ระวัง กินน้ำเหลือ จะจู๊ด ๆ
รู้หรือไม่ เมื่อเราดื่มจากขวด โดยเอาปากของเราจ่อที่ปากขวดนั้นเลย น้ำที่เหลืออยู่ในขวดก็จะมีเชื้อโรคที่อยู่ในปากเราหรือติดอยู่ตามริมฝีปากของเรา หลุดเข้าไปในขวด แล้วมันก็จะไปแบ่งเซลล์เพิ่มปริมาณในน้ำที่เหลือ แล้วถ้าเราเอาน้ำนั้นมาดื่มต่อ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาหารเป็นพิษได้
แล้วยิ่งทิ้งน้ำที่กินเหลือนั้นไว้นานมากเท่าไร ยิ่งเสี่ยงมากเท่านั้น
มีรายการทีวีของญี่ปุ่นชื่อรายการザ!世界仰天ニュース ได้ทำการทดลองนำน้ำบรรจุขวดที่วางขายทั่วไป 6 แบบ ได้แก่ น้ำเปล่า ชาเขียว(แบบไม่มีน้ำตาล) น้ำส้ม กาแฟคาเฟ่โอเล่ต์ ชาบาร์เลย์และน้ำอัดลม มาทดลองดื่มจากขวดเลย แล้ววางทิ้งไว้ หลังจากนั้นเอาน้ำที่เหลือในขวดไปตรวจสอบหาเชื้อโรค ปรากฏว่า ในน้ำที่เหลือในขวดมีเชื้อโรคเพิ่มขึ้นเยอะมาก โดยน้ำที่มีเชื้อโรคเพิ่มมากที่สุด คือ
กาแฟคาเฟ่โอเล่ต์ เพราะมีทั้งน้ำตาลและนมเป็นส่วนประกอบ ทำให้เป็นอาหารแก่เชื้อโรคอย่างดี เชื้อโรคเลยเจริญเติบโตเร็ว
ที่ 2 ได้แก่ น้ำส้ม เพราะมีน้ำตาลผลไม้อยู่เยอะ
ที่ 3 น้ำอัดลม นี่ก็เพราะมีน้ำตาลเช่นกัน
ที่ 4 ชาบาร์เลย์
ที่ 5 น้ำเปล่า
และที่มีเชื้อโรคน้อยที่สุด ก็คือชาเขียว(แบบไม่มีน้ำตาล)นั่นเอง
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ควรเอาน้ำที่เราจ่อปากดื่มจากขวดทิ้งไว้นาน ๆ แล้วมาดื่มอีกนะคะ หรือถ้าเป็นไปได้ควรเทแบ่งใส่แก้วก่อนแล้วค่อยดื่ม จากนั้นเอาอันที่เหลือแช่ตู้เย็นไว้ จะได้ไม่เสี่ยงต่อการขี้ไหล หรืออ้วกแตกค่ะ
ที่มารายการทีวีญี่ปุ่น ザ!世界仰天ニュース
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
สิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหน
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด
ทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?
