หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แบนสินค้าและบริการจากนายทุน..ไม่ใช่ทางออกของปัญหาทั้งปวง

เขียนโดย

               ช่วงระยะหลังมานี้จะเห็นได้ว่าเกิดกระแสติด # แบน สินค้าและบริการต่างๆ กันมาตลอด โดยสินค้าและบริการนั้นๆ การที่แต่ละยี่ห้อโดนแบนก็เกิดขึ้นตามเหตุผลต่างๆ ซึ่งกระทู้นี้จะไม่ขอเอ่ยถึงจุดนั้นเพราะน่าจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเองได้ไม่ยาก
สิ่งหนึ่งที่ จขกท. กลับมานั่งพิจารณาก็คือ การแบนสินค้าหรือบริการต่างๆ อันนี้ มันจะส่งผลกระทบถึงรัฐบาลได้จริงหรือ??? แต่ใจหนึ่งก็ยอมรับนะ ว่าพลังแห่งการแบนสินค้า มันส่งผลกระทบต่อแบรนด์นั้นจริงๆ บางร้านมียอดขายลดลง คนลบบัญชีการใช้งาน บางแบรนด์ก็ซวยหน่อยโดนแบนเพราะไปเป็นสปอนเซอร์รายการที่ตนเองไม่เห็นด้วย  หนักสุดเลยคือถูกแบนจากทั้งสองขั้วทางการเมือง
แล้วการที่เห็นว่าแบรนด์ได้รับผลกระทบ มันคือชัยชนะที่แท้จริงหรือ? แล้วมันจะทำให้ผลกระทบนี้ส่งผลไปถึงรัฐบาลได้อย่างไร ? มาถึงจุดนี้ จขกท. เองก็ยังมองไม่เห็นปลายทางที่ชัดเจน ว่าจะเกิดการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบทางการเมืองได้อย่างไร
มันยากมากเลยนะ เพราะกว่าจะขึ้นไปกระทบรัฐบาลมันต้องผ่านกระบวนการความเจ็บช้ำของคนที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไปเท่าไหร่  กล่าวเช่นนี้อาจจะไม่เห็นภาพ ก็ขอยกตัวอย่างอย่างการแบนร้านสะดวกซื้อ โดยไม่เข้าไปซื้อของ สิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งแรกคือยอดขายที่ลดลง คนที่เดือดร้อนคนแรกเลยคือเจ้เจ้าของร้านสะดวกซื้อสาขานั้น ซึ่งเขาก็เป็นเพียงคนทำธุรกิจคนนึงเท่านั้น  คนที่กระทบเป็นลำดับถัดมาคือ “พนักงานประจำร้าน” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ลงทุนเปิดร้านสะดวกซื้อ หรือเป็นพนักงานเองก็ตามเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจชุมชนเกิดการขับเคลื่อน เป็นพี่ป้าน้าอาของใครสักคนในระแวกนั้น 
               ตัดมาในส่วนของการซื้อสินค้ามาขายได้ลดลง ตรงนี้ก็เกิดผลกระทบ เพราะการผลิตและการเดินทางของสินค้า กว่าจะมาถึงร้านที่ขายได้นั้น ก็ต้องผ่านการผลิต ต้องมีลูกจ้าง มีพนักงานในส่วนต่างๆ  ซัพพลายเออร์  ผู้ผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่เป็นหน้าร้าน ก็ได้รับผลกระทบหมด

               สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลที่ว่านี้เราเรียกว่า “กิจกรรมทางเศรษฐกิจ” ถ้าไม่เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจก็จะไม่ขับเคลื่อน เมื่อไม่ขับเคลื่อนก็จะกระทบถึงรัฐบาลและชาติแน่นอน แต่ลองคิดดูสิกว่าจะถึงขั้นนั้นมันต้องเดินทางยาวไกลแค่ไหน  ต้องเดินผ่านความเจ็บช้ำของใครกันบ้าง กว่าจะส่งผลถึงแบรนด์ และกว่าแบรนด์จะส่งผลถึงรัฐบาลเราต้องเหยียบย่ำความสาหัสของพวกเราเองไปกันถึงกี่คนกี่ราย
 
เหตุที่กล่าวเช่นนี้ก็ไม่ได้เป็นการกล่าวลอยๆ แต่มันคือการพิจารณาตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์จากการคิด GDP หรือชื่อในภาษาไทยว่า “ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ” มันคือนับมูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ โดยไม่คำนึงว่าผลผลิตนั้นจะผลิตขึ้นมาด้วยทรัพยากรของชาติใด ซึ่ง GDP ทั่วโลกก็มักจะใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศตัวเองกันแทบจะทั้งสิ้น  

GDP นี้จะคิดจากสมการ C+I+G+(X-M) เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันของผู้อ่าน จขกท. จะขออธิบายความเป็นมาเป็นไปของแต่ละตัวกันก่อนว่ามันคืออะไร
C = Consumption คือ การบริโภคของภาคเอกชนและประชาชน  เป็นการจับจ่ายใช้สอยทั่วไป  ซื้ออาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โทรศัพท์ รวมไปถึงบริการต่างๆ อย่างดูหนัง นวดแผนโบราณ เป็นต้น โดยสินค้าและบริการต่างๆ การที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามที่ จขกท. ได้กล่าวไว้เบื้องต้น
I = Investment คือ การลงทุนของภาคเอกชน ในการก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนสร้างโรงงานต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง อุตสาหกรรมรถยนต์ รถไฟฟ้า ฯลฯ
G = Government Spending คือ การใช้จ่ายของรัฐบาล หรือ การลงทุนภาครัฐ ตามนโยบายต่างๆ เช่นการสร้างเขื่อน สร้างระบบสาธารณูปโภค รถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง เป็นต้น
X = Export คือ การส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ
M = Import คือ การนำเข้าสินค้าเข้ามาบริโภค หรือผลิตสินค้าในประเทศ เช่น สินค้าแบรนด์เนม หรือ สารเคมีที่ใช้ผลิตยาก็รวมอยู่ในการนำเข้า
 
ดังนั้น ถามว่าการติด # แบนสินค้าหรือบริการต่างๆ มันไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับเจ้าของแบรนด์ หรือเจ้าของสินค้านั้น ๆ เพราะในความเป็นจริง กิจกรรมเศรษฐกิจที่บอกไปทั้งหมดนั้น มีคนธรรมดาอย่างเรา ๆ อยู่ในห่วงโซ่นั้นด้วย เพราะระบบเศรษฐกิจแบบนี้ทั่วโลกใช้กันอยู่คือ เสรีทุนนิยม เลยเป็นคำถามของเราคือ คิดว่าการแบนสินค้ามันจึงไม่ใช่ทางออก เพราะมันแทบไม่ได้ส่งผลถึงรัฐบาลเลยแม้แต่น้อย

 

ที่มา https://pantip.com/topic/41010989/ 

เนื้อหาโดย: iannja
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
iannja's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 145 ครั้ง
เขียนโดย iannja
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรายได้คนขับรถไฟข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักทีจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งเมียนมา ตึกสูงกรุงเทพฯ รับรู้แรงสั่นสะเทือน ยันยังไม่มีรายงานความเสียหายโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลกแผ่นดินไหวกวางซี ขนาด 5.2 กลางดึก เสียชีวิตแล้ว 2 ราย สูญหาย 1 ราย ทางการจีนเร่งกู้ภัยเลขมงคลปฏิทินครอบครัวข่าว3 ประจำเดือนมิถุนายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยขนาดกะทัดรัดที่สุดในประเทศไทย5 ค่าใช้จ่ายแฝงคนเมืองปี 2569 เช็กกระเป๋าเงินคนทำงานกรุงเทพฯ ก่อนเงินเดือนหมดรถเมล์เก่าแก่ที่ยังให้บริการอยู่ขณะนี้ถกอินไซต์สายเส้น! ความแตกต่างระหว่าง "ก๋วยเตี๋ยว 40 บาท" กับ "120 บาท" แบงก์เทาที่จ่ายไปได้อะไรกลับมา?เมื่อโซเชียลมีเดียชวนเซ็ง "แอคเคาท์เรา แต่ฟีดนี้ของใคร? ใครมายัดเยียดให้เราดู?"ย้อนตำนาน “ไทยไดมารู” ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทย จุดเริ่มต้นยุคโมเดิร์นค้าปลีก ที่ยังอยู่ในความทรงจำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ถามตอบ พูดคุย
พระโคกิน "เหล้า" ปี 67 เศรษฐกิจจะรุ่งจริงไหม? ในวันที่ดีเซลพุ่งแตะ 40 บาท!"อิ่มจุกแต่ในใจสั่น.. ใครเติมดีเซลช่วงนี้รู้สึกเหมือนผมไหม?เลือกแบบไหนดี? เป็นมดงานในองค์กรใหญ่ (มั่นคงแต่โตช้า) VS เป็นเดอะแบกใน Startup (เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่โตไว) ในยุค 2026 นี้!31 พฤษภาคมนี้ ชม Micro Blue Moon พระจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดของปี
ตั้งกระทู้ใหม่