"อ.อรรถพล" โพสต์ สะเทือนใจ หลังอ่านข่าว นศ.ฆ่าตัวตาย เหตุเครียดสะสมจากการเรียนออนไลน์
อ่านข่าวนิสิตนักศึกษาหญิงทำร้ายตัวเองเสียชีวิตด้วยความเครียดสะสมจากการเรียนออนไลน์มาเทอมที่ 3 แล้วชวนสะเทือนใจ
และน่าสะท้อนใจมากขึ้นเมื่อได้ทราบว่า นิสิตนักศึกษาในข่าวเป็น 'ลูกศิษย์ของลูกศิษย์' ของผมเอง
ภาวะเครียด ซึมเศร้า เปราะบาง อัตวินิบาตกรรม ฯลฯ ไม่ใช่เรื่องระดับปัจเจกเท่านั้น แต่มันคือพยาธิสภาพทางสังคมที่ยึดโยงกับโครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองอย่างแนบแน่น
มหาวิทยาลัยต้องเร่งใส่ใจลงรายละเอียดดูแล well-being ของนิสิตนักศึกษา จะปัดไปทีแค่ว่าลดค่าเทอม 10% มีทุนสำหรับคนวิ่งเรื่องทำคำร้อง มีฮอตไลน์สุขภาพจิตให้แล้วคงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปเดียว
นิสิตแต่ละคนต้องเรียนออนไลน์ลำพังกันคนละกี่วิชา
แต่ละวิชาสั่งงานกันแค่ไหน
ใครพักอยู่ลำพัง และอยู่ในเงื่อนไขที่เปราะบางบ้าง ฯลฯ
มีอีกหลายคำถามที่ต้องช่วยกันหาคำตอบอย่างเร่งด่วน
ฝากถึงเพื่อนพี่น้องคณาจารย์ มอบหมายงานอย่างมีความหมาย อย่าหวังให้สมบูรณ์แบบจนเครียดกันไปทั้งคนเรียนคนสอน สอบออนไลน์จับเวลาเปิดกล้อง 2 ตัว อะไรนี่ก็เหมือนกัน เพลา ๆ กันบ้างเถิดครับ การประเมินผลการเรียนรู้มีวิธีการมากมายกว่าแค่วัดความรู้จากการสอบ Online Learning ไม่ใช่มีกล้อง มีไฟ มีฉากหลังเขียว ๆ มีไมค์ดี ๆ แล้วลุยอัดคลิปบรรยาย หรือกะเกณฑ์ให้เข้าซูมมาเพื่อนั่งฟังบรรยาย 2-3 ชม. ผลักให้คนเรียนเรียนเดียวดายอยู่ท่ามกลางลิสต์งานมหาศาลไม่ได้พักผ่อน
สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เครียดขนาดนี้ จะหวังให้เด็ก ๆ ลั้นลาเปิดกล้องยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบานคงเกินจริงไป
ณ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเลือก Blended Learning หรือ Semi-online Learning ที่แน่ ๆ เราต้องพยายามพัฒนาให้คลาสเรียนทางไกลของเรา เป็น Quality Remote Learning ให้มากที่สุด โดยไม่ละเลยที่จะใส่ใจอารมณ์ความรู้สึกของลูกศิษย์เรา ตัวเรา และเพื่อนร่วมงานของเรา
ส่งเสียงวิงวอนไปยังผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบายในทุกระดับ เก็บตัวชี้วัด ผลประกอบการ ต้นทุน กำไรของมหาวิทยาลัยใส่ลิ้นชักไว้ก่อนเถิดครับ
ห้วงเวลานี้ การพยายามเข้าอกเข้าใจ การเกื้อกูลทั้งทางกาย วาจา อารมณ์ สังคม คือหัวใจสำคัญที่สุด

