พระราชวังชัยมาฮาล (อินเดีย)ตกสู่ทายาทที่แท้จริง #สายเลือดรัชกาลที่4
เขียนโดย LOVE

วันนี้ มีรายงานจากเว็บไซต์ฮินดูสถานไทม์ส ระบุว่า คดีฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินมรดกที่ยืดเยื้อระหว่างทายาทราชวงศ์ชัยปุระ ได้ข้อยุติหลังจากที่ศาลสูงสุดอินเดียแต่งตั้งอดีตผู้พิพากษาเข้ามาเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย โดยทนายความซึ่งเป็นตัวแทนของสองพี่น้องราชสกุลรังสิตก็ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้แล้ว
.
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า นายเทพราช ซิงห์ และ น.ส. ลลิตยา กุมารี สองพี่น้องผู้เป็นทายาทของมหาราชจกัต ซิงห์ กับ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ธิดาคนเล็กของ ม.จ.ปิยะรังสิต รังสิต กับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต สายพระโลหิตในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
ได้รับชัยชนะในการยื่นคัดค้านพินัยกรรมของมหารานี คยาตรี เทวี พระชายาองค์ที่ 3 ในมหาราชาสวัย มัน ซิงห์ ที่ 2 แห่งราชวงศ์ชัยปุระ และพระราชมารดาในมหาราชจกัต ซิงห์ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ปี 2558
ผู้พิพากษาศาลฎีกาของอินเดียได้ตัดสินยืนคำพิพากษาของศาลกรุงนิวเดลี ซึ่งระบุว่านายเทพราช และ น.ส.ลลิตยา มีสิทธิในสมบัติของมหาราชจกัต ซิงห์ รวมถึงส่วนแบ่งในพระราชวังชัยมาฮาล พระราชวังรามบักห์ ตลอดจนกิจการอื่น
.
คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 200-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,000-14,000 ล้านบาท หลังจากที่ เทพราช และลลิตยา ได้ยื่นคัดค้านพินัยกรรมของมหารานี คยาตรี เทวี ที่สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ปี 2552 ขณะมีพระชนมายุ 90 พรรษา
.
ทั้งนี้ เนื้อหาในพินัยกรรมของมหารานี คยาตรี เทวี ได้มอบสิทธิในการจัดการสมบัติของมหาราชจกัต ซิงห์ ให้แก่คณะกรรมการบริหารบริษัทราม-บักห์ พาเลซ โฮเต็ล พีวีที จำกัด รวมถึงบริษัทอื่น ๆ รับหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สมบัติที่สืบทอดมาจากมหาราชาสวัย มัน ซิงห์ ที่ 2 ขณะที่นายเทพราช และ น.ส.ลลิตยา ซึ่งยื่นฟ้องร่วมกันระบุว่า
.
มหารานี คยาตรี เทวี ซึ่งเป็นย่าแท้ ๆ ทรงทำพินัยกรรมในขณะที่มีพระชนมายุมาก อีกทั้งยังมีสุขภาพอ่อนแอจนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการพูด จึงอาจถูกแทรกแซงโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายอื่น ๆ
.
ทรัพย์สินหลัก ๆ ที่เป็นข้อพิพาท ได้แก่ พระราชวังชัยมาฮาล และพระราชวังรามบักห์ ซึ่งปัจจุบันถูกแปลงกิจการเป็นโรงแรมหรูภายใต้การบริหารของบริษัท ทาทา กรุ๊ป และถือเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของทายาทราชวงศ์ชัยปุระ
.
ล่าสุด มีรายงานว่า ทายาทราชสกุลรังสิต กับฝ่ายคู่กรณี 2 คนซึ่งเป็นญาติได้บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทตามที่อดีตผู้พิพากษาศาลสูงสุด กูเรียน โจเซฟ เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย โดยข้อตกลงระบุให้พระราชวังชัยมาฮาล ตกเป็นทรัพย์สินของสองพี่น้องตระกูลรังสิตโดยสมบูรณ์
และให้เพิกถอนสิทธิของอีกฝ่ายที่มีอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ทั้งหมด ขณะที่พระราชวังรามบักห์ ตกเป็นของคู่กรณี โดยศาลสูงสุดอินเดียได้ทำการบันทึกข้อตกลงไว้เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ เทพราช และลลิตยา ได้ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยตามมารดา หลังจาก ม.ร.ว.ปรียนันทนา ได้หย่าร้างกับมหาราชจกัต ซิงห์ ในปี 2530
ขอบคุณข้อมูลภาพ
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
ธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก
จังหวัดไหนบ้างที่เคยร้อน จนอุณหภูมิแตะ 44°C ขึ้นไป
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
แอปเปิลสายพันธุ์ใดบ้าง ที่เพาะปลูกได้และให้ผลผลิตได้จริงในไทย
ปิดตำนาน 12 พรรษา พระวัดปากช่องถูกแฉ คลิป สีกา "ถวายจุ๊บ"












