แต่กลับโดนหมีทำร้ายอีกครั้ง การระแวดระวังตัวที่มากกว่าเดิมนี้ เรียกว่า “Hypervigilence” หรือการระแวดระวังตัวแบบสุดๆ และนี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้

รูปแบบการทานอาหารแบบคนตะวันตกกำลังทำลายสมาธิและการโฟกัสของคุณ
หนึ่งศาสตร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ คือ “จิตเวชทางโภชนาการ” ซึ่งศึกษาว่าอาหารที่เราบริโภคเข้าไปมีผลต่อสมองอย่างไรบ้าง และจากการศึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้พบว่า “อาหารแปรรูป” ที่คนตะวันตกนิยมบริโภคช่วยฉุดพลังงานคุณให้ดีดขึ้นมาได้ แต่ก็ทำให้พลังงานตกได้เช่นกัน เหมือนกับการเติมน้ำมันสำหรับเครื่องบินเจ็ทลงไปในรถมินิ อีกทั้งอาหารที่คุณทานในปัจจุบันขาดสารอาหารจำเป็นที่สมองใช้พัฒนา มีงานวิจัยหนึ่งที่ให้เด็กเล็กปรับอาหารประจำวัน โดยตัดอาหารแปรรูปและอาหารสังเคราะห์ออกไป พบว่าเด็กๆ เหล่านั้นมีสมาธิมากขึ้นถึง 50% เพราะฉะนั้นพิสูจน์ได้แล้วว่าอาหารแปรรูปนอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ยังทำลายสมาธิหรือการจดจ่อไปด้วย

หาทางพ้นวิกฤติโดยเริ่มจากภายใน
ทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่ตัวคุณก่อน พยายามหลีกเลี่ยงจากปัจจัยกระตุ้นที่ดึงความสนใจคุณไป เช่น เลิกตั้ง Notification ในมือถือ หรือเอามือถือไปไว้ไกลๆ เลยยิ่งดี นอกจากการหลีกเลี่ยงแล้ว เครื่องมือที่จะช่วยคุณจดจ่อได้ดีขึ้น คือ “การทำสมาธิ” ถ้าควบคุมปัจจัยภายนอกได้ยาก คุณก็ต้องหัดจากภายใน มีการวิจัยหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าการทำสมาธิช่วยให้สมองสงบลง และทำให้คุณจดจ่อได้ดีขึ้น

ปัจจัยหลากหลายที่ทำให้เราเสียสมาธินั้นมีรอบด้าน และตราบใดที่ธุรกิจด้านโซเชียลมีเดียทั้งหลายยังทำเงินได้จากการขโมยความสนใจของเราไป ซึ่งนับจากนี้ไปจะยิ่งมีวิธีการที่แยบยลมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การพยายามกลับมาโฟกัสกับสิ่งตรงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายแต่จำเป็นต้องทำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเรายังปล่อยให้เป็นแบบนี้เรื่อยๆ สุดท้ายสมองของเราจะเคยชินกับการเปลี่ยนโฟกัสไปมา และไม่สนใจกับประสิทธิภาพในการทำงาน จนในที่สุดสมองจะสูญเสียความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และทำงานได้อย่างลึกซึ้งนั่นเอง ส่วนใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติม ลองไปหาหนังสือ Stolen Focus: Why You Can’t Pay Attention—and How to Think Deeply Again ของคุณ Johann Hari เพื่อหาคำตอบได้ จะได้ไม่ถูกขโมยสมาธิอีกอย่างไรล่ะ

เนื้อหาโดย: tyuoi
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
tyuoi's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 200 ครั้ง
เขียนโดย tyuoi
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: youyouu, tyuoi
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569TH-AI Passport เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า คนไทย 15 ปีขึ้นไปเตรียมรับสิทธิ์ AI 5 ล้านสิทธิงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเลขเด่นหวยลาว 20 สิงหาคม 2569 ส่องกระแสโซเชียล เลขไหนกำลังถูกพูดถึง?เช็กด่วน! 44 จังหวัดเฝ้าระวังฝนตกหนัก เตือนน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก ถึง 21 ส.ค. 69เลขปฏิทินจีน งวด 1 กันยายน 2569 เจาะสถิติความถี่ 0–9 ผ่าฤกษ์วันอังคารคัดชุดเด่น 3 ตัวตรง9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมพ่อแม่ “ครูน้ำ” แจงลูกสาวไม่มาตามนัดคืนเงิน พี่เท่ยังไม่ได้คืนสักบาท เตรียมหาเงินใช้หนี้คลิปนาทีระทึก เด็ก 6 ขวบถูกลมพายุพัดทั้งเปลออกนอกร้าน ก่อนวิ่งกลับมาได้เปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทยเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันคลิปนาทีระทึก เด็ก 6 ขวบถูกลมพายุพัดทั้งเปลออกนอกร้าน ก่อนวิ่งกลับมาได้เลขเด่นหวยลาว 20 สิงหาคม 2569 ส่องกระแสโซเชียล เลขไหนกำลังถูกพูดถึง?พ่อแม่ “ครูน้ำ” แจงลูกสาวไม่มาตามนัดคืนเงิน พี่เท่ยังไม่ได้คืนสักบาท เตรียมหาเงินใช้หนี้ตะขาบที่เราเห็นในบ้านมาจากไหน? เปิดความจริงเรื่องที่อยู่อาศัยและพฤติกรรม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
สินสอดปี 2026 ควรตั้งจากกำลังของคู่สมรส ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวไม่ต้องรู้สึกผิด กับคนที่ทำร้ายคุณก่อนTHE INSTITUTIONAL MIND" (วิเคราะห์ตลาดแบบระดับรายใหญ่)10 วิธีรับมือคนที่ชอบเอาเปรียบ โดยไม่ทำให้เรื่องบานปลาย
ตั้งกระทู้ใหม่