รู้ได้อย่างไรว่ามีไขมันทรานส์ (Trans fat) ?

ต้องบอกก่อนว่าในกฎหมายอเมริกาตอนนี้ระบุค่อนข้างชัดเจนว่าห้ามใช้ไขมันทรานส์ แต่ในปริมาณที่น้อยมันเลี่ยงกฎหมายถ้าในอาหารชนิดนั้นมีปริมาณไขมันทรานส์น้อยกว่า 0.5 กรัม ในพอร์ตชั้นของอาหารนั้นเขาจะสามารถระบุว่าไขมันทรานส์เป็น 0 ได้ ดังนั้นค่อนข้างยากที่เราจะทราบได้ว่ามีหรือไม่มี
เพียงแต่คงต้องเลี่ยงอาหารที่แปรรูป โดยเฉพาะอาหารที่น่าสงสัยว่าผ่านอุณหภูมิความร้อนสูงไหมหรือใช้เป็นพวก มาร์การีน เนยเทียม ครีมเทียมมากน้อยแค่ไหนกลไกในการประกอบอาหารไม่แนะนำอาหารที่ทอดด้วยอุณหภูมิสูง เลือกเป็นผัด ต้ม นึ่ง ดีกว่า
ซึ่งประกาศใหม่จากกระทรวงสาธารณสุข จะทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถใช้ช่องโหว่ได้อีกต่อไป แม้จะอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ที่ขายนั้นไขมันทรานส์ 0% แต่จริง ๆ แล้วมันมีอยู่ แต่น้อยช่องทางนี้จะไม่สามารถใช้ได้แล้ว เพราะประกาศใหม่มันเป็นยาแรงห้ามผลิต ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้าอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนลงไป เข้าใจง่าย ๆ ว่า พวกที่มีไขมันทรานส์นั่นแหละ ห้ามมีเลย แม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ก็คือผู้บริโภคได้ประโยชน์ ไม่ต้องคอยดูฉลากว่าผลิตภัณฑ์ไหนมีผลิตภัณฑ์ไหนไม่มีไขมันทรานส์เพราะมันจะไม่มีทุกผลิตภัณฑ์แล้วนั่นเอง
น้ำมันพืช นับเป็นไขมันทรานส์ (Trans fat) ด้วยจริงหรือ (?)
ย้ำกันอีกทีหนึ่งว่าน้ำมันพืชเป็นกลุ่มของไขมันทรานส์ ขอยืนยันว่าไม่ใช่ ซึ่งเป็นเรื่องของกรรมวิธีในการกลั่นมากกว่า ไม่ได้เอาไฮโดรเจนมาเติม
ส่วนที่บอกว่าเอาน้ำมันพืชไปผัดไปทอดแล้วจะเกิดไขมันทรานส์ ตรงนี้ก็เข้าใจผิดเช่นเดียวกัน
มีงานวิจัยพบว่าเวลาโดนความร้อนสูงมาก ๆ ซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบถึงจะมีไขมันเกิดขึ้นแต่ก็เกิดขึ้นในปริมาณที่น้อย
ฉะนั้นปลอดภัยที่สุดเวลาจะผัดจะทอดควรใช้น้ำมันครั้งเดียวแล้วทิ้งแบบนี้ถึงปลอดภัยสุด
ผู้บริโภคควรปรับตัวอย่างไร กับ ไขมันทรานส์ (Trans fat) (?)
ในส่วนของผลกระทบ จริง ๆ ต้องบอกว่าอยากสนับสนุนสำหรับการประกาศกระทรวงนี้ช่วยผู้บริโภค คือ การที่กินไปในอดีตไม่มีใครทราบเลยว่าได้รับไขมันทรานส์หรือไม่ แต่ในอนาคตบทกระทรวงนี้จะไปบังคับกับผู้ผลิตไม่ให้ใช้ของที่ไม่ดีมาให้กับผู้บริโภค
ในขณะเดียวกันถามว่าราคาของอาหารจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ต้องบอกว่าของส่วนใหญ่ที่มีไขมันทรานส์มันจะเป็นของที่ไม่ใช่ของจำเป็นในชีวิตประจำวันหรือเรียกง่าย ๆ ว่า ไม่ใช้อาหารหลัก
ผลกระทบจากการเปลี่ยนการใช้ไขมันทรานส์ (Trans fat) จะมีผลอย่างไรบ้างและจะกระทบต่อผู้ผลิตอย่างไร (?)
เมื่อมีการยกเลิกการใช้ไขมันทรานส์แล้วก็อาจจะมีผลทำให้ต้องไปใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพมากขึ้นและอาจจะส่งผลให้ราคานั้นเพิ่มตามไปด้วยเพื่อสุขภาพ ซึ่งบางอุตสาหกรรมที่ก็ต้องยอมรับถึงต้นทุนที่อาจจะต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพแต่อาจจะต้องลดขนาดของผลิตภัณฑ์ลง นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับด้วย และปัจจุบันเริ่มมีการขยับตัว
ยกตัวอย่างเช่น
ห้างร้านบางแห่ง อย่างร้านเบเกอรี่ก็จะเห็นได้ว่ามีการขึ้นป้ายระบุเลยว่า ‘ปราศจากไขมันทรานส์’ ซึ่งจากการกระตุ้นว่าไขมันทรานส์นั้นไม่ดีบรรดาผู้ผลิตหรือห้างสรรพสินค้าบางที่ที่ได้โฆษณาว่าไม่ใช้ไขมันทรานส์ กลับได้ผลตอบรับที่สินค้านั้นขายดีขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีตามมาเรื่อย ๆ ด้วย
6 วิธีปลอดภัยจาก ไขมันทรานส์ (Trans fat)
- ลด/เลี่ยง อาหารที่มีส่วนประกอบของมาการีน (เนยเทียม) หรือ เนยขาว
- หลีกเลี่ยงการใช้ไขมันที่มีข้อความ “Partially hydrogenate”
- ไม่ใช้ไขมันพืชผ่านกรรมวิธี
- ดื่มนมไขมันต่ำ Low fat milk หรือ นมที่ไม่มีไขมัน Skim mlik แทนนมไขมันที่เต็มส่วน Whole milk
- หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์เนื้อสัตว์ไขมันสูง เนื้อสัตว์ติดมัน หันมารับประทานปลาแทน
- กินผักและผลไม้ทุกมื้อ
ไขมันทรานส์หรือ (Trans fat) อาจเกิดจากกระบวนการใช้ไฟแรงด้วยหรือไม่ (?)
ถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะอะไรที่จะทำให้ไขมันดีอยู่แล้วกลายเป็นไขมันที่ไม่ดีก็คือ กลุ่มที่เปิดใช้ไฟแรง ๆ ยกตัวอย่างเช่นผัดผักบุ้งไฟแดง เมื่อไหร่ที่ไฟไปโดนน้ำมันก็จะเกิดการเปลี่ยนเป็นน้ำมันที่ไม่ดีนั่นเอง
การเลี่ยงไขมันทรานส์ (Trans fat) จะมีผลต่อชีวิตด้วยไหม (?)
อาหารประจำวันหรืออาหาร 3 มื้อ ที่กินโดยทั่วไปไขมันทรานส์ไม่ได้มีเยอะอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายแน่นอน
สุดท้ายนี้แล้วแน่นอนว่าทุก ๆ คนนั้นได้รับไขมันทรานส์กันมามากมายเลยทีเดียว
สุดท้ายนี้เมื่อทราบถึงโทษของไขมันทรานส์แน่นอนว่าโทษของอาหารชนิดนั้น ๆ ก็ควรที่จะต้องหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด แม้จะเลี่ยงได้ยากก็ตามแต่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นได้รับไปค่อนข้างที่จะเยอะไม่ว่าจะอาหารทอดซ้ำ น้ำมันทอดซ้ำ หากเป็นไปได้ควบคู่กับการเลือกอาหารที่มีประโยชน์หมั่นออกกำลังกายด้วยก็จะช่วยได้อีกมากเลยทีเดียว
Reference:
งานวิจัยเกี่ยวกับไขมันทรานส์
อ้างอิงจาก: pixabay
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
มินิมอลไม่ใช่การทิ้งของ 10 ความเข้าใจผิดที่ทำให้ชีวิตเหนื่อยกว่าเดิม
บิเดต์คืออะไร? สุขภัณฑ์ยุโรปที่คนไทยเห็นแล้วมักเข้าใจผิด
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
6 กลุ่มอาชีพที่มักนอนน้อยกว่าคนทั่วไป เพราะงานไม่ได้จบแค่ตอนเลิกกะ
ผลหวย 16 มิถุนายน 2569 รางวัลที่ 1 ออก 287184 เลขท้าย 2 ตัว 48 ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาลครบทุกรางวัล
วิธีการรับมือกับมนุษย์เมนส์ ต้องดูแลอย่างไร
มอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะบางคันแพงด้วยสถิติ บางคันแพงด้วยตำนาน
ดอยตุง ชื่อนี้มาจากไหน? ตำนาน “ดอยธง” แห่งเชียงรายที่กลายเป็นต้นแบบฟื้นฟูป่า
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
6 กลุ่มอาชีพที่มักนอนน้อยกว่าคนทั่วไป เพราะงานไม่ได้จบแค่ตอนเลิกกะ
ดอยตุง ชื่อนี้มาจากไหน? ตำนาน “ดอยธง” แห่งเชียงรายที่กลายเป็นต้นแบบฟื้นฟูป่า
วิธีการรับมือกับมนุษย์เมนส์ ต้องดูแลอย่างไร
บิเดต์คืออะไร? สุขภัณฑ์ยุโรปที่คนไทยเห็นแล้วมักเข้าใจผิด
มอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะบางคันแพงด้วยสถิติ บางคันแพงด้วยตำนาน
ชีอะ ลาบัฟ รับผิดคดีทำร้ายร่างกาย เหตุทะเลาะหน้าบาร์ช่วง Mardi Gras
ดอยตุง ชื่อนี้มาจากไหน? ตำนาน “ดอยธง” แห่งเชียงรายที่กลายเป็นต้นแบบฟื้นฟูป่า
มอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะบางคันแพงด้วยสถิติ บางคันแพงด้วยตำนาน
มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
รถอเมริกันคลาสสิก ทำไม Mustang, Camaro และ Corvette ยังถูกพูดถึงข้ามยุค