หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ข่าวปลอม ‼️ การลุกจากที่นอนอย่างกระทันหัน ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หรือหัวใจหยุดเต้น

เขียนโดย

ข่าวปลอม ‼️

การลุกจากที่นอนอย่างกระทันหัน ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หรือหัวใจหยุดเต้น

 

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง การลุกจากที่นอนอย่างกระทันหัน ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หรือหัวใจหยุดเต้น

 

ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ทำดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปยัง  สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็น " ข้อมูลเท็จ " ‼️ ค่ะ

 

กรณีการโพสผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า การลุกจากที่นอนอย่างกระทันหัน จะทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง ความดันโลหิตลดต่ำ กระดูกกะโหลกศีรษะแตก หรือหัวใจหยุดเต้น

 

ทางสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้การชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ‼️

 

เนื่องจากร่างกายมีกลไกในการปรับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ทั้งความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อให้เราสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ แม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนท่าเร็วๆ ค่ะ

 

แต่เมื่ออายุเพิ่มสูงขึ้น การมีโรคประจำตัวบางอย่างซึ่งอาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ

ยกตัวอย่าง เช่น

เบาหวาน

โรคความเสื่อมของสมองบางชนิด

การรับประทานยาบางประเภทที่มีผลต่อความดันโลหิต

อัตราการเต้นของหัวใจ

สภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย

 

สภาวะต่างๆเหล่านั้น ก็อาจเป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดอาการหน้ามืด หรือวิงเวียนเวลาเปลี่ยนท่าเร็วๆ ได้ แต่ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นจะทำให้หัวใจหยุดเต้น หรือกระดูกกะโหลกศีรษะแตกได้แต่อย่างใด

 

เพราะฉะนั้น ขอให้เพื่อนๆ อย่าได้หลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมืออย่าส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

 

และหากเพื่อนๆ ต้องการได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม จากสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์  เพื่อนๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.pni.go.th หรือโทร. 02-306-9899 ค่ะ

 

สรุปคือ  ร่างกายมีกลไกในการปรับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ทั้งความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เวลาเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนท่าเร็วๆ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การมีโรคประจำตัวบางโรค หรือการรับประทานยาบางประเภทที่มีผลต่อความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ก็เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่าเร็วๆ ได้ แต่ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำให้หัวใจหยุดเต้น หรือกระดูกกะโหลกศีรษะแตก

 

หน่วยงานที่ตรวจสอบ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Bubble tree's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 246 ครั้ง
เขียนโดย Bubble tree
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลกเจาะเงินเดือน "พนักงานต้อนรับเรือสำราญต่างชาติ" ปี 2569อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุดรายได้ข้าราชการทหารของไทยรู้จัก 3 ชื่อนี้ให้ชัด‘ลูกไหน ลูกพลัม ลูกพรุน’ ที่แท้เกี่ยวข้องกันแบบนี้ฝันสลาย! นึกว่าได้ “รวยทางลัด” จากมรดกตึกเช่า ลาออกหวังเก็บค่าเช่าสบาย ๆ สุดท้ายเจอค่าใช้จ่ายแฝง“มัลดีฟส์” ประเทศแบนราบที่สุดในโลก กับความงามที่มาพร้อมความเปราะบาง4 วิธีจัดการลูกน้องมักง่าย-ทำงานพลาด แก้อาการ "คิดไปเอง" ก่อนทีมพัง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตู้เสบียงรถไฟไทยที่หรูที่สุด อยู่บนขบวนไหนเลิกเป็นทาสงาน! ส่องเทรนด์ 'ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์' ความจริงที่บริษัทไทยไม่ค่อยบอก (แต่โลกเปลี่ยนไปไกลแล้ว!)ความดันโลหิต "บน" กับ "ล่าง" ต่างกันอย่างไร?ฝันสลาย! นึกว่าได้ “รวยทางลัด” จากมรดกตึกเช่า ลาออกหวังเก็บค่าเช่าสบาย ๆ สุดท้ายเจอค่าใช้จ่ายแฝง4 วิธีจัดการลูกน้องมักง่าย-ทำงานพลาด แก้อาการ "คิดไปเอง" ก่อนทีมพัง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อำเภอที่อยู่ไกลกรุงเทพฯ มากที่สุด”ฝันสลาย! นึกว่าได้ “รวยทางลัด” จากมรดกตึกเช่า ลาออกหวังเก็บค่าเช่าสบาย ๆ สุดท้ายเจอค่าใช้จ่ายแฝง4 วิธีจัดการลูกน้องมักง่าย-ทำงานพลาด แก้อาการ "คิดไปเอง" ก่อนทีมพังดื่มนม-น้ำเต้าหู้แทนน้ำก็เสี่ยง? ผู้เชี่ยวชาญเตือน ดื่มมากเกินไปอาจเพิ่มภาระตับและเสี่ยงไขมันพอกตับ
ตั้งกระทู้ใหม่