หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรคเท้าเหม็น Pitted Keratolysis

โพสท์โดย Sangsom

คุณอาจจะพบความผิดปกติของตัวเองอยู่บ้างใช่ไหม...โดยเฉพาะเท้าที่ส่งกลิ่นรบกวนในขณะที่ที่คุณกำลังนั่งทำงาน นั่งเรียนร่วมกับเพื่อน ๆ และคนอื่น ๆ ซึ่งสถานการณ์เวลานั้นอาจลวนรู้สึกไม่ดีเลยเมื่อเพื่อนหรือใครต่างจับจ้องมองมาทางคุณ วันนี้เรามีข้อมูลและเนื้อหาดี ๆ ที่จัดทำเพื่อคุณเลย เกี่ยวกับเท้าหรือฝ่าเท้าที่กำลังส่งสัญญาณความผิดปกติ

 

เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Micrococcus Sedenterius  (หรือแบคทีเรียอื่น ๆ ) ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้ เติบโตได้ดีในความชื้นโดยเฉพาะบริเวณเท้า/ฝ่าเท้ามีความคล้ายคลึงกันกับโรคผิวหนังทั่วไปแต่จะไม่ส่งผลต่อการติดเชื้อ การลุกลามไปยังบริเวณอื่น นอกจากนั้นก็ยังไม่เป็นโรคติดต่ออีกด้วย

สาเหตุของการเกิดโรคเท้าเหม็น

ตามที่ได้อธิบายไว้แล้วว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีในความชื้นหรือสภาพอากาศที่มีความร้อนชื้น ส่วนตามเท้าหรือฝ่าเท้าที่จะเกิดได้ก็มีหลากหลายปัจจัยด้วยกัน

  1. การสวมถุงเท้าที่มีความชื้นหรือซักตากไม่แห้งสนิท
  2. ใส่รองเท้าที่มีความเปียกชื้นซ้ำหรือสวมใส่รองเท้าเป็นระยะเวลาที่นานจัด
  3. ไม่ได้รับการดูแลการทำความสะอาดบริเวณเท้า

ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเท้าเหม็น นอกจากความอับชื้นที่ทำให้เหงื่อขับออกมา, ระบายออกมาจากทางรูขุมขนของเท้าเมื่อเหงื่อออกมากๆและไม่ได้ระบายออกให้แห้งหรือหน่วยที่คั่งค้างก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแบคทีเรียสะสม และแบคทีเรียนี้จะผลิตสารทำลาย/สลายผิวหนังชั้นบนให้ลอก

 

อาการของโรคเท้าเหม็น

อาการของโรคเท้าเหม็นมากไม่ได้แสดงออกทางความเจ็บปวดหรือแสบร้อนแต่อย่างใดเพียงแต่แค่จะส่งกลิ่นเฉพาะออกมามึงก็มีน้ำหนองใสๆบางครั้งอาจทำให้มีผิวหนังบริเวณเท้าลอกหลุดเป็นแผ่น ซึ่งอาการคันหรืออักเสบจะไม่มีเหมือนการที่น้ำกัดเท้าจากการติดเชื้อของเชื้อรา และอาการไม่ได้รุนแรงมากอะไรสามารถรักษาได้

 

การรักษาโรคเท้าเหม็น

สำหรับอาการเท้าเหม็น เป็นโรคหรือเป็นอาการที่มีมานานแล้วหลายๆคนมักรู้จักหรือเรียกกันในชื่อเท้าเป็นรู เท้าเป็นหลุมจากการที่เท้าถูกสลายทำให้เห็นเป็นริ้วและความเว้าแหว่งไม่เท่ากันของหนังเท้าที่ทำให้เกิดความไม่สวยงามของรูปเท้า ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้ร้ายแรงและมีทางหายแน่นอน โดยการใช้ยาในการรักษา ระยะที่สามารถนำมารักษาได้ก็คือ

ในกลุ่มยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่มีทั้งรูปแบบชนิดทา และแบบชนิดรับประทาน

ซึ่งรูปแบบของชนิดทา อาจต้องใช้เวลาในการรักษาร่วมกับการรักษาความสะอาดเท้าด้วย ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป และหากผู้ประสบปัญหาเป็นผู้ที่มีการระบายของเหงื่อมาก ๆ เช่น เป็นผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวมาก แม้นั่งเพียงเวลาสั้นๆ  ก็พบว่าเหงื่อออกง่าย อาจจะได้รับสารอาหารเหงื่อเช่น อลูมิเนียมคลอไรด์ Aluminium Choride รูปแบบของสารระงับก็จะมีทั้งชนิดผงและชนิดน้ำและหากในกรณีผู้ที่มีรอยของผิวหนังที่หลุดลอกกว้าง หรือยาทาที่ใช้นั้นไม่ตอบสนอง แพรจะทำการปรับยาให้จากยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรียก็อาจจะเป็นยาทานที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย

หลังการดูแลรักษาโรคเท้าเหม็น

แม้ว่าจะทำการรักษาโดยหายดีแล้วโอกาสของการเกิดซ้ำก็มีมากในผู้ที่เคยเป็นโรคเท้าเหม็นหรือผู้ที่ยังไม่เคยเป็นก็ตามสิ่งที่ต้องคอยควบคุมให้ได้ก็คือ

- ดูแลในเรื่องสุขอนามัย เช่นดูแลรักษาความสะอาด ชำระล้างเท้าด้วยสบู่หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แล้วมันเช็ดผิวบริเวณนั้นให้แห้งสนิททุกครั้ง

- สวมใส่รองเท้าถุงเท้าต้องคอยดูเรื่องความชื้นความชื้นก่อนสวมใส่เสมอ

- หากใส่รองเท้านานไปในขณะที่ทำงาน ลองหาเวลาพักงานแล้วถอดรองเท้ามาดูว่าเท้าของคุณมีความอับชื้นมากน้อยแค่ไหน หากมีความอับชื้นควรหากระดาษทิชชูซับเหงื่อหรือซับความชื้นออกจากเท้าด้วย

นั่งนานแล้วอาการของโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยทุกสายงานอาชีพทั้งหมดอาจพบเจอปัญหานี้บางรายอาจเป็นแต่ไม่ทราบเลยว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ระหว่างน้ำกัดเท้าหรือโรคเท้าเหม็นที่เกิดจากการได้รับแบคทีเรียซึ่งการตรวจหาด้วยตัวเองหรือหายามารับประทานเองอาจใช้เวลาที่นานมากๆบางรายยิ่งไปกระตุ้นทำให้อาการหนักเข้าไปกว่าเดิม บางรายไม่หาย

หากคุณยังคงแยกไม่ได้ลองปรึกษาคุณหมอหรือแพ้ที่ใกล้เคียงกับคุณดูเพื่อที่จะได้รับคำแนะนำร่วมกับการรักษาที่ถูกวิธีได้

 

Reference

 

  1. Leung AK, Barankin B. Pitted Keratolysis. J Pediatr 2015;167:1165.

2.Gao Y, Liu Z. Pits on the sole of the foot. BMJ 2018;361.

  1. Law RWY, So E, Chu AKC, Logan DB. Pitted keratolysis: a case report and review of current literature. Proceedings of Singapore Healthcare 2018.
โพสท์โดย: แสงระวี
อ้างอิงจาก: pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Sangsom's profile


โพสท์โดย: Sangsom
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: maddog2565
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริงประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นแรงงานพม่าประท้วงเรียกร้องโบนัส บริษัทดังนิคมอมตะซิตี้สั่งเลิกจ้างทันที เหลือพนักงานไทยเดินเครื่องต่อยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิกซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกจุดเริ่มต้นของโปรเเกรม "Bug" ตัวแรกของโลกจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนอินสตาแกรมข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่! ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ 17.5 ล้านคนรั่วไหลไปยังดาร์กเว็บ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เราสามารถสร้างรายได้จาก Postjung ได้อย่างไร? 💰Update ล่าสุด! วิธีสร้างรายได้กับ postjung (ฉบับละเอียด)รัฐมนตรีอาวุโสเขมรชี้สงครามจะเกิดหรือไม่เกิด ขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงของคนไทย" ว่าจะเลือกพรรคใดมาเป็นอันดับ 1บ้านหลังงามที่สร้างเสร็จอย่างไวด้วยเครื่องพิมพ์แบบสามมิติ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แร่ที่เบาและอ่อนนุ่มมากที่สุด ที่สามารถพบได้บนพื้นผิวของโลกไข่วันละกี่ฟองดีต่อหัวใจ? AHA แนะกินให้เหมาะกับวัยและสุขภาพ ไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดีวิถีคนคูล: ฝึกสติแบบตัวตึง พ้นนรกวัฏฏะด้วย "กรุณา" และ "รู้ทัน" (เอไอ รวบรวมและเรียบเรียง)วิธีมีสเน่ห์ด้วยวิทยาศาสตร์ แค่เข้าใจก็ไม่ต้องพึ่งสายมู
ตั้งกระทู้ใหม่