เรื่องสยอง 12 ค่ำ : ล่องเรือหลอน
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งในรายการ "เรื่องสยอง 12 ค่ำ" กับเรื่องราวความสยองในท้องทะเลยามค่ำคืน ในเรื่องที่มีชื่อว่า "ล่องเรือหลอน" ประสบการณ์จากคุณแมว ที่มีญาติขับเรือประมง และช่วงที่คุณแมวว่าง ก็เลยอยากหาประสบการณ์แปลกๆ ใหม่ๆ ด้วยการขอติดเรือออกหาปลาตอนกลางคืนด้วยนั่นเอง
โดยที่มีความเชื่อที่ว่า ตอนกลางคืน ห้ามมองที่เสากระโดงเรือ และห้ามลงไปในห้องเครื่อง แต่กลางวัน สามารถดูได้ ซึ่งทางคุณแมวก็คิดว่า คงเป็นกุศโลบาย เพราะการมองเสากระโดงเรือตอนกลางคืนนั้น หากเราเงยหน้ามองเราที่โครงเครงๆ อาจจะทำให้เราเวียนหัว และหลงทิศ และทำให้เซจนตกเรือได้ ส่วนการเข้าห้องเครื่องตอนกลางคืนนั้น อาจจะเป็นอันตรายไปสะดุดอะไรแล้วล้มใส่เครื่องยนต์ก็เป็นได้.. ก็เลยเชื่อและจะปฏิบัติตาม
จนพอได้ออกทะเล อยู่ๆ ฟ้าฝนก็มาแบบไม่ได้ตั้งตัวจนตอนกลางวันแท้ๆ แต่รอบด้านมืดไปหมด โดยที่ไต๋กงเรือที่เป็นญาติของคุณแมว ก็พยายามประคองเรือให้ออกห่างจากพายุ จนสามารถออกมาได้ในที่สุด และคิดว่า นี่คือความแปลกใหม่และตื่นเต้น แต่เปล่าเลย นี่คือแค่เรื่องเล็กๆ ที่อยู่ในเรื่องเพียงเท่านั้น
ตกดึก ไต๋กงก็เลยจอดเรือในกลางทะเลที่มีคลื่นเล็กน้อย และขอเข้าไปนอนหลับซักงีบ ปล่อยให้ลูกน้อง วางอวนตกปลาตกหมึกกัน เพราะการมาครั้งนี้ จุดประสงค์หลักๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาปลาจริงๆ จังๆ เพียงแค่อยากจะพาคุณแมวมาเที่ยว และถือเป็นการพักผ่อนไปด้วย เพราะช่วงนี้มันไม่ค่อยมีปลาสักเท่าไหร่
ในขณะที่คุณแมวยืนตกหมึกอยู่ท้ายเรือ ก็เห็นแสงไฟเขียวๆ ขึ้นมาปริมๆ บนพื้นทะเล แล้วค่อยๆ ลอยมาที่เรืออย่างช้าๆ คุณแมวเลยไปตาามไต๋กงให้มาดูว่าคืออะไร... พอไต๋กงตื่นขึ้นมาดู ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็เดินดุ่มๆ บอกให้ลูกน้องสาวสมอขึ้น แล้วก็รีบเดินเครื่องทันที โดยให้ลูกน้องสองคน ไปคอยดูเชิงไว้ที่ท้ายเรืออย่างใจจดใจจ่อ คุณแมวก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าเรากำลังหนีจากอะไรกัน ???
เมื่อขับเรือมาสักประมาณ 10 กว่านาที ลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกไต๋กงอะไรสักอย่าง ก่อนจะเดินกลับไปที่ท้ายเรืออีกครั้ง คุณแมวที่นั่งอยู่ในห้องบังคับกับไต๋กง ก็ได้ยินไต๋กงพูดขึ้นมาว่า "สงสัยจะหนีมันไม่พ้นจริงๆ วะ"... คุณแมวก็เลยถามว่า มันคืออะไรเหรอ ทำไมต้องหนีมันด้วย ไต๋กงเลยบอกว่า "ก็ดูดิ ขับเรือหนีมาขนาดนี้ เร่งเท่าไหร่ มันก็ตามมาไม่ทิ้งห่าง ... ไอ้ที่เห็นนั่นอ่ะ มันคือศพ ไม่ต้องถามหรอก ว่ามันตามมาได้อย่างไร.. เพราะบางเรื่อง มันก็อยู่เหนือเหตุผล ซึ่งเขาคงเห็นเราอยู่ใกล้ และอยากให้เราช่วยเหลือ เลยทวนกระแสน้ำตามมาซะขนาดนั้น"
ไต๋กงเลยเบาเรือ ไม่นาน ไฟเขียวๆ ก็ค่อยๆ หายไป แต่กลายเป็นศพของใครก็ไม่ทราบ นอนคว่ำหน้าผมแผ่ขยายใหญ่เลยทีเดียว ไต๋กงบอกให้ลูกน้องคนหนึ่งลงน้ำไปจัดการ ไม่ต้องเอาศพขึ้นมาบนเรือนะ ให้เอาเชือกผูกไว้ แล้วเราก็ค่อยๆ ลากพาเขากลับขึ้นฝั่งไปด้วย ... โดยที่ลูกน้องคนหนึ่ง ก็ลงไปมัดศพไว้ และขึ้นมาบอกว่า ศพเป็นศพผู้หญิง สภาพขึ้นอืดเหมือนจะระเบิดมาก น่าสงสาร แต่ก็ไม่ได้พลิกหน้ามาดู แค่เอาเชือกรั้งกับท่อนแขนและลำตัวไว้
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ เชิญติดตามรับฟังได้ในช่อง "เรื่องสยอง 12 ค่ำ" นะครับ ฝากกดติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ 

จาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569
5 คำพูดติดปากสายมู ที่ฮิตใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ปี 2569
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
5 อันดับ อาหารไทยที่คนต่างชาติ "งง" มากที่สุด แต่คนไทยเลิฟสุดๆ
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
5 นิสัยสุดเอือมบนรถสาธารณะ ที่ทุกคนต้องเคยเจอ
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ทำไมเวลาที่เรา "หิวดจัดๆ" ถึงมักจะ "อารมณ์เสีย" ง่ายกว่าปกติ?
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
จาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
"ลิซ่า" ร้องไห้หนักมาก! เป็นเพราะอะไร ?..พอรู้ความจริงทำเอาแฟน ๆ ถึงกับยิ้มตาม
เลขเด็ดตําราเรียงเบอร์ อ.ซันดาว งวด 16 ตุลาคม 69



