สวัสดีค่าเพื่อนๆทุกคน ต้องบอกก่อนนะคะว่าผลคะแนนนี้เป็นผลคะแนนที่เราเคยไปสอบมาเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2020 น้าาา (ในปี 2021 รูปแบบข้อสอบยังเหมือนกันกับปี 2020 นะคะ) ช่วงนี้กักตัวอยู่บ้านว่างๆ บวกกับได้ข่าวมาว่าศูนย์สอบ TOEIC อาจจะปิดอีกยาวเลย เราเลยอยากจะมาแชร์เทคนิคการเตรียมตัวสอบ TOEIC ของเราให้กับเพื่อนๆที่มีเวลาในการเตรียมตัวสอบน้อย และเพื่อนๆที่สนใจอยากจะเริ่มอ่านสอบ TOEIC กันในช่วงนี้นะคะ ^ ^
สำหรับเราสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรก คือ การ “กำหนดเป้าหมาย” ค่ะ เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะสอบ TOEIC ไปเพื่ออะไร ต้องการคะแนนเท่าไหร่ จากนั้นค่อยมาวางแผนการอ่านหนังสือค่ะว่าจะเริ่มอ่านยังไง จะใช้เวลาในการอ่านกี่อาทิตย์/เดือน อ่านเองรอดไหมหรือต้องลงคอร์สเรียนพิเศษเพิ่มเติม ประมานนี้ค่ะ อย่างเรา เราจะใช้คะแนนสอบ TOEIC เพื่อไปสมัครแอร์โฮสเตส ซึ่งสายการบินที่เราอยากสมัครต้องมีคะแนน TOEIC ไม่ต่ำกว่า 800 คะแนน ดังนั้นเป้าหมายคะแนนของเราก็จะเป็น 800++ คะแนนนั่นเองค่า
ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนที่พอจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่บ้าง เราเลยตัดสินใจเลือกที่จะอ่านเองประกอบกับการดูคลิปสอนฟรีของติวเตอร์ตามสถาบันต่างๆเอาค่ะ (ต้องขอโทษติวเตอร์ทุกท่านที่เราไม่ได้ลงเรียนมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะT__T) ซึ่งหลายๆคนที่เริ่มอ่านเองน่าจะเคยมีคำถามเข้ามาในหัวเหมือนกันกับเราว่า “จะเริ่มอ่านเรื่องไหนก่อนดี?” ใช่มั้ยคะ5555 วิธีของเราคือ เสิร์ช google เลยค่ะ หาข้อมูลก่อนว่าข้อสอบ TOEIC มันหน้าตาเป็นยังไง แบ่งออกเป็นกี่ส่วน แต่ละส่วนมีกี่ part และ มี part ละกี่ข้อ จากนั้นค่อยมาหาข้อมูลว่า grammar เรื่องไหน หรือคำศัพท์คำไหนที่ออกสอบ TOEIC บ่อยๆบ้าง ได้ข้อมูลมาแล้วก็เลือกอ่านและจำแค่เรื่องนั้นๆเลยค่า
สำหรับใครที่ขี้เกียจไปเสิร์ชเองเดี๋ยวเราแปะลิงค์ไว้ให้แล้วกันนะคะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ด้านล่างด้วยค่าาา
https://eflchiangmai.com/th/things-to-know-about-new-toeic/#:~:text=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9B,%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%20990%20%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%99
https://www.opendurian.com/news/toeictechnique/
http://www.2btopic.com/inter/toeic1.html
พอรู้แล้วว่าข้อสอบเป็นยังไง ออกเรื่องไหนบ้าง เรามาเข้าเรื่องการเตรียมตัวสอบกันเลยดีกว่าค่ะ
ระยะเวลาในการเตรียมตัวสอบ :
ตอนที่เราจะสอบเราใช้เวลาเตรียมตัวแค่ 2 อาทิตย์เองค่า ไม่ใช่เพราะเรารีบใช้คะแนนนะคะ แต่เราไม่ชอบอยู่กับความเครียดนานๆเลยอยากรีบอ่านรีบสอบให้มันจบๆไป5555
Plan การอ่านหนังสือ :
วันนึงเราจะใช้เวลาในการอ่านประมาน 3-4 ชั่วโมงค่ะ เริ่มจากอ่านเนื้อหา grammar ที่ออกสอบให้ครบก่อนทุกเรื่อง + ท่องศัพท์คำที่ออกสอบบ่อยๆวันละ 10-20 คำ แล้วค่อยมาลองทำข้อสอบแบบจับเวลาจริงวันละ 1-3 ชุดค่ะ ย้ำว่าต้องจับเวลาทุกครั้งนะคะ ถ้าทำไม่ทันก็มั่วไปให้เหมือนสอบอยู่จริงๆเลยค่ะ จะได้เป็นแนวทางในการบริหารเวลาตอนที่จะทำข้อสอบชุดต่อๆไป
เทคนิคการบริหารเวลาตอนทำข้อสอบ :
โดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะทำข้อสอบในส่วนของ Reading ไม่ทันใช่มั้ยคะ เทคนิคของเรา คือ ลองเรียงลำดับการทำข้อสอบจาก part 5-7 ตามลำดับไปก่อนสัก 2 ชุดค่า ทำเสร็จแล้วลองมาดูว่าเราทำ part ไหนช้าหรือเร็วที่สุด พอจะทำชุดต่อไปให้เพื่อนๆลองเปลี่ยนลำดับการทำโดยเริ่มจาก part ที่ตัวเองทำได้เร็วที่ัสุดก่อน แล้วค่อยไปทำ part ใช้เวลามากที่สุดค่ะ ถ้ายังทำไม่ทันอยู่ก็เปลี่ยนลำดับการทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอวิธีที่ทำให้เราทำไม่ทันน้อยที่สุดค่ะ ยกตย. เช่น ลำดับการทำของเราจะเป็น part 5 >>> part 7 ที่เป็น single passage (บทความเดี่ยว) >>> part 7 ที่เป็น triple passages (บทความ 3 ส่วน) >>> part 6 แล้วค่อยมาทำ part 7 ที่เป็น double passages (บทความคู่) เป็นลำดับสุดท้ายประมานนี้ค่า
โดยหนังสือที่เราใช้อ่านเนื้อหา grammar จะเป็นหนังสือ TOEIC BARRON'S TOEIC (8TH ED.) WITH DOWNLOADABLE AUDIO ค่ะ
สำหรับเรา เรามองว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ใช้ปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมก่อนที่จะไปเจอข้อสอบจริงค่ะ เหมาะมากๆสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มอ่านเองและยังไม่ชินข้อสอบ ในเล่มก็จะประกอบไปด้วย 1.เนื้อหาที่ออกข้อสอบ ทั้งเนื้อหาในส่วนของ Listening และ Reading เลยค่ะ และ 2.ข้อสอบเหมือนจริง 6 ชุดพร้อมเฉลย แต่สำหรับเรามันไม่ได้เหมือนจริงขนาดนั้นนะ ข้อสอบ Listening ในเล่มนี้จะพูดช้าและชอยส์ไม่ได้สับขาหลอกเท่าข้อสอบจริง ส่วนข้อสอบ Reading part 5-6 จะเหมือนข้อสอบจริงเลยค่ะ แต่ part 7 บทความจะอ่านง่าย และหาคำตอบได้ง่ายกว่าข้อสอบจริง (เดี๋ยวด้านล่างเราจะมีคลังข้อสอบที่เหมือนข้อสอบจริงแจกให้ด้วยค่ะ)
พอได้พื้นฐาน grammar จากหนังสือ BARRON'S TOEIC แล้ว เราก็จะดูคลิปสอนฟรีจากติวเตอร์ที่เขาสอนเทคนิคการจำและการทำข้อสอบตาม Youtube Channel และไลฟ์สดใน Facebook เพิ่มเติมค่ะ
ซึ่ง Channel ดูบ่อยมากที่สุดจะเป็น Channel ของครูดิวค่ะ
https://www.youtube.com/c/KruDewTOEIC/playlists
เรานั่งดูตั้งแต่คลิปแรกยันคลิปสุดท้าย จดทุกคำจำเทคนิคเลย ที่เราดูครูดิวบ่อยที่สุดเพราะครูดิวสอนสนุกค่ะ อันนี้ต้องให้จริงๆ เอเนอจี้เยอะมาก ไม่มีแผ่วเลยสักคลิป เทคนิคการทำข้อสอบก็เยอะมากด้วย ที่เราชอบเป็นการส่วนตัวก็จะเป็นเทคนิคการตัดช้อยส์ในข้อสอบ part 5 กับ 6 อะค่ะ เริ่ดที่สุดดดดดด แทบไม่ต้องอ่านโจทย์ให้จบเลยด้วยซ้ำ แค่ดูคำหน้า-หลังช่องว่างก็รู้แล้วว่าต้องเลือกตอบช้อยส์ไหน ตอนที่ไปสอบคือเราใช้เวลากับ 2 part นี้ไม่ถึง 15 นาทีเลยอะ ไวไปมั้ย!!!5555 ซึ่งพอเราไม่ต้องเสียเวลาไปกับ 2 part นี้นาน เราก็จะมีเวลาไปทำ part 7 เยอะขึ้นมากค่ะ มีเวลาอ่านและงมหาคำตอบเพิ่มขึ้นเยอะเลย แล้วก็เทคนิคที่ชอบอีกอย่างจะเป็นเทคนิคการจำ grammar และคำศัพท์ต่างๆเป็นกลอนค่ะ ท่องไปเต้นไป เหมือนจะเรียนเอาสนุกนะแต่เอาไปใช้ได้จริงทุกกลอนเลย สรุปรวมๆแล้วคือเรียนด้วยแล้วสนุกมากค่ะ ไม่เบื่อเลย
*** ปล.ไม่ใช่ว่าติวเตอร์ท่านอื่นๆสอนไม่ดีนะคะ แต่ส่วนตัวเราเป็นคนความจำไม่ค่อยดีค่ะ พอครูดิวมีเทคนิคการจำที่เป็นกลอนมันเลยทำให้เราได้ง่ายขึ้นและเข้าใจมากขึ้นค่ะ ซึ่งใครจะเลือกดู Channel ไหน หรือลงคอร์สเรียนกับติวเตอร์ท่านใดก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเพื่อนๆเลยนะคะ อันนี้เป็นเพียงการแนะนำจากความรู้สึกส่วนตัวของเราเท่านั้นน้าาาา***
ส่วนการท่องศัพท์ เราท่องและจดตาม Youtube Channel ที่ชื่อว่า Cherry E Bright ค่ะ
ฝึกออกเสียงแล้วก็จดตามได้เลยค่ะ 200 คำนี้ออกข้อสอบแน่นอน
https://www.youtube.com/watch?v=MEg0VF53tQs
อีก Channel ที่เราดูก็จะเป็นของ Kendra's Language School ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=1h_K0sUTAoc
(คลิปนี้จะไม่มีคำแปลภาษาไทยให้น้า เสียงอ่านและคำแปลจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด 1,200 คำ เลยค่ะ)
ซึ่งนอกจากเราจะท่องศัพท์จากคลิปด้านบนแล้ว เวลาเราฝึกทำทำข้อสอบเราก็จะมีการจดคำศัพท์ใหม่ๆหรือคำศัพท์ที่ไม่รู้จากการทำข้อสอบด้วยค่ะ ข้อไหนที่เราทำผิดหรือคำไหนที่เราไม่รู้ความหมาย เราก็จะจดไว้แล้วมาจำอีกรอบ ทวนวนไปทุกวันจนกว่าจะจำได้เลยค่ะ
และ Llink ด้านล่างนี้เป็นคลังข้อสอบเหมือนจริงพร้อมเฉลยที่เราใช้ฝึกทำตลอดการอ่านค่า
ข้อสอบ ETS ของเกาหลี 1000 ข้อ (LC+RC) พร้อมเฉลย
https://drive.google.com/drive/folders/1ZPMzrYjrdVqlrwAdxFHO4OmPAtGQd5pB
ข้อสอบ RC 11 ชุด พร้อมเฉลย https://drive.google.com/drive/folders/1gG82tQZbDjU_USqwbMno7KZqhXwRlYS_
ข้อสอบ ETS NEW TOEIC TEST 2020 FORMAT(2) ของเกาหลี 5 ชุด (LC+RC) พร้อมเฉลย
https://memmoread.website/ets-new-format-2020-full-test-2/
ข้อสอบ BARRON’S TOEIC PRACTICE + ETS ของเกาหลี (LC+RC) พร้อมเฉลย
https://drive.google.com/drive/folders/1q15hd97ypeedZpGO6K4P9qiZIo2wjs31
ข้อสอบ RC เฉพาะ part 5 50 ข้อ พร้อมเฉลยอย่างละเอียด https://www.opendurian.com/exercises/toiecset1/
ข้อสอบ LC ใน Youtube Channel ช่อง Happy Life English and Excel
(บางคลิปมีข้อสอบ RC ด้วย) เน้นคลิปที่เป็นฉบับ 2020 ได้เลยนะคะ https://www.youtube.com/c/HappyLifeEnglishVN/videos
สุดท้ายนี้ เราหวังว่าทุกคำแนะนำและเทคนิคการเตรียมตัวสอบต่างๆที่เรานำมาแบ่งปันในกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่วางแผนว่าจะสอบ TOEIC หรือกำลังจะเตรียมตัวสอบ TOEIC ทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ ได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไงมาแชร์กันด้วยน้าาขอบคุณค่าาา (:
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
โอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
ญี่ปุ่นพบเห็ดหายากเติบโตในป่า
แพทย์แนะนำ "อดอาหารยังดีกว่า กินอาหารเช้า 3 อย่างนี้!!"
วิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
หลุมที่ลึกที่สุดลึกลงไปถึงแค่ไหน?
คิวบาเผย "พลเมืองคิวบาดับ 32 ราย ขณะทหารมะกันบุกจับผู้นำเวเนซุเอลา"
เช็กด่วน! 4 ผงอันตรายใกล้ตัวในครัวเรือน บริโภคสะสมเสี่ยงโรคร้ายทำลายสุขภาพระยะยาว
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)